ข่าว

มือเผาเมืองทยอยมอบตัวหวั่นความไม่ปลอดภัย

มือเผาเมืองทยอยมอบตัวหวั่นความไม่ปลอดภัย

31 พ.ค. 2553

มือเผาป่วนเมืองขอนแก่นเริ่มทยอยติดต่อมอบตัว หลังมีหมายจับทั่วเมืองหวั่นไม่ได้รับความปลอดภัย ขณะที่ยอดตามจับกุมตัวมือเผาขณะนี้รวบได้แล้วทั้งหมด 21 ราย ส่วนละเมิดเคอฟิว 42 ราย จับเสื้อแดงเชียงใหม่เพิ่มอีกหนึ่งรายร่วมเผารถดับเพลิง

 ความคืบหน้าหลังคดีเผาสถานที่ราชการและเอกชนหลายแห่งในจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เรื่องนี้พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น รองหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนจัดทำคดี เปิดเผยว่า ล่าสุดมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับติดต่อขอพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอมอบตัวแล้วหลายราย และยังมีผู้ต้องหาอีกจำนวนมากที่ถูกออกหมายจับและหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนทั้ง สภ.เมืองขอนแก่น และ ภ.จว.ขอนแก่น กำลังดำเนินการติดตามจับกุมตัวอยู่ บางรายก็มีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาขอมอบตัว เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

 "โดยล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 พ.ค.53 นายบรรจง ทองหงษา อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 122 ม.10 ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาก่อเหตุบุกเผาศาลากลางขอนแก่น สถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT ขอนแก่น ตามหมายจับของศาลขอนแก่น เลขที่ 231/2553 และ 271/2553 ที่มีการติดรูปออกหมายจับทั่วทั้งเมืองได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยนายบรรจง ยอมรับว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาได้ร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงก่อเหตุเผาศาลากลาง จ.ขอนแก่น และสถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT จริง แต่ไม่ได้เข้าทำลายทรัพย์สินส่วนราชการและ ธ.กรุงเทพฯขอนแก่น แต่อย่างได"พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ กล่าวและว่า

 สาเหตุที่เข้ามอบตัวก็เพราะว่ามีหมายจับประกาศออกมา หวั่นไม่ได้รับความปลอดภัย และบริสุทธิ์ใจที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและจากการออกหมายจับไปผู้ต้องหาที่ก่อเหตุบุกเผาพื้นที่ไปจนถึงขณะนี้รวมทั้งหมด 104 หมาย ส่วนการจับกุมนั้น ขณะนี้สามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหาคดีเผาทำลายทรัพย์สินได้เพียง  21 รายเท่านั้น  ซึ่งทั้งหมดไม่อนุญาตประกันตัว และถูกควบคุมฝากขังอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อรอสอบสวนขยายผลจับกุมเพิ่ม

 "ส่วนผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้อีก 42 รายนั้นเป็นผู้ต้องหาคดีละเมิดข้อกำหนดเคอร์ฟิว ซึ่งบางส่วนก็ประกันตัวออกไปแล้ว และยังมีอยู่หลายรายที่ถูกคุมตัวอยู่เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายคาปรับและติดคุกแทน"พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์  บอก

จับเสื้อแดงเชียงใหม่เพิ่มอีกหนึ่งรายร่วมเผารถดับเพลิง

 ตำรวจ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เข้าจับกุมนายสุจิตร อินทะชัย อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1 หมู่ 1 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ 225.2  ลงวันที่ 24 พ.ค.25 53 ในข้อหามั่วสุมกันโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์สินของทางราชการ จากคดีเผารถดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยเบื้องต้นนายสมจิตรให้การปฏิเสธ

        การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมาที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ออกตระเวนก่อความวุ่นวายและทำลายทรัพย์สินตามสถานที่ต่าง ๆ  หลายจุดทั่วเมืองเชียงใหม่ ทั้งการเผาบ้านพักของปลัดจังหวัดเชียงใหม่ การทุบทำลายตู้โทรศัพท์ ไฟส่องสว่าง ตู้เอทีเอ็ม รวมทั้งการเผารถดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่เสียหายจำนวน 2 คัน รวมทั้งตู้ยามของตำรวจจราจร โดยทั้งสองคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ สภ.แม่ปิง ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว 7 ราย โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน

อุดรธานีจ่อออกหมายจับแดงเผาศาลากลางเพิ่มอีก20ราย

 เมื่อเวลา 10.20 น.ที่ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาด จ.อุดรธานี นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ รักษาการ ผวจ.อุดรธานี พ.ต.อ.สนั่น ชวาลธรรม รักษาการ ผบก.ภ.จว. พ.อ.อำนวย จุลโนนยาง เสนาธิการ มทบ.24 พร้อมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชน จ.อุดรธานี พร้อมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดต่อสื่อมวลชน กรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้น และการเผาศาลากลาง และ สนง.เทศบาลนครอุดรธานี

  นายวิรัตน์ กล่าวว่า หลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ร่วมชุมนุม ที่อยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 49 ราย บาดเจ็บ 4 คน เสียชีวิต 1 คน ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายมูลค่า 304,750,541 บาท ซึ่งทางจังหวัดได้มีการ ฟื้นฟูเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและประชาชนทั่วไป โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการรับเรื่องขอความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จากกรณีก่อความไม่สงบเรียบร้อย ขึ้นที่สำนักงานจังหวัด ฝ่ายอำนวยการ อาคารศาลากลางใหม่ ชั้น 2 พร้อมกับให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ตั้งศูนย์อำนวยการรับเรื่องขอความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ จากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ สนง. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในศาลากลางจังหวัดได้อีกแห่ง
   
       "สำหรับการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แยกออกเป็นกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย ช่วยเหลือไม่เกิน 20,000 บาท บาดเจ็บปานกลาง ช่วยเหลือไม่เกิน 60,000 บาท บาดเจ็บสาหัส ช่วยเหลือ ไม่เกิน 100,000 บาท และเสียชีวิต ช่วยเหลือไม่เกิน 400,000 บาท นอกจากนี้ยังเยียวยาทางจิตใจให้กับผู้ที่เดินทางกลับจากการชุมนุมที่กรุงเทพฯ จำนวน 92 ราย ซึ่งทางอำเภอได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปพบ และวิเคราะห์สภาพจิตใจ ความเป็นอยู่ ความต้องการที่ให้ทางราชการช่วยเหลือต่อไป ส่วนการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาในระยะยาว อยู่ในระหว่างวิเคราะห์พื้นที่ เพื่อที่จะให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เสนอความต้องการให้ทางราชการช่วยเหลือต่อไป" รก.ผวจ.อุดรฯกล่าว

  นายวิรัตน์ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน ทางจังหวัดอุดรธานี ได้มอบหมายให้ รอง ผวจ.ออกไปพบปะกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟื้นที่ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 1 มิ.ย. 2553 ที่ อ.เพ็ญ บ้านดุง หนองหาน และ อ.ไชยวาน วันที่ 2 มิ.ย. 2553 อ. วังสามหมอ ศรีธาตุ บ้านผือ น้ำโสม กุดจับ และ อ.เมืองอุดรธานี

          พ.ต.อ.สนั่น รักษาการ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า การดำเนินของตำรวจมีการออกหมายจับไปแล้ว 41 ราย และกำลังเสนอออกหมายจับต่อศาล จ.อุดรธานีอีก 20 หมาย โดยมีการจับกุมตามหมายจับแล้ว 11 ราย ยังจับไม่ได้อีก 30 ราย ในข้อกล่าวหา "ฝ่าฝืน พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ร่วมชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป , มั่วสุ่มกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุกโดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ เพื่อสาธารณประโยชน์ ,ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และจับกุมผู้ก่อเหตุพยายามวางเพลิงที่ว่าการอำเภอเมืองและ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 46 ราย

          "นอกจากนี้แล้วในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา ซึ่ง ถูกระบุ ว่าเป็นแกนนำ ในการชุมนุม และก่อเหตุความรุนแรงในครั้งนี้ มี ร.ต.ต.สมเกียรติ เค้าฉิม และ ร.ต.ต.กมลศิลป์ สิงหสุริยะ แต่ไม่สามารถส่งหมายได้ เนื่องจากบ้านปิดไม่มีผู้ใดอยู่บ้าน จึงได้ปิดหมายเรียก ไว้ที่บ้านและจะได้ส่งหมายเรียกครั้งที่ 2 ต่อไป พร้อมกันนี้การออกหมายเรียกนายวิชัย สมบัติกำไร ผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งได้ให้ สภอ.ทุ่งฝนรับไปดำเนินการต่อไป"

  ด้าน พ.อ.อำนวย จุลโนนยาง เสธ.มทบ.24 กล่าวยืนยันว่า ในขณะนี้ไม่มีกำลังทหารออกไปปฏิบัติหน้าที่ นอกหน่วยแต่อย่างใดเพราะกำลังทหารทั้งหมดต้องเตรียมพร้อมอยู่ในหน่วยตลอดเวลาอย่างไรก็ตามก็มีกระแสข่าวรายงานว่ามีบุคคลเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน ออกไปเคลื่อนไหว ทำการค้นบ้านของประชาชน ในท้องที่บ้านนาคำไห อ.เพ็ญ ซึ่งพ.อ.อำนวยฯ ยืนยันว่าไม่ใช่ทหารอย่างแน่นอน