ข่าว

กทม.เห็นชอบกรุงเทพธนาคมทำหน้าที่นิติบุคคลเฉพาะกิจ

กทม.เห็นชอบกรุงเทพธนาคมทำหน้าที่นิติบุคคลเฉพาะกิจ

31 พ.ค. 2553

ผู้บริหาร กทม.เห็นชอบให้ บ.กรุงเทพธนาคม ทำหน้าที่นิติบุคคลเฉพาะกิจ เดินหน้าโครงการใหญ่ ประเดิมรถไฟฟ้าตากสิน-บางหว้า “ธีระชน” ชี้สะดวก เร็ว ไม่ต้องรอออกบอนด์

 ที่ศาลาว่าการ กทม. วันที่ 31 พ.ค. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการในการให้บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ เคที ดำเนินการแทน กทม. โดยทำหน้าที่เป็น นิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ในการสนับสนุนดำเนินการโครงการเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เริ่มตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายตากสิน-บางหว้า โครงการบำบัดน้ำเสีย และโครงการกำจัดขยะ เป็นต้น รวมทั้งให้เคทีจัดหาแหล่งเงินทุนให้กับ กทม. เบื้องต้นขณะนี้เคที ได้เจรจากับสถาบันการเงิน คือธนาคารออมสิน ล่าสุดได้รับวงเงินสินเชื่อแล้ว 20,000 ล้านบาท

 นายธีระชน กล่าวว่า ทั้งนี้สาเหตุการให้เคที ดำเนินการ เพราะจะมีความสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องรอออกพันธบัตรของ กทม. ส่วนรูปแบบและกลไกการทำงานของเคทีนั้น บริษัทเคทีจะทำหน้าที่ไปหาแหล่งเงินกู้มาดำเนินโครงการ ส่วนการชำระเงินธนาคารจะได้รับโอนจากการจัดสรรงบประมาณของ กทม.โดยตรง ตามข้อบัญญัติว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งจะไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นกลไกใหม่ในการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะในส่วนของโครงการที่ยังติดปัญหาเรื่องของงบประมาณ เช่น โครงการรถโมโนเรล รถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีในสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยนำแนวทางนี้มาใช้ ขณะที่ในส่วนของกำไรเคทีจะต้องส่งกลับคืนให้ กทม. 50% ส่วนเคทีจะได้ค่าจ้างจาก กทม. โดยที่ประชุมมอบหมายให้เคทีไปสรุปแผนงานและค่าตอบแทน เพื่อที่ กทม.จะได้นำเสนอต่อสภากรุงเทพมหานคร ในการจัดสรรงบประมาณปี 2554

 รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการติดตั้งระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท อ่อนนุช – แบริ่ง ตามแผนการใหม่ภายหลังมีการร้องเรียนและได้มีการชี้แจงข้อร้องเรียนไปแล้วนั้น จะกำหนดประกวดราคา 1 มิ.ย.นี้ ตรวจสอบราคาและเจรจา 4-17 มิ.ย. 53 ลงนามสัญญาและเริ่มงาน 1 ก.ค. 53 และกำหนดเปิดให้บริการ 12 ส.ค. 54 ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเดิมประมาณ 3 เดือน ซึ่งหากมีการร้องเรียนเพิ่มหลังจากการเคาะราคาในวันที่ 1 มิ.ย. 53 การดำเนินการโครงการจะล่าช้าออกไปอีก อีกทั้งโครงการนี้ได้รับงบประมาณไทยเข้มแข็ง ซึ่งต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนที่ได้เสนอสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) เสนอให้ยกเลิกการจัดซื้อและขอดำเนินการจ้าง บ.กรุงเทพธนาคม จำกัด โดยวิธีกรณีพิเศษเป็นผู้จัดหาระบบการเดินรถ บ.กรุงเทพธนาคมฯ จะสามารถจัดหาผู้ขายและเริ่มงานได้ 6 ส.ค. 53 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือน ก.ย. 54 ซึ่งจะล่าช้าจากแผนเดิม 4 เดือน

 ด้านส่วนต่อขยายสายสีลม (ตากสิน – บางหว้า) จะแบ่งเป็นการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานและงานระบบการเดินรถ 6881.13 ล้านบาท งานว่าจ้างที่ปรึกษาตรวจสอบแบบและระบบ 55.00 ล้านบาท งานรับรองความปลอดภัยของระบบ (ICE) งานเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ 872.07 ล้านบาท รวม 7808.20 ล้านบาท โดยแผนดำเนินงานที่ปรับใหม่จะกำหนดเปิดให้บริการ 12 ส.ค. 55 ซึ่งล่าช้าจากแผนเดิมปลายปี 54