
อัดจับพระสุเทพโชว์ภาพโต้พระปลอม
ส.ส.ลพบุรีอัดรัฐบาลทำเกินไปจับกุมพระเข้าคุกจับสึก จวก ศอฉ.มั่วอายัดทำธุรกกรรม สุเทพ โต้โชว์ภาพพระลอกคราบใส่ชุดนักรบ นั่งจยย. มัดลั่นผิดซึ่งหน้าจับได้
(31พ.ค.) การอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงบ่าย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลนี้ลุแก่อำนาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง เลือกปฏิบัติ ปิดบังความผิดในการสลายการชุมนุม โดยรัฐบาลเริ่มการสลายการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. ที่บริเวณแยกคอกวัว ต.ตะนาว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการใช้กำลังทหารทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิตถึง 26 ศพ ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการกระทำที่ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ทำกัน นายกฯบอกว่า จะไม่ทำร้ายประชาชน แต่บอกว่า จะเอาชัยชนะ ซึ่งการพูดเช่นนี้ตนไม่เข้าใจความหมาย
ต่อมามีการย้ายไปชุมนุมที่บริเวณราชประสงค์ ก็ได้มีการเจรากันระหว่างรัฐบาล ตนและนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำ นปช.เพื่อหาทางออก และนายกฯเองก็บอกว่า จะไม่มีการสลายการชุมนุมแต่ตนไม่เชื่อ แต่สุดท้ายก็มีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ต่อเนื่องกันไป มีการคนตายในวัดปทุมวนาราม หนึ่งในนั้นมี”น้องเกด” ซึ่งเป็นพยาบาลอาสาสมัคร ใส่เสื้อที่มีเครื่องหมายกาชาดที่ไปดูแลคนเจ็บป่วยในวัดกลับถูกยิงตายภายในวัด สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะอธิบายอย่างไร นายกฯเคยเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่าทำ 2 มาตรฐาน แต่สิ่งที่ทำเป็นการบังคับใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานของนายอภิสิทธิ์
นายวิชาญ กล่าวว่า หลังการสลายการชุมนุม รัฐบาลให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปรายงานตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ปรากฏว่า มีน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี มาร่วมเป็นกรรมการและมีพันธมิตรประชาชนประชาธิปไตยอีก 20 คน มาเป็นผู้ช่วยซึ่งเป็นไปได้อย่างไร นอกจากนี้ยังแจกเช็ค 1 แสนบาท ให้กับญาติผู้เสียชีวิตโดยแลกการลายเซ็นยื่นถอดถอนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แต่แม่ของน้องเกด ได้ปฏิเสธ ถามว่า เงินเหล่านี้มาจากไหนขอให้รัฐบาลตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ทราบว่า มีการออกหมายจับผู้ชุมนุม มีการตรวจค้นบ้าน โดยมีการขอหมายจับจากศาลโดยอาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งคนที่ชื่อ”ผุสดี”ที่บอกว่า จะชุมนุมเป็นคนสุดท้าย ณ วันนี้เขาหายไปไหนขอให้นายกฯและนายสุเทพ ตรวจสอบด้วย รวมทั้งกรณีที่ไฟไหม้ที่เซ็นทรัลเวิร์ล โรงหนังสยาม เกิดไฟไหม้ได้อย่างไร ทั้งๆที่เต็มไปด้วยทหาร อีกทั้งโรงหนังสยามก็มีแท้งค์น้ำขนาดใหญ่ซึ่งสามารถเปิดน้ำมาดับไฟได้ แต่ทำไมไฟจึงไหม้ทั้งหมด ทั้งๆที่รัฐบาลบอกว่า คุมสถานการณ์ได้แล้ว
