ข่าว

พ.ท.อัดนายกฯไร้ประสิทธิภาพฆ่าปชช.

พ.ท.อัดนายกฯไร้ประสิทธิภาพฆ่าปชช.

31 พ.ค. 2553

“วิทยา” นำทีมเปิดศึกซักฟอก กล่าวหานายกฯไร้ประสิทธิภาพฆ่าปชช.ตาย ชี้หากปล่อยให้บริหารปท.วิกฤติแน่ จากนั้น“ไชยา”ประ เดิมคนแรก เปรียบความสูญเสีย 7 ต.ค. 51 กับจลาจล 19 พ.ค.เรียกร้องนายกฯรับผิดชอบทางการเมือง

(31พ.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ได้อ่านญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของฝ่ายค้านว่า นายกฯมุ่งบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อมุ่งประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง ส่งผลให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ขาดความรู้ความสามารถมีพฤติกรรมส่อว่าจงใจไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่แถลงไว้ กำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ รู้เห็นปล่อยปละละเลยให้รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่นแสวงหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินอย่างกว้างขวาง กำหนดนโยบายเพื่อเอื้อทุจริตเชิงนโยชบาย บริหารราชการแผ่นดินไม่เป็นตามหลักนิติธรรม ไม่มีความเสมอภาค ใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษย์ชนอย่างร้ายแรง สั่งการให้ทหารใช้อาวุธสงครามชนิดร้ายแรงเข้าปราบปรามประชาชนหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตหลายครั้ง กลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีให้ประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาฐานก่อการร้าย

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังละเว้นที่จะดำเนินคดีกับประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำผิดกฎหมายโดยยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ไม่อำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่สามารถดูแลความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บริหารการต่างประเทศและด้านเศรษฐกิจล้มเหลว ขาดไร้วินัยการเงินการคลัง ไม่ดำเนินการเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนเป็นภัยพิบัติของประเทศ และขัดขวางต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ลุแก่อำนาจบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของตนเอง ปกปิดความผิดของตนเองและพวกพ้อง ครอบงำแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ใช้อำนาจแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการปล่อยให้นักการเมืองแสวงหาประโยชน์จากการแต่งตั้ง และขาดความจริงใจในความปรองดองและสมานฉันท์ พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและประชาชนอย่างร้ายแรง หากปล่อยให้บริหารประเทศต่อไป ย่อมส่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างยากที่จะเยียวยาได้

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับรัฐมนตรีทั้ง 5 คนได้กระทำผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมายและได้บริหารราชการแผ่นดินโดยไร้ประสิทธิภาพ ภาวะความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย โดยมีพฤติการณ์ดังนี้ 1 .นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯมีพฤติกรรมส่อกระทำผิดต่อหน้าที่ตั้งแต่เดือน มี.ค. - พ.ค. 53 ในกรณีการสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และทำผิดตามกฎหมาย คือ ผิดต่อ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินใช้กำลังทหารเข้าไปข่มขู่คุกคามในสถานีไทยคมและทำการทำลายสัญญาณการสื่อสารโทรทัศน์ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร นอกจากนี้นายสุเทพยังได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. กระทำการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยการบุกรุกภูเขา กระทำการออกโฉนดอันเป็นเอกสารสิทธิ์และเตรียมการจัดสรรที่ดินขายโดยไม่ชอบ

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า 2 .นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ดำเนินนโยบายด้านการเงินการคลังและงบประมาณของประเทศผิดพลาดบกพร่อง ไม่ดำเนินงานตามแผนงานการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2552-2554 และแผนนิติบัญญัติ 2552-2554 ซึ่งมุ่งแสวงการก่อหนี้สาธารณะ จนขณะนี้หนี้สาธารณะสูงเกินกว่า 60% และเป็นภาระผูกพันต่อประเทศชาติ โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและความจำเป็นในการใช้จ่ายของประเทศ และภาระหนี้สาธารณะที่มีอยู่นำเงินที่ได้จากการกู้ไปดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆทั้งที่โครงการแต่ละโครงการไม่ได้สร้างประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรมของประเทศ มีการสูญเปล่าในหลายโครงการ ที่เรียกว่า “ กู้มาโกง ” ซึ่งงบประมาณแผ่นดินที่กู้มาส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างซ่อมถนน เม็ดเงินไม่ได้ลงไปถึงประชาชนและภาคการผลิตอันก่อให้เกิดรายได้ที่แท้จริง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยไม่เป็นไปตามแผนนิติบัญญัติ

 นายวิทยา กล่าวว่า 3 .นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ บริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศในสายต่อประชาคมโลก มีพฤติกรรมข่มขู่ ก้าวร้าวต่อมิตรประเทศ สร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมทรุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อฝ่ายที่เห็นต่างกับตนเอง มุ่งทำลายล้างนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามในทุกวิถีทาง โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและนโยบายที่ได้แถลงไว้ 4 .นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย มีพฤติกรรมทีส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ให้บริษัทเครือญาติของตนเองเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐในหลายโครงการ โดยตนเองมีส่วนร่วมเข้าไปลงมติเห็นชอบกับโครงการดังกล่าวในฐานะรัฐมนตรี ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจ่ายหลายพันล้านบาท รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ แทรกแซงและแสวงหาประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ของกรมการปกครอง อนุมัติให้มีการขออนุญาตจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว

 นายวิทยา กล่าวว่า 5 .นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม บริหารราชการโดยการกำหนดนโยบายเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ในทางทรัพย์สินและประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน รู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมให้พวกพ้องหรือผู้สนับสนุนทางการเมืองของตนเองเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากโครงการที่ได้กำหนดขึ้น มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนที่เป็นพวกพ้องของตนเอง และญาติของรัฐมนตรีในพรรคการเมืองของตนเองได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบจากการประมูลงาน และเป็นคู่สัญญากับรัฐ ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณเกินกว่าความเป็นจริงหลายพันล้านบาท ซึ่งจากพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน

 ต่อมานายไชยา พรหมมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน ในการปราบปรามประชาชนทำให้เกิดความสูญเสีย และเกิดความแตกแยกของคนภายในประเทศ หากให้บริหารต่อไปจะเกิดความเสียหายต่อประเทศโดยยากที่จะเยียวยากได้ ซึ่งเหตุการณ์ความเสียหาย การจลาจลที่เกิดขึ้นไม่นานนี้อยู่ในความทรงจำของประชาชนทั้งประเทศก็เป็น เพราะรัฐบาลใช้อำนาจละเมิดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเลือกปฏิบัติใช้สองมาตรฐานกับกลุ่มที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาล ทั้งที่การชุมนุมของประชาชนนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ จนทำให้เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อมากที่สุด เพราะการที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รัฐบาลไม่ต้องโดนทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ตนไม่ได้เรียกร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสีย แต่ตนเรียกร้องให้รับผิดชอบทางการเมือง เพราะมันเป็นจิตสำนึกของนักการเมืองที่ต้องมี เหมือนกับสมัย 7 ต.ค. 51 ที่มีการล้อมรัฐสภา และมีคนเสียชีวิต 2 คน ที่มีการเรียกร้องจากนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯแสดงความรับผดชอบ แต่หากเปรียบกับเหตุการณ์กระชับพื้นที่หรือการสลายการชุมนุมนั้นมีคนสูญเสียมากกว่าเพราะมีคนตายถึง 86 คน และสูญหายอีกเท่าไหร่ไม่รู้ แบบนี้ท่านเป็นคนไทยหรือเปล่า เป็นคนหรือเปล่า วันนี้ต้องมีการพิสูจน์ เพราะตนก็อยากรู้ว่านักรบชุดดำ นักรบนิรนาม หรือใครคือผู้ก่อการร้ายกลุ่มเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมืองจริงต้องรับผิดชอบ แต่ตนไม่มั่นใจในความเป็นกลางของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น และจะมาอ้างเรื่องความปรองดองไม่ได้ เพราะวันนี้ท่านหมดความความชอบธรรมแล้ว แล้วผู้ก่อการร้ายที่นายกฯพูดถึงนั้นใครๆก็รู้ว่าคนที่ตายไปผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น วันนี้ตนไม่ต้องการการแสดงความเสียใจของนายกฯต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในฐานะที้เป็นผู้บริหารสูงสุด แต่ไมได้ใช้ความพยายามใดๆเลยปรามไม่ให้เกิดความสูญเสีย ดั้งนั้นในฐานะเป็นผู้นำประเทศ ตนขอกล่าวหาว่าท่านละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจให้เกิดการณ์นี้เกิดขึ้นโดยปราศจากการควบคุม เพราะไม่มีรัฐบาลไหนในโลกที่กล่าวหาประชาชนว่าเป็นผู้ก่อการร้ายแบบนี้

 นายไชยา กล่าวต่อว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าเขาตายอย่างไร เพราะประชาชนบริสุทธิ์ต้องการได้รับความเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน แต่การล้อมปราบแบบนี้ไม่สนใจสายตาชาวโลก หรือหลักสิทธมนุษยชนของโลก สงครามทางการเมืองขณะนี้มันขยายวงกว้าง มีการเผาบ้านเผาเมือง แต่เหตุใดการเผาศาลากลางจังหวัดมีการจับกุมผู้กระทำผิดได้ แต่การเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เผาต่อหน้าต่อตาทหาร ตำรวจแต่จับไม่ได้ แต่มีการโยนความผิดให้กลุ่มเสื้อแดง ดังนั้นเรื่องนี้ต้องตรวจสอบ แต่ตนไม่มั่นใจในคณะกรรมการฯที่จะตั้งมาตรวจสอบเพราะคณะกรรมการล้วนเป็นคนของรัฐบาลและพันธมิตรฯทั้งนั้น จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯรับผิดชอบทางการเมือง ด้วยสปริตทางการเมือง ไม่ต้องกลัวว่ารับผิดชอบทางการเมืองแล้วพรรคเพื่อไทยจะไปช่วงชิงอำนาจ แต่ขอเพียงแค่นายกฯรับผิดชอบทางการเมืองก็พอ