
ศาลออกหมายจับผู้ก่อการร้ายล็อต3อีก20คนแล้ว
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาข้อหาก่อการร้ายอีก 20 คน ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเสนอ "การุณ-ก่อแก้ว-นิสิต" แกนนำ นปช.โดนด้วย
(31พ.ค.) ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย จำนวน 20 ราย ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขออนุมติหมายจับคดีก่อการร้าย ล็อตที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยถูกออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย อาทิเช่น นายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช.
นอกจากนั้น มี นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป เป็นชาว กทม. ไปเรียนชั้นมัธยมที่สหรัฐฯ จบปริญญาตรีจาก ม.เซาท์เบย์ เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มคนรักทักษิณข้ามชาติ เคยเป็นนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้เมื่อปี พ.ศ. 2540-2541 เป็นผู้ที่ชื่นชมใน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
นายมานพ ชาญช่างทอง อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพที่สวมไอ้โม่งปิดหน้าครึ่งเดียว และสวมชุดดำ ถือปืนเอ็ม 16 ที่ปรากฏในภาพว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ไม่ได้เป็นทหารพรานอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้าง มาอาสาเป็นการ์ดตั้งแต่การชุมนุมเมื่อปี 2552 แล้ว ทำมาตลอดเพราะชอบการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่ต้องการประชาธิปไตย ไม่ต้องการระบบสองมาตรฐานที่คนรวยมีเหนือคนจนทุกอย่าง ช่วงที่เกิดเหตุการณ์อยู่ที่อยู่เวทีราชประสงค์ แต่เมื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศเดินทางไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เวทีผ่านฟ้า
นายพิเชษฐ์ หรือ ภูมิกิตติ สุขจินดาทอง อายุ 50 ปี คนสนิทของพล.ต. ขัตติยะสวัสดิผล ซึ่งนายพิเชษฐ์เป็นการ์ดและรับมอบหมายเป็นหัวหน้าในการดูแลรับผิดชอบพื้นที่การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ถือเป็นแกนนำหลักคนหนึ่ง ในลักษณะที่เป็นการ์ดคอยปกป้องรักษาแนว และยังมีบทบาทในทางการเมืองผ่านกลุ่มองค์กรพลังแผ่นดินแห่งประเทศไทย ในฐานะเลขาธิการกลุ่มองค์กรพลังแผ่นดิน
นายจรัญ หรือ ยักษ์ ลอยพูล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 6 ต.งิ้วราย อ.เมือง จ.ลพบุรี ลูกน้องของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกยิงที่ขาซ้ายและแขนขวาได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยตำรวจได้นำหมายจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไปขออายัดตัวก่อนจะส่งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ
ทั้งนี้สำหรับนายจรัญ ว่าที่ ร.ต.สุรภัศ จันทิมา นายมงคล สารพัน นายจักรชลัส คงสุวรรณ นายเริงฤทธิ์ ตุ้มทองคำ และนายสุวิทย์ คีรีรักษ์ นั้น เคยถูกตำรวจ บก.ป.จับกุมพร้อมกับ พล.ต.ขัตติยะ หลังให้การช่วยเหลือนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ “เคทอง” หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังถูกตำรวจกองปราบปรามตรวจค้นรถตู้ที่ทั้งหมดใช้เป็นพาหนะพบอาวุธปืนอีกหลายกระบอกจึงถูกดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และร่วมกันให้การช่วยเหลือซ่อนเร้นนายพรวัฒน์ ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดี ระหว่างนั้นก็เข้าร่วมการชุมนุมจนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกออกหมายฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดังกล่าว