“รัฐบาลยัดเยียดความผิดให้ประชาชน เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ รัฐบาลบอกจะสร้างความปรองดองแต่กลายเป็นว่า รัฐบาลสร้างปมความขัดแย้งมากขึ้น วันนี้ความชอบธรรมทางการเมืองของรัฐบาลหมดไปแล้ว “นายวิชาญ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่า รัฐบาลยืนยันว่า ได้ใช้ความพยายามเต็มที่ในการใช้การเมืองหาทางออก แต่ถูกปฏิเสธมาตลอด สำหรับกรณีพระสงฆ์ ปลายเดือนเม.ย. เลขาธิการเถระสมาคม ได้ออกแถลงข้อปฏิบัติการจับกุมว่า กรณีความผิดซึ่งหน้าสามารถดำเนินการได้ และไปดำเนินการสึกทีหลัง ส่วนเรื่องความสงสัยช่วงระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยเฉพาะหลังการประกาศยุติการชุมนุม และเกิดปัญหาไฟไหม้ที่ตามมาที่เซ็นทรัลเวิล์ด สยามสแควร์นั้น ตอนนั้นทหารปฏิบัติการณ์ทั้ง 4 ทิศ แนวที่มาจากศาลาแดง หยุดอยู่ที่แยกสารสินที่มีปัญหาการต่อสู้ที่ตึกบางกอกเคเบิล ส่วนแนวถนนเพลินจิต ค่อยๆเข้ามาถึงราชประสงค์ได้ในช่วงค่ำ ส่วนแนวราชปรารภนั้นไม่ได้เข้ามา
ส่วนแนวจากสนามกีฬาแห่งชาติ เบื้องต้นไม่ได้เข้ามาเพราะตอนนั้นต้องการให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้านได้และแกนนำผู้ชุมนุมก็ประกาศบนเวทีว่า ให้ใช้ถนนพระราม 1 จึงไม่ได้ทหารเข้ามาในทางนี้ จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงพยายามไปคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แต่ไม่สามารถเข้าไประงับภัยได้ เนื่องจากมีผู้ใช้อาวุธยิง จะให้ทหารติดอาวุธเข้าไปคุ้มครองก็ยิ่งเป็นปัญหา เพราะจะมีการต่อสู้และอาจมีผู้ชุมนุมที่เดินทางกลับบ้านเสียชีวิต นี่คือความยากลำบาก เจ้าหน้าที่เข้าไปคุมพื้นที่ไม่ได้ในขณะนั้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่วัดปทุมวนามราม ยืนยันว่า ต้องสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดก่อน ตนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ดีไม่เห็นความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่รัฐจะใช้กำลังจัดการผู้ชุมนุม มีรายงานเพียงว่า ตอนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปคุ้มครอง มีการยิงต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธบริเวณสยามพารากอน มีบันทึกและรอยกระสุนพยานชัดเจน ส่วนคืนวันที่ 19 พ.ค. ได้รับการประสานว่า ในนั้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต้องช่วยเหลือเร่งด่วน แต่เจ้าหน้าที่พยาบาลก็เข้าไปไม่ได้ จึงเป็นการยืนยันว่า ตอนนั้น 2-3 ทุ่มแล้ว การยิงต่อสู้ยังมีอยู่ และได้รับรายงานว่า คนที่โดนยิง โดนยิงบริเวณเต็นท์พยาบาท ซึ่งน่าเสียใจมาก มีบางคนบอกว่า มีการยิงมาจากรางรถไฟฟ้า หรือสกายวอล์ค ซึ่งถ้าจะมาได้น่าจะต้องมาจากราชประสงค์ เพราะทิศจากสยามสแควร์มีประตูปิดล็อกอยู่ ส่วนการชันสูตรทั้ง 6 ราย จะมีการเปิดเผยต่อไป แต่ 4 คนในนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า โดนยิงจากแนวราบ ไม่ได้มาจากที่สูง ทั้งนี้ทั้ง 6 รายที่เสียชีวิต เราทุกคนรู้สึกไม่ต่างกัน จึงต้องหาความเป็นธรรมให้ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ยกคำพูดกรณี 7 ตุลา 51 สมัยเป็นผู้นำฝ่ายค้าน มากล่าวอ้างถามหาความรับผิดชอบของตนในวันนี้ วันนั้นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเย็น ตอนเช้าตรู่มีคนขาขาด ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ในวันนั้นตัดสินใจไม่มาสภา และขอให้หยุดการสร้างเงื่อนไข แต่ก็มีผู้เสียชีวิตในตอนเย็นอีก ฝ่ายเจ้าหน้าที่สมัยนั้น แถลงทำนองว่า เจ้าตัวมีระเบิดอยู่ และมีท่าทีไม่รับรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดวัน พรรคจึงแถลงคัดค้าน แต่วันนี้ ตนย้ำหลายครั้งว่า ผู้ชุมนุม มาอย่างบริสุทธิ์ เพียงแต่มีกลุ่มติดอาวุธแฝงเข้ามา ฉะนั้นจึงเป็นคนละเงื่อนไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายวิชาญ อภิปรายเพิ่มเติมว่า ขอให้นายกฯไปตรวจสอบใหม่เรื่องการเข้าไปของเจ้าหน้าที่ในวันที่ 19 พ.