
หลายสียื่น2หมื่นชื่อถอดถอน3ส.ส.เพื่อไทย
เครือข่ายหลายสียื่นรายชื่อ 2 หมื่นรายชื่อต่อประธานวุฒิ ถอดถอน 3 ส.ส.เพื่อไทย "อภิวันท์-การุณ-จตุพร" ระบุ พฤติการณ์ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงทางการเมือง ชี้ สภาโลกจะประณามสภาไทย หากให้ผู้ก่อการร้ายเข้าสภา
(31พ.ค.) เวลา 10.30 น.นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ และน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอา สาปกป้อง แผ่นดิน พร้อม คณะ ได้นำรายชื่อประชาชนผู้ใช้สิทธิถอดถอน ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 164 จำนวน 21,000 รายชื่อ ยื่นต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา โดยนายมนตรี กล่าวว่า ตามที่ตนและคณะได้ยื่นความจำนงรวบรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อถอดถอน ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 164 รวม 3 คน คือพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฏร นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ฐานมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงทางการเมือง ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญในการปราศรัยและร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ต่างกรรมต่างวาระหลายกรณี ต่อมาได้พฤติการณ์หนักข้อยิ่งขึ้นในการปลุกระดมและสนับสนุนให้การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ทำผิดกฎหมายร้ายแรงมากขึ้น ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน จนกลายเป็นการจลาจลในวันที่ 19-20 พ.ค. 2553 ซึ่งนายจตุพรได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายแล้วนั้น ขณะนี้ตนได้รวบรวมรายชื่อได้แล้วจึงได้ขอนำส่งหนังสือลงลายมือชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้เข้าชื่อ เพื่อขอให้วุฒิสภาพิจารณาถอดถอน ส.ส.ทั้ง 3 คนดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 164 และมาตรา 270 ประกอบกับมาตรา 274
นายประสพสุข กล่าวว่า ตนรับรายชื่อแล้วก็จะให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภานำรายชื่อไปตรวจสอบ สำเนาบัตรประชาชนและคำร้อง ว่าถูกต้องหรือไม่ โดยจะตรวจสอบไปยังกรมการปกครอง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง เกี่ยวกับคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ ก่อนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป ทั้งนี้ต้องทำภายใน 30 วัน
นายเทพมนตรี ยังกล่าวได้สอบถามว่า นายจตุพร ได้ถูกออกหมายจับในข้อหาก่อการร้าย ส.ว.มีแนวทางอย่างไรไม่ให้ผู้ก่อการร้ายเข้ามาในรัฐสภา เชื่อว่า สภาโลกจะประณามสภาไทยหากให้ผู้ก่อการร้ายเข้ามาในรัฐสภา
นายประสพสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.และส.ว.มีเอกสิทธิ์และความคุ้มกันระหว่างสมัยประชุม ไม่ใช่เอกสิทธิ์คุ้มครองที่เรามักใช้ผิดกันอยู่ โดยระหว่างสมัยประชุมห้ามจับกุมคุมขังสมาชิก ยกเว้นเป็นความผิดซึ่งหน้า หากจะดำเนินการอะไรต้องได้รับอนุญาตจากสภาที่บุคคลนั้นเป็นสมาชิกันอยู่ ทั้งนี้เรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเกิดขึ้นมาเมื่อ 400-500 ปีมาแล้วที่ประเทศอังกฤษ ที่มีคดีเกิดขึ้น เป็นแนวคิดที่ฝ่ายบริหารจะก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ โดยจะไม่สามารถจับกุมคุมขังได้ในระหว่างสมัยประชุมเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งกัน จนกลายเป็นประเพณีทั่วโลก
น.พ.ตุลย์ กล่าวว่า กรณีของนายจตุพรเป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตำรวจจะต้องจับกุมดำเนินคดีได้หรือไม่ และวันที่ 2 มิ.ย.เป็นวันสิ้นสุดสมัยประชุมสมัยวิสามัญทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมเลยได้หรือไม่ เพราะถือว่ากระทำผิดร้ายแรง
นายประสพสุข กล่าวว่า เมื่อปิดสมัยแล้วถือว่าไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มกัน ดังนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็สถานการณ์การเมืองในไทยทางประธานสหภาพรัฐสภาโลกได้ทำจดหมายมาถึงแสดงความเป็นห่วงอยากเห็นทุกอย่างจบลงด้วยดี และยังเสนอว่า หากจะให้ช่วยเหลืออะไรก็ยินดีช่วย และตนกำลังทำหนังสือตอบกลับไปว่า เป็นเรื่องภายในประเทศสามารถที่จะจัดการเองได้



