
ปชป.เหน็บแม้วจ้างนักวิชาการกม.แก้ต่างตัดตอน
โฆษกปชป.ปูด ทักษิณ" จ้างนักวิชาการด้านกม.ที่เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศฟ้องรัฐบาลไทย เหน็บน่าจะใช้ว่าความแก้ต่างคดีฆ่าตัดตอน ยกเอเชียไทม์อ้างนักรบโรนินพวกเดียวกับเสื้อแดง ยันองค์กรแพทย์สหรัฐเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุเสื้อแดงจ้องเผารพ.จุฬาฯ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 พ.ค. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันแรกว่า ขณะนี้มีการเตรียมการโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บงการพรรคเพื่อไทยเพื่อที่จะใช้การอภิปรายครั้งนี้ขับเคลื่อนผ่านองค์กรระหว่างประเทศเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการนำข้อมูลไปสู่การสั่งฟ้องรัฐบาลไทย ทั้งๆที่ข้อมูลดังกล่าวมีการตัดต่อและบิดเบือนความจริง
นอกจากนี้ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายโรเบิร์ด อัลเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติของพ.ต.ท.ทักษิณยังออกแถลงการณ์ระบุด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ว่าจ้างนักวิชาการทางด้านกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศด้วยชื่อ นายจีเจ อเล็กซ์ซานเดอร์ นุปส์ ชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยทำงานด้านอาชญากรรมในประเทศ รวานดา ยูโกสลาเวีย และซีรา รีโอนมาแล้ว โดยมีการกล่าวหาว่าเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามนั้นรัฐบาลเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซงการทำงานของประเทศไทยและทำให้ประเทศไทยต้องตกเป็นจำเลยของประชาคมโลก
เหน็บน่าจะใช้ว่าความแก้ต่างคดีฆ่าตัดตอน
“อยากฝากถึงพ.ต.ท.ทักษิณว่า การว่าจ้างบุคคลที่เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศนั้น ควรจะจ้างเพื่อว่าความให้กับตัวพ.ต.ท.ทักษิณเองในคดีฆ่าตัดตอนสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า เพราะเข้าข่ายอาชญากรรมสากลระหว่างประเทศ ทั้งนี้พรรคจะมีการรวบรวมข้อมูลการอภิปรายครั้งนี้ที่มีความคาดเคลื่อน เป็นเท็จ และบิดเบือนเพื่อรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้กับประชาชนทราบในภายหลังด้วย” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ยกเอเชียไทม์อ้าง“นักรบโรนิน”พวกเดียวกับเสื้อแดง
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า เว็บไซต์เอเชีย ไทม์ โดยเคนเน็ธ ทอดด์ รูอิซ และโอลิเวอร์ ซาร์บิล ได้เปิดเผยข้อมูลจากการเข้าไปสัมภาษณ์กองกำลังติดอาวุธซึ่งระบุว่ามีอยู่ 27 คน โดยระบุว่ากองกำลังติดอาวุธดังกล่าวได้รับการฝึกแบบเทคนิคกองโจร การใช้สไนเปอร์ และการใช้วัตถุระเบิด นอกจากนี้ในรายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า หากผู้สื่อข่าวของไทม์ ออนไลน์ถ่ายรูป ก็จะมีการสังหารผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ภายหลังจากที่พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกเสียชีวิต ได้มีชายคนหนึ่งซึ่งรายงานดังกล่าวระบุถึงรูปพรรณสันฐานอย่างชัดเจนด้วยนั้น ได้อ้างตัวว่าเป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธดังกล่าว และยืนยันว่าใช้รหัสในการเคลื่อนไหวว่า “นักรบโรนิน” ซึ่งตรงกับที่พล.ต.ขัตติยะเคยกล่าวไว้ เพื่อทำหน้าที่ในการสร้างสถานการณ์และรับคำสั่งการจากแกนนำสูงสุดของกลุ่มนปช. ดังนั้นพ.ต.ท.ทักษิณซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแกนนำนปช.จึงตกเป็นจำเลยของทั้งสังคมไทยและสังคมโลก ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณต้องจ้างทนายความและนักวิชาการชาวต่างชาติเพื่อบิดเบือนไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็นจำเลยของสังคม
ยันองค์กรแพทย์สหรัฐเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุเสื้อแดงจ้องเผารพ.จุฬาฯ
นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามกับผู้ช่วยผู้อำนวยการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น ได้รับการยืนยันว่า ระหว่างที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกโรงพยาบาลจุฬาฯไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคฝ่ายค้านกล่าวอ้าง นอกจากนี้ องค์กรแพทย์สหรัฐอเมริกาเพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศยังได้ทำรายงานถึงเหตุการณ์การบุกโรงพยาบาลจุฬาฯด้วยว่า ในวันดังกล่าวโรงพยาบาลจุฬาฯได้ทำหน้าที่ตามหลักสากลทุกประการ และต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลจุฬาฯเพราะผู้ที่บุกรุกเข้าไปนั้น ได้มีการต่อสายยางจากถังแก๊สจำนวน 4 ถังลงไปภายใต้อาคารของโรงพยาบาลเพื่อที่จะจุดไฟอีกด้วย
“เทพไท”เย้ยทักษิณหนีคดีจนไม่มีแผ่นดินอยู่
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ยกเลิกการแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ประเทศฝรั่งเศส โดยอ้างเรื่องความปลอดภัยว่า เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะหลังจากที่ศาลอาญาออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณในข้อหาผู้ก่อการร้าย ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณกังวลว่าการเคลื่อนไหวกับประทเศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยนั้นอาจจะถูกจับกุมตัวได้
ทั้งนี้โฆษกต่างประเทศของฝรั่งเศสได้ยื่นคำขาดกับพ.ต.ท.ทักษิณแล้วว่าห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้ให้คำมั่นว่าจะไม่กลับมาประเทศฝรั่งเศสอีก ดังนั้นจากนี้ไปพ.ต.ท.ทักษิณคงจะเดินทางไปแต่ในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยในระดับตํ่า ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประเทศมอนเตเนโกร และต่อจากนี้ก็คงจะกลายเป็นบุคคลจรจัด หนีคดีไปตามประเทศต่าง ๆ จนไม่มีแผ่นดินอยู่จริง ๆ
ยูเอ็นวอนไทยสอบสวนอิสระต่อเหตุนองเลือดในไทย
นางเนวี พิลเลย์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการสอบสวนอย่างอิสระต่อเหตุการณ์นองเลือดในไทยเมื่อเร็วๆนี้ และทุกคนที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งแนวทาง
ดังกล่าวจะทำให้เกิดความปรองดองทางการเมืองในระยะยาว