ค. เพราะขนาดพวกตนกับผู้บัญชาการระดับสูงของฝ่ายตำรวจยังเข้าไม่ได้เลย แม้แต่รอบถนนเพชรบุรี เพราะทหารไม่ให้เข้าไป ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่บอกว่า ไหม้ 2-3 ครั้ง รู้อยู่แล้วว่า จะมีเผา ทำไมไม่เตรียมรถน้ำไว้ และทำไมเฉพาะกลุ่มอาสาสมัครที่จะเข้าไปวัดโดนยิง ส่วนกรณีแม่ของพยาบาลที่โดนยิงในวัดปทุมฯ ตอนนี้ไปรับเช็คปรากฏว่า ถูกขู่แล้วที่เขตร่มเกล้า ทำให้นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีกรณีข่มขู่จริง รัฐบาลพร้อมจะเข้าไปดูแล และขอหมายเลขโทรศัพท์ด้วย ส่วนกรณีไฟไหม้ ตอนนั้นมีการยิงกันจริงๆทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลเห็นว่า การเสียทรัพย์ไม่เท่ากับเสียชีวิต ส่วนที่บอกว่า เจ้าหน้าที่อาสา ตกเป็นเป้า ศอฉ.เคยรายการแล้วว่า สื่อและเจ้าหน้าที่อาสาจะตกเป็นเป้าจึงขอให้เตรียมระวัง
ต่อมา นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายตอกย้ำว่าจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ยังไม่เห็นนายกฯ ออกมาขอโทษประชาชน ตั้งแต่มีเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.จนถึงวันที่ 19 พ.ค.ก็ยังไม่เห็นนายกฯออกมาขอโทษประชาชนที่มีคนตายเกือบ100คน ที่สั่งทหารมาใช้กำลังอาวุธสงครามมาปราบปรามขอคืนพื้นที่ ถ้าเป็นอย่างนี้ ทหารจะเดินบนถนนไม่ได้ ในกรณีของพระนั้น ตนเป็นคนพุทธ อยากให้นายกฯเห็นภาพพระรูปที่หนึ่ง จาก อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ถูกจับหมัดไขว้หลัง ดูน้ำตาพระ นายกฯไม่ได้ดูพระอย่างจริงจัง ทราบแค่รายงาน ตอนนี้พระติดคุกอยู่ แต่อยากยืนยันว่ารัฐบาลโหดเหี้ยมจริงซึ่งเป็นพระจริงๆ
นายอรรถพล พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประท้วงว่าไม่ควรเอาภาพพระผ้าเหลืองมาแสดงอีก แล้วถ้าเอาภาพระถือปืนถือไม้หน้าสามบ้าง เพราะไม่เป็นผลดีต่อศาสนา ขณะที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธาน ได้ยืนยันทาง กก.3ฝ่ายได้อนุญาตให้นำมาประกอบการอภิปรายได้ เมื่อนายสุชาติได้โชว์ภาพในของส่วนพระองค์ที่สอง เป็นพระอายุ 50ปีอยู่ขอนแก่น ได้ถูกนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งใน กก.3ฝ่าย ประท้วงว่าภาพที่นำมาโชว์ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ทำให้นายสุชาติต้องยอมไม่แสดงภาพดังกล่าว
จากนั้น นายสุชาติ ได้อภิปรายต่อว่า ส่วนพระรูปที่สาม อายุ 61ปี มาจาก จ.อุบลราชธานี มาร่วมเรียกร้อง แต่วันนี้กลับถูกจำคุก ทหารไม่อยากรังแก แต่เอาพระไปสึกในคุก ส่วนพระรูปที่ 4 อายุ 46 ปี อยู่ อ.กุดชุม จ.อุบลราชธานี ถูกจำคุกในแดน 9 ก็โดนสึก ส่วนพระรูปที่ 5 อายุ 48 ปี อยู่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี การที่เข้าร่วมชุมนุมก็หาว่าพระทำผิด ซึ่งเป็นการแหกหูแหกตา ทำให้ นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงที่นำพระมาพูด เพราะการชุมนุมไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบ ขอให้ถอนคำพูด แต่ในที่สุด นายสุชาติ ได้ยอมถอนเปลี่ยน เป็น ไม่ลืมหูลืมตา พร้อมย้ำว่าไม่เห็นด้วยที่จับพระจำคุกไปสึกในคุก แต่วันนี้รัฐบาลทำเกินเลยไปแล้ว เป็นการทำลายพระสงฆ์
นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังอภิปรายอีกว่า ศอฉ.ยังมั่วที่ไปประกาศขึ้นชื่อนางพิมพา จันทรประสงค์ ห้ามการใช้ธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งไม่ได้อยู่พรรคเพื่อไทย เป็นการเข้าใจผิดเพราะอาจเห็นว่าลูกชายที่เป็น ส.ส.นนทบุรี ทั้งที่ไม่ได้อยู่พรรคเพื่อไทย
