
ล่านายทุนแฝงตัว" สหกรณ์"ดึงสรรพากรสอบพฤติกรรมหนีภาษี
กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานกรมสรรพากร สอบนายทุนแฝงตัว อ้างชื่อสหกรณ์หนีภาษีสูงถึง 30.75% ระบุสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเข้มแข็งมากขึ้น ปี 52 กำไรกว่า 4 หมื่นล้าน ยอดเอ็นพีแอล 1.8% เร่งยกระดับ เชื่อภายใน 4 ปี มูลค่าธุรกิจสูงเกิน 2 ล้านล้านบาท
นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและมั่นคงมากขึ้น เห็นได้จากการประเมินมูลค่าธุรกิจของสหกรณ์ในปี 2552 ที่มีมูลค่าถึง 1,439,980 ล้านบาท โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรดำเนินธุรกิจและมีผลกำไรจำนวน 8,080 แห่ง หรือ 77.4% ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรที่รวบรวมได้ จำนวน 10,435 แห่ง โดยมีกำไรรวมทั้งสิ้น 40,862 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสหกรณ์ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเอ็นพีแอลประมาณ 1.8% เท่านั้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้นในปี 2553 นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีแผนเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างเรื่องระเบียบของสหกรณ์ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์ของแต่ละสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นให้สหกรณ์มีฐานะเป็นนิติบุคคล 100% มีระบบบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยภายใน 4 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีการจัดตั้งสหกรณ์เพิ่มขึ้น เป้าหมายที่ 9,800 แห่ง สมาชิกประมาณ 15.5 ล้านคน คาดจะมีสหกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานอย่างน้อย 75% มีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจกว่า 8,820 แห่ง มีปริมาณธุรกิจสูงถึง 2.02 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการแปรรูปการเกษตรอย่างน้อย 104,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรมจะประสานความร่วมมือกับกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ที่ยังมีการหลบเลี่ยงภาษี โดยจะเร่งตรวจสอบสหกรณ์ที่แสวงหาผลกำไรจากสหกรณ์แบบไม่ถูกต้อง ทราบว่ามีหลายสหกรณ์ที่ปล่อยให้นายทุนแฝงตัวเข้ามาดำเนินธุรกิจแอบอ้าง โดยใช้ชื่อสหกรณ์เพื่อหลบเลี่ยงไม่จ่ายภาษี 30.75% ถือเป็นการกระทำการที่ไม่ถูกต้องในการดำเนินธุรกิจ ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในเชิงลึกแล้ว พร้อมประสานไปยังกรมสรรพากรให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งเกี่ยวกับการหนีจ่ายภาษี
จากการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจภาคสหกรณ์ไทยในช่วงครึ่งปีแรก ปีงบประมาณ 2553 จำนวน 10,400 แห่ง พบว่าทั้งด้านการลงทุนและธุรกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกด้าน ครึ่งปีแรกมีทุนการดำเนินงาน 1.1 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.23% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทุนดังกล่าวเป็นทุนจากภายใน 82.88% ที่เหลือเป็นการกู้ยืมและเครดิตจากภายนอก 17.12% มีทุนสำรองอีก 5 หมื่นล้านบาท จึงถือว่ามั่นคงเพียงพอ และไม่เสี่ยงต่อการลงทุน
ส่วนแนวโน้มในครึ่งปีหลัง คาดว่าเศรษฐกิจน่าจะเริ่มดีขึ้น ส่งผลดีต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ โดยครึ่งปีหลังคาดว่าสมาชิกสหกรณ์จะเพิ่มขึ้น 3.76% เป็น 11 ล้านคน ทุนดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 11.29% เป็น 1.2 ล้านล้านบาท และทุนของสหกรณ์จะเพิ่มขึ้น 12.40% เป็น 6 แสนล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจกว่า 1.3 ล้านล้านบาท และสร้างกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11.73% หรือประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท



