
ทภ.2ห่วง3จว.อีสานหวั่นแดงป่วนหลังเลิกเคอร์ฟิว
แม่ทัพภาค 2 เร่งเช็คข้อมูลเสื้อแดงซ่องสุมกำลัง ฝึกใช้อาวุธในเขมร หวังยึดพื้นที่ภาคอีสานสร้างสถานการณ์กดดันรัฐบาล สั่งคุมเข้มด่านชายแดน ยันห่วงพื้นที่ 3 จังหวัด ขอนแก่น-อุดร- อุบลฯ หลังยกเลิกเคอร์ฟิว
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 พ.ค. พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาเป็นประธานในงานพระราชทานเพลิงศพ นายสมศักดิ์ สำราญบำรุง บิดา พ.อ.สุรศักดิ์ สำราญบำรุง หน.กองข่าว มทบ.23 ที่วัดวุฒาราม ต.ในเมือง อ.เมืองจ.ขอนแก่น
พล.ท.วีร์วลิต เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพว่า ตามที่มีกระแสข่าวออกมาระบุว่า หลังแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้เข้ามาในพื้นที่ภาคอีสานและประสานงานร่วมกับ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเพื่อซ่องสุมกำลังพลในระยะเวลา 2 เดือนหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม ด้วยการตั้งกองกำลังติดอาวุธที่มาจากการคัดเลือกประชาชนที่ลงชื่อเป็นสมาชิกกลุ่ม นปช.ในระดับหัวรุนแรงหรือ ฮาร์ดคอร์ เข้าไปทำการฝึกฝนการใช้อาวุธและการก่อจลาจลที่ จ.อัลลองเวง ประเทศกัมพูชา
ก่อนกลับไปตั้งศูนย์บัญชาการกำลังที่ จ.สกลนคร คอยสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อต้องการประกาศให้อีสานเป็นเขตปลดปล่อยหรือเขตปกครองตนเองให้ได้ภายใน 6 เดือน เรื่องนี้ยังไม่ทราบข่าวว่าได้มีกองกำลังเสื้อแดงเข้าไปฝึก แต่หากมีใครรู้ข่าวก็ให้แจ้งด้วย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการเข้มงวดจุดผ่านแดนต่างๆไม่ว่าเข้าหรือออกจะเข้มงวดตรวจตรา ถ้ามีข้อมูลจริงขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบด้วย จะได้ดำเนินการติดตามต่อไป แต่ที่ทราบขณะนี้มีการพูดคุยกันบ้าง ยังไม่เปิดเผยเป็นการกระทำทางลับอยู่ เป็นบางพื้นที่บางจังหวัดเท่านั้นเอง
ในการติดตามแกนนำเสื้อแดง และ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ภาคอีสานไม่ถือว่าเป็นการติดตามหรือว่ากดดันถือว่าเป็นการเชิญมาพุดคุยสำหรับผู้ให้การสนับสนุนเพื่อหามาตรการการปรองดองเพื่อนำไปสู่ความสงบเรียบร้อย ส่วนกลุ่มเสื้อแดงที่ลงใต้ดินนั้น เรื่องนี้ไม่ได้เฝ้าระวังอะไรมากนัก เพราะได้มีการพูดคุยกับแกนนำต่างๆที่พอจะสืบทราบได้ว่าใครเป็นแกนนำ และได้ขอความร่วมมือหากใครจะลงใต้ดินก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตำรวจภูธร สถานีตำรวจอำเภอ ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่ที่มีความคุ้นเคยกันดี
สำหรับจังหวัดที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้หลังจากมีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น, อุดรธานี, อุบลราชธานี โดยได้กำชับให้ทุกส่วนทำงานตามที่กำหนดกันไว้ โดยให้ ผบ.กองกำลังที่วางไว้ในแต่ละจังหวัด ร่วมกับส่วนอื่นไม่ว่าพลเรือน จังหวัด ตำรวจ ส่วนใหญ่ ผู้ว่าฯจะเป็น ผบ.กองกำลังอยู่แล้ว มีเพียงบางจังหวัดเท่านั้นที่เป็น ผบ.กองกำลัง และได้กำชับให้มีการประชุมว่าจะทำอย่างไรให้สงบสุข โดยเริ่มจากมาตรการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ให้ได้
อีกทั้งให้ติดตามชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนต่างๆ ถึงเหตุการณ์ที่แท้จริง ต่อไปก็จะเป็นมาตรการช่วยเหลือเยียวยามิใช่เฉพาะผู้กระทบจากเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นแม้แต่มวลชนที่เข้ากรุงเทพก็ได้เข้าช่วยเหลือทุกคน ให้เข้ามาเป็นคนไทยด้วยกัน สามัคคี หันหน้าหากัน โดยได้ ก็ขอร่วมมือให้เริ่มต้นตั้งแต่วันวิสาขบูชา ขอให้ความสงบสุขเกิดขึ้นแก่บ้านเมือง ให้เป็นเมืองยิ้มเหมือนเดิม
สำหรับผู้กระทำผิดเมือวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาได้กำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัด เร่งหาผู้กระทำผิดมาดำเนินตามกฎหมาย ส่วนวิทยุชุมชนที่ถูกยึดเครื่องส่งก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่ยอมให้ผู้กระทำผิดไม่ถูกดำเนินคดี อีกทั้งได้ขอความร่วมมือกับสื่อวิทยุชุมชุนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดให้ช่วยชี้แจงต่อประชาชน ให้รักสามัคคี เพื่อให้ความสงบกลับสู่ประเทศชาติ