“ ถ้าไม่ใช่ความจริง ก็ฟ้องผมได้ แต่ถ้าเป็นจริงทั้งสองคนนายกฯและสุเทพ ต้องรับผิดชอบ จนถึงยังเห็นขอโทษประชาชนและที่ทำกับพระสงฆ์ ” นายสุชาติ ย้ำ
จากนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ผอ.ศอฉ.ได้ชี้แจงว่า การอภิปรายถึงพระก็กลัวกระทบความรู้สึกของประชาชน ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะช่วงนั้นจะเข้าใจได้จริงว่าเป็นพระจริง หรือคนห่มผ้าเหลือง พร้อมได้หยิบรูปภาพขึ้นโชว์ว่าเป็นภาพพระนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์ แต่อีกวันก็ถูกจับได้ในชุดรบ พร้อมอาวุธ ปรากฎว่าได้เรียกเสียงฮือฮาจากซีก ส.ส.รัฐบาลพอสมควร
“เพราะเป็นผู้ต้องหา ถือเป็นความผิดซึ่งหน้า ที่ตึกบางกอกเคเบิล ในวันที่ 19 พ.ค.ที่มีการยิงเอ็ม 79 ทำให้เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าว ต้องเสียชีวิต ซึ่งสามารถจับกุม 38 คน พร้อมนำพระไปสึกตามที่ มหาเถรสมาคม ได้ประกาศไว้ เพราะตอนที่จับได้ ไม่ได้ห่มจีวร แต่มีเข็มขัดทหาร พร้อมชุดดำก็ตีทหาร แล้วจะให้ทหารทำอย่างไร ดังนั้น เมื่อเจอความผิดซึ่งหน้า ก็ต้องจับ ” นายสุเทพ ย้ำ
ขณะที่ นายสุชาติ ได้สวนกลับว่า ” ทำไมไม่จับผู้ก่อการร้าย หรือท่านเห็นว่าพระเป็นผู้ก่อการร้ายกันหมดแล้ว ” ขณะที่นายสุเทพ ได้ลุกขึ้นชี้แจงอีกว่าจากที่ได้ไปสำรวจข้อเท็จจริงจาก อบอ.ท่าวุ้ง ได้ยืนยันว่าคนดังกล่าวได้ออกจากพื้นที่ไปนานแล้ว ตั้งแต่เด็กและเมื่อเช็คไปทางเจ้าอาวาสวัดก็ยืนยันไม่มีรายชื่อเป็นพระในสารบทแต่อย่างใดด้วย ทำให้ นายสุชาติ ถึงประกาศย้ำอีกครั้งว่า ” ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ก็ฟ้องผมได้ ”
ส.ส.เพื่อไทยอัด”มาร์ค”มีปัญหาจริยธรรม
จากนั้นนางอรุณี ชำนาญยา ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯ มีปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรมตกต่ำลง ใช้อำนาจรัฐโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน สั่งทหารใช้อาวุธเข่นฆ่าประชาชน ในวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน มีเด็ก ผู้หญิง คนแก่ ต้องวิ่งหนีตายกัน ภายหลังนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ประกาศยุติการชุมนุม แต่ช่วงเวลา 18.00 น. ที่มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน แต่กลับเกิดเหตุการณ์สั่งสลายการชุมนุม มีการกระชับพื้นที่
ทหารล้อมอยู่รอบวัดปทุมวนาราม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกลุ่มนายพรานที่เข้าไปล่าสัตว์ ทำให้คนกระเจิงออกมาข้างหน้า ให้ทหารที่ยืนอยู่บนรถไฟฟ้ากราดยิงลงมา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคืนหฤโหดในทุ่งสังหารแห่งนี้ พี่น้องประชาชนหลายพันคนต้องอยู่รวมกับ 6 ศพที่เสียชีวิต เมื่อรอดชีวิตคงทำใจไม่ได้
นายสุเทพ ชี้แจงว่า วันที่ 19 พ.ค.ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนได้เข้าไปภายในวัดปทุมวนาราม จึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีเจ้าหน้าที่คนไหนยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปบริเวณหลังวัดเพื่อล่อให้คนออกมาด้านหน้าวัดแล้วยิงเข้าใส่ และที่สำคัญระยะทางจากหน้าวัดมาหลังวัดไกลมากประมาณ 400-500 เมตร จึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะสามารถยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปได้แต่หากจะมีควันขึ้นมาวันนั้น หากมีไฟไหม้ก็มาจากหลังห้างพารากอนเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์



