ข่าว