
ผู้บริหารDSIโต้พท.ยันไม่เคยเป็นเครื่องมือการเมือง
ผู้บริหารดีเอสไอเรียงหน้าโต้เพื่อไทย ยันองค์กรไม่เคยตกเป็นเครื่องมือการเมือง เมินคำขู่ย้ายล้างบาง พร้อมขออนุมัติหมายจับก่อการร้ายล็อต 3 รวม 20 ราย การุณ-ก่อแก้ว-นิสิต ติดโผ
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน และนายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ ร่วมแถลงข่าวการขออำนาจศาลออกหมายจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเพิ่มอีก 20 คน ประกอบด้วย นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายการุณ โหสกุล นายนิสิต สินธุไพร นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป นางพิเชษฐ์หรือ ภูมิกิตติ สุขจินดาทอง นางเจ็มส์ สิงห์สิทธิ์ นายอรรณพ หรือหนุ่ม แซ่ตัน นายจักรชลัช หรือพล คงสุวรรณ นายศักดา หรือนัทสนามหลวง แก้วผูกนาค นายยงยุทธ หรือบัง ท้วมมี นายจรัญ หรือยักษ์ ลอยพูล นายมงคล สารพันธ์ นายสมบัติ หรือผู้กองแดง มากทอง นายอร่าม แสงอรุณ ว่าที่ร.ต.สุรภัศ หรือมดเอ็ก จันทิมา นายอำนาจ อินทรโชติ นายอัครพล หรือไจแอนท์ ขันทกาญจน์ นายสมพงษ์ หรือป้อม บัวชม และนายมานพ ชาญช่างทอง
นายธาริต กล่าวอีกว่าในวันที่ 1 มิ.ย. ดีเอสไอจะนำคำร้องขอความเห็นชอบออกหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายรวม 20 คน ไปขอความเห็นชอบจากพนักงานอัยการคดีพิเศษ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจะยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา หากศาลอนุมัติหมายจับจำนวนผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายทั้ง 3 ล็อต จะมีจำนวนทั้งสิ้น 39 ราย โดยหลังจากนี้ดีเอสไอจะรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาล็อตที่ 4 ต่อไป อย่างไรก็ตาม การออกมาเปิดเผยรายชื่อผู้ต้องหาที่ยื่นคำร้องขอหมายจับก่อนหน้าได้รับการอนุมัติจากศาลไม่มีเหตุผลอื่น แต่เกิดจากดีเอสไอถูกนำไปประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยถูกกล่าวหาว่าทำงานไม่เป็นกลาง ขออนุมัติหมายจับโดยไม่รอบคอบ นอกจากนี้เริ่มมีการคาดเดาและเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะถูกออกหมายจับออกมาจำนวนหนึ่ง ดังนั้นในท่ามกลางความสับสนการออกมาเปิดเผยข้อมูลน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า
นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าดีเอสไอทำงานรับใช้การเมืองว่า การออกมาแถลงข่าวหลายครั้งของโฆษกพรรคเพื่อไทย สร้างความไม่สบายใจให้กับตนและผู้บริหารดีเอสไอจึงขอยืนยันว่าดีเอสไอทำงานตรงไปตรงมาเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นแม้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ความเสียหายของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นเป็นความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ในฐานะเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่อาจละเลยหรือเพิกเฉยได้ ตรงกันข้ามหากดีเอสไอไม่ดำเนินการจะเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตามกฎหมายดีเอสไอต้องรับโทษเพิ่มเป็น2 เท่า
“ ยืนยันว่าการทำงานของดีเอสไอตรงไปตรงมา ไม่เคยรับคำสั่งหรือถูกโน้มน้าวจากการเมือง คำขู่ของพรรคเพื่อไทยที่ว่าหากกลับมาเป็นรัฐบาลจะจัดการกับดีเอส พวกผมพร้อมน้อมรับ เพราะการเมืองมีอำนาจโยกย้ายข้าราชการประจำเปรียบเสมือนหมาป่ากับลูกแกะ ข้าราชการไม่มีสิทธิจะโต้แย้งอำนาจที่จะเข้ามาโยกย้ายในอนาคต เมื่อถึงเวลานั้นพวกผมก็ไม่ขอเรียกร้องหรือขอความเห็นใจ แต่จะขอตั้งใจทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน จะทำงานให้ดีที่สุด จนกว่าจะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ โดยจะขอความหวังและชะตาไว้กับสื่อมวลชนและประชาชนในการทำงานตรงไปตรงมาเพื่อรักษาความถูกต้องในบ้านเมือง หลังจากนี้ดีเอสไอจะไม่มาเสียเวลากับคำขู่ใด ๆ จะทุ่มเทเวลาให้กับงานคดี ซึ่งมีสำนวนถูกส่งเข้ามาแล้ว 128 คดี ” นายธาริต กล่าว
ส่วนกรณีการยื่นหนังสือขอให้ศาลอาญาทำเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฏรเพื่อขอยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครองนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้ศาลยังไม่ตอบกลับมาว่าจะเห็นชอบตามคำขอของดีเอสไอหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีของนายการุณ โหสกุล ส.ส. เพื่อไทย ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่อาจจะรอฟังดุลยพินิจของศาลเนื่องจากระหว่างนี้ใกล้ปิดสมัยประชุมสภาแล้ว
นายธาริต ยังกล่าวเรียกร้องไปยังฝ่ายการเมืองว่าไม่ควรมุ่งร้าย ทำลายองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพราะยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมประเทศให้เสียหายมากขึ้น



