
"กษิต"เตรียมข้อมูลเพียบพร้อมรับมืออภิปราย
"กษิต" เตรียมข้อมูลเพียบ พร้อมรับมืออภิปราย ไม่อายที่ร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ยัน ไม่ได้หมกมุ่นล่าตัว"ทักษิณ"
(31พ.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ก็อ่านข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้กว่าหลาย 10 เรื่อง ซ้ำมาสามวันแล้ว โดยประมวลมาจากสิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อต่างๆ ในสภาในอดีต ในสภารวมทั้งกรรมาธิการบางกรรมาธิการในช่วงปีที่ผ่านมา โดยตนประมวลคำกล่าวหา คำถามเหล่านั้นก็เตรียมข้อมูลมาพอสมควร แต่ก็ไม่ทราบว่าเขาจะมากล่าวหาโจมตีเรื่องอะไร แต่ก็พยายามให้มันครอบคลุมให้มากที่สุด
เมื่อถามว่าอาจจะมีการพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านบ่อย นายกษิต กล่าวว่า ในโลกนี้มีสมาชิกสหประชาชาติ(ยูเอ็น) 192 ประเทศ ซึ่งเดือนที่แล้วเราได้ที่สองในผู้สมัครสิบกว่าประเทศในการเป็นกรรมการในคณะมนตรีทางด้านสิทธิมนุษยชน เราได้ 182 คะแนน เป็นที่สองรองจากมัลดีฟ อันนี้เป็นคำตอบในตัวของเราเองแล้วว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งนี้เรามีปัญหากับประเทศเดียวเท่านั้นเอง และเราก็ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา ตนไม่ได้ไปเอาผู้นำฝ่ายค้านของอีกประเทศหนึ่งมาเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศ ตนไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในกิจการภายในของประเทศอื่นๆ และตนเอาความสัมพันธ์ของสองประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นตัวตั้ง ฉะนั้นจะมากล่าวหาอะไรตน ตนไม่รับทั้งสิ้น ตนและกระทรวงการต่างประเทศไม่ใช่เป็นผู้ก่อปัญหากับประเทศใดใดทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามกับประเทศเพื่อนบ้านตนเดินทางอยู่ตลอดเวลา
“จะมากล่าวหาว่าผมทำประเด็นปัญหาเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่บนรากฐานแห่งความเป็นจริงหรือพื้นฐานของความเป็นจริง คือพูดอะไรสนุกๆใส่สื่ออย่างเดียว โดยไม่ดูข้อเท็จจริงแล้วไม่เคยถามสักครั้งว่าเคยทำอะไรหรือว่าเมื่อได้รู้ข้อเท็จจริงแล้วก็ปฏิเสธข้อเท็จจริงเหล่านั้นก็มุ่งอยู่ประเด็นเดียวมา 17 กว่าเดือนแล้ว อันนี้เราก็โตโตกันแล้วพูดกันด้วยความจริงเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เอาข้อเท็จจริงมาพูดว่าดำเนินไม่ดีอย่างไรเอามาวิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่าปรามาส หรือกล่าวหาตัวบุคคลซึ่งไม่มีความจริงใดใดเลยทั้งสิ้น และผมทำงานตั้งแต่ต้นผมไม่มีอะไรปิดบัง ทุกอย่างโปร่งใส เปิดเผยตรวจสอบได้ ผมถึงได้เชิญชวนผู้ที่กล่าวหาที่เป็นนักการเมืองมาอยู่กับผม 15 ชั่วโมงได้ไหม จะได้ดูสิว่าวันหนึ่งวันหนึ่งผมทำอะไรตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานอน”นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะมีการพูดนอกประเด็นว่าสนับสนุนเสื้อเหลืองมาก่อน นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าการที่ตนเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรหรือว่าไปขึ้นเวทีนั้นเป็นสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจด้วยความตั้งใจว่าตนจะต่อต้านระบอบทักษิณ ต่อต้านการเมืองกึ่งเผด็จการที่เชื่อผู้นำคนเดียว มีผลประโยชน์ทับซ้อน เอาวงศาคณาญาติเพื่อนฝูงมาอยู่ในตำแหน่งต่างๆที่สำคัญในการเมืองและราชการ แล้วก็ต่อต้านการคอรัปชั่น ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ตนคิดว่าคนไทยทุกคนก็ต้องช่วยกันต่อสู้
“เพราะฉะนั้นไม่เป็นเรื่องน่ารังเกียจหรือน่าอายอะไรที่ได้ไปเข้าร่วมในกระบวนการของพันธมิตรฯ แล้วก็เป็นการทำงานที่เปิดเผย ไม่มีอะไรที่ไม่โจ่งแจ้งและทุกสิ่งทุกอย่างที่พูดก็บนเวทีเท่านั้นเอง แล้วทุกอย่างมันก็เป็นเรคคอร์ด มีบันทึกไว้ แล้วทุกอย่างก็เป็นเรื่องของการต่อต้านการบริหารราชการที่ไม่ถูกต้องของระบอบทักษิณ แล้วก็อย่าลืมว่าพันธมิตรเริ่มมาก็มีเรืองคดีต่างๆที่เกี่ยวกับคุณทักษิณ ในเรื่องสัมปทาน ในเรื่องอะไรต่างๆเหล่านี้ แล้วก็ศาลก็ได้เริ่มตัดสินมาแล้ว ก็คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายอะไร แล้วผมก็คิดว่าดีใจที่ได้ร่วมต่อต้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้องในระบอบการเมืองไทย แต่เมื่อผมมาเป็นรัฐมนตรีแล้วก็ผมก็ตัดตอนได้ ผมไม่ได้เล่นการเมืองในสภานอกสภาคู่ขนานกันไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ก็แน่นอนผมตัดให้ตัวเองออกจากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กับพันธมิตรอะไรไม่ได้ แต่ผมก็ยังไม่ตัด ไม่มีอะไรที่ต้องไปตัดหรือเป็นเรื่องที่น่าละอาย ผมภูมิใจด้วยซ้ำ”นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าท่านทำงานไล่ล่าคุณทักษิณมากเกินไป นายกษิต กล่าวว่า ไม่จริง เพราะว่าตนอยากให้คนที่มาวิพากษ์วิจารณ์มาอยู่กับตนที่บ้านสัก 15 ชั่วโมงได้หรือไม่ ตั้งแต่ตนตื่นมาจนถึงนอนผมทำอะไรบ้าง ทั้งที่ทำงานที่บ้าน แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเรามีสถานทูต 70 กว่าแห่ง รวมทั้งสถานกงสุลด้วย หลายกรมกอง งานเข้ามาดูแฟ้มประชุมกันวันหนึ่งตลอดเวลา ดังนั้นมันมีชีวิตชีวาที่กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต ดังนั้นเราทำงานมากมายอาจไม่เป็นข่าว และภาคการเมืองก็ให้ข่าวอยู่ตลอดเวลา เราก็ไปปรากฏตัวในที่สาธารณะหลายแห่ง รวมทั้งในการชี้แจงกรรมาธิการต่างๆของรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีคณะผู้แทนของรัฐสภาไปต่างประเทศ บรรดาท่านทูตกงสุลก็ให้ข้อมูลข่าวสาร ฉะนั้นเราทำงานตลอดเวลามากมาย เพราะไม่มีอะไรในประเทศไทยที่มันไม่เกี่ยวโยงกับต่างประเทศ และไม่มีเรื่องใดใดที่มันสำคัญเกี่ยวกับโลกข้องนอกที่ไม่ได้เกี่ยวกับประเทศไทย เมื่อมันเกี่ยวโยงกันอยู่ตลอดเวลามันก็เป็นเรื่องที่เราต้องมีท่าที ต้องมีการแสดงความคิดเห็น แสดงแนวร่วมกับมิตรประเทศ และช่วยเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นในโลกและภูมิภาคตลอดเวลา
“งานต่างประเทศมันมีชีวิตตลอดทุกวินาที มันมีโทรเลขเข้ามาที่กระทรวงการต่างประเทศทุกวันและมีตัวเลขที่จะออกไปแทบตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าผมมาไล่ล่าคุณทักษิณ ผมยังคิดว่าผมไม่ควรจะไปไล่ล่าคุณทักษิณเป็นนายตำรวจ เป็นนักเรียบทุน เป็นนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณทักษิณมามอบตัวซะบัดนี้ ก็ไม่ต้องไปไล่ล่ากันให้มันเสียเวลา ควรทักษิณก็ควรจะรู้ตัวดี ก็มามอบตัวซะเรื่องมันก็จบกันแค่นั้น”นายกษิต กล่าว
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ส่วนที่จะต้องไปติดตามก็แน่นอนเพราะว่าการทำงานมี 3 ส่วน คือ สำนักงานอัยการ ตำรวจแล้วก็กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อทางสำนักงานอัยการบอกมาเราก็ดำเนินการไปเพราะว่าเราเป็นหน่วยงานที่ทำงานในต่างประเทศ ดังนั้นตนไม่ได้ไปเสียเวลากับคุณทักษิณ เพราะวันวันหนึ่ง 1-2 นาทีก็เพียงพอเพราะเรื่องมันผ่านเข้ามา ก็มีเรื่องอื่นที่จะทำอีกมากมาย ขออย่าได้เป็นห่วงในเรื่องนี้
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าเอกสารหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับคดีคุณทักษิณจะทำให้ตำรวจสากลเชื่อมั่น นายกษิต กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักกฎหมาย ต้องไปถามสำนักงานอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)หรือตำรวจ อย่างไรก็ตามกระทรวงต่างประเทศก็ประสานอยู่ เพราะเรามีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ กรมสารนิเทศ ก็ประสานกันอยู่
“ทุกสิ่งอย่างมันต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง จะไปหลอกชาวบ้านไม่ได้ เอาข้อมูลเถื่อน ข้อมูลเท็จไปแจ้งกับองค์การระหว่างประเทศไม่ได้ อันนี้เราไม่ทำ”นายกษิต กล่าว



