
รหัสลับก่อการร้าย
คำสั่งอนุมัติหมายจับ ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ข้อหาก่อการร้าย เนื่องจากได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของดีเอสไอ พนักงานสอบสวน รวมทั้งพยานวัตถุแล้ว
เห็นว่า กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่า ผู้ต้องหาน่าจะได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, 135/2 และ 135/3 ประกอบกับมาตรา 83, 84, 85 และ 86 จึงให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามขอ ต้องเข้าใจว่าคำสั่งศาลนั้น มิได้หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กระทำความผิดฐานก่อการร้าย เพียงแต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าน่าจะกระทำความผิด และมีพฤติการณ์หลบหนี ฉะนั้นการที่ทนายความยื่นคำร้องคัดค้าน จึงไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณา ตราบใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีที่พำนักไม่เป็นหลักแหล่งในต่างประเทศ
แน่นอนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องปฏิเสธความรับผิด เช่นเดียวกับแกนนำ นปช.คนอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายกำหนดลักษณะความผิดก่อการร้าย ไว้ว่า (1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ (2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ (3) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิด หรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ ทั้งนี้ โดยการกระทำนั้น มีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญ หรือบังคับรัฐบาลไทย เนื่องเพราะทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำมิได้เป็นผู้ลงมือกระทำเลย
หากแต่การกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำ นปช. เข้าลักษณะความผิดของตัวการและผู้สนับสนุน ประกอบด้วย ความผิดที่เกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริม เป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ และผู้ที่ช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้น ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ภาพที่บันทึกไว้ เสียงที่เปล่งออกมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำ นปช.นั้น ปฏิเสธได้ยากยิ่ง
แม้จะมิอาจก้าวล่วงอำนาจศาลในการพิจารณา พิพากษาคดี แต่ภาพและเสียงของบรรดาผู้สนับสนุน ซึ่งหากฟังว่าผู้ลงมือก่อวินาศกรรมเผาบ้าน เผาเมือง แล้ว คนเหล่านั้นจะต้องรับผิดเสมือนตัวการ หมายความว่า ถ้าศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้กระทำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำ นปช.ต้องได้รับโทษประหารชีวิตด้วย นี่อาจเป็นประเด็นที่น่าหวาดหวั่นพอสมควร จนกระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องตอบโต้รัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน ผ่านทวิตเตอร์ของเขาในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผู้ที่สมควรได้รับการยกย่อง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้กระทำความผิด หากยอมรับความจริง กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ อย่างน้อยก็อาจได้รับการยอมรับว่าเป็นลูกผู้ชายได้



