
พท.โชว์ภาพไอ้โม่งบนบีทีเอสซุ่มยิงคนวัดปทุมฯ
อนุดิษฐ์ โชว์ภาพ ไอ้โม่ง บนบีทีเอส ซุ่มยิง คนวัดปทุม ฯ สุเทพ แจง เป็นภาพวันที่ 20 พ.ค. คุ้มกัน
(31พ.ค.) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เม.ย. ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ออกคำสั่งสลายการชุมนุมเป็นการกระทำเกินสมควร ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักสากล และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินตามมาตรา 17 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อย่างเช่น นายเกรียงไกร คำน้อย คนขับ 3 ล้อ จ.ร้อยเอ็ด ที่ถูกยิงที่สะพาน มัฆวานฯ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากผลชั้นสูตร ถูกกระสุนปืนที่ช่องท้องและถูกยิงตอนกลางวันโดยไม่มีไอ้โม้ง ไม่มีชุดดำ ซึ่งเป็นตัวละครที่อ้างถึงเสมอว่าเป็นผู้ก่อการร้ายนำมาซึ่งทำให้เกิดการใช้อาวุธโดยเสรี ขณะที่ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต มือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ส่วนการสั่งสลายการชุมนุมในเวลากลางคืน เป็นการปฏิบัติการทางทหารกับผู้ชุมนุม ไม่ต่างกับการใช้กำลังทำร้ายอริราชศัตรู
นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า การกำหนดเขตห้ามบิน นักบินทุกคนต้องจำใส่กระบาล ว่าห้ามบินในเขตพระราชฐาน คือ สวนจิตรลดา และ ร.พ.ศิริราช เพราะกระทบต่อ 2 พระองค์ที่ประทับอยู่ แต่ที่ผ่านมาก็มีการเพิกเฉย ผลกระทบอาจทำให้เกิดการถูกยิง และอาจจะไปกระทบดับเขตพระราชฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอ.อนุดิษฐ์ ได้นำภาพนิ่ง ไอ้โม่ง ที่ถ่ายไว้ในช่วงสงกรานต์เลือดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยรูปดังกล่าวมีลักษณะแต่งชุดธรรมดา พร้อมอาวุธปืน อยู่อยู่ปะปนกับทหาร พร้อมนำรูปชายชุดดำ ถือปืน บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยยืนยันว่า เป็นเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้ามา
นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า นายสุเทพ เคยชี้แจงเรื่องนี้ว่า ผู้ที่ยิงเป็นกลุ่มโจรผู้ร้าย แต่ความจริงเป็นทหารสวมหมวกเหล็กมีสัญญลักษณ์สีชมพูติดอยู่ และบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส.หน้าวัดปทุมฯ วันที่ 19 พ.ค. ก่อนเกิดเหตุยิง 6 ศพ นี่คือโจรผู้ร้าย สำหรับตนคิดว่าไอ้โม่งคือที่นายสุเทพ กล่าวอ้างก็คือทหาร ที่เชื่อมโยงกำลังนอกเครื่องแบบของรัฐบาล เพื่อปฏิบัติการต่อผู้ชุมนุม เพื่อรัฐบาลจะต้องไม่รับผิดชอบในคำสั่งฆ่าคน ดังนั้นจึงถือว่าอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ปฎิบัติโดยมิชอบ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ตนจึงไม่ไว้วางใจให้นายอภิสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯบนกองเลือดได้
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า ภาพทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยมีการอ้างว่าเป็นภาพทหารในเวลา 18.30 น.ของวันที่ 19 พ.ค. ขอเรียนว่าภาพนี้เป็นภาพที่เป็นปัญหาอยู่ตลอดในเวลานี้ และคงจะต้องมีการพิสูจน์กันว่าเป็นภาพที่ถ่ายในวันที่ 19 พ.ค. ในเวลา 18.30 น.จริงหรือไม่ ทั้งนี้จากการซักถามเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในวันที่ 19 พ.ค. ยืนยันว่า ณ จุดที่ปรากฎภาพนี้อยู่ในเวลา 18.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยเจ้าหน้าที่ชุดที่เคลื่อนที่มาจากสี่แยกปทุมวันมาได้แค่แยกเฉลิมเผ่า โดยไม่สามารถเข้ามาที่บริเวณดังกล่าวได้ ในขณะนั้น มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่พยายามเข้าไปคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ถูกฝ่ายผู้ก่อการร้ายยิงใส่จนต้องถอยไปยังสถานรถไฟฟ้าบีทีเอส
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ภาพที่ถ่าย ตนเชื่อว่าเป็นภาพทหารแน่นอน แต่เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ตอนที่เข้าไปคุ้มกันให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมออกจากวัดปทุมวนาราม ข้อเท็จจริงเรื่องนี้พิสูจน์ได้ในวันข้างหน้า ส่วนเรื่องที่น.ต.อนุดิษฐ์ อ้างว่าเฮลิคอปเตอร์โดนยิง โดยอ้างว่าคนยิงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ขอเรียนว่าเป็นเรื่องจริงที่คนยิงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยล่าสุดเราได้จับกุมคนยิงได้แล้วและกำลังดำเนินคดีอยู่
“นอกจากนี้ขอยืนยันว่าพื้นที่ทำการบินไม่ใช่พื้นที่ห้ามบิน ไม่ได้ล้ำเข้าในเขตห้ามบิน โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์ได้มีการขอไปยังกรมราชองครักษ์แล้ว “นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ผู้อภิปรายกล่าวว่าตน และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ตนจะชี้แจงในภายหลัง แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความคิดที่จะสลายการชุมนุม ภาพที่จะแสดงในโอกาสต่อไปจะแสดงว่าเราเข้าไปฏิบัติการขอพื้นที่คืนจริงๆ โดยได้ปฏิบัติการตามหลักสากลทุกประการ กรณีที่ยกมาว่ามีผู้เสียชีวิตถูกยิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เท่าที่มีการตรวจสอบพบว่าการปฏิบัติการที่สะพานมัฆวานรังสรรค์มีแค่การใช้โล่ห์ ใช้กระสุนยาง ใช้กระบองไม่มีการใช้กระสุนจริงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ในเวลานั้น ตนเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกอ้างอาจเสียชีวิตที่สี่แยกคอกวัว โดยเรื่องนี้จะต้องหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ต่อไป ส่วนที่อ้างว่ามีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในเวลากลางคืนขอยืนยันว่าการสั่งการเริ่มในเวลากลางวันเวลา 13.00 น.โดยมีการล้อมกองทัพภาคที่ 1 ก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปิดทางออกมา ตามมาในเวลา 18.00 น. ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่หยุดการเคลื่อนไหวไม่ปฏิบัติการต่อ แต่ต่อมาผู้ชุมนุมได้เข้ามาล้อมเจ้าหน้าที่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังทั้งจุดสี่แยกคอกวัวและอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่จึงถอนตัว แต่กลับมีกลุ่มไอ้โม่งยิงถล่มด้วยเอ็ม 79 เอ็ม 16 จนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและพลอยทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปด้วย



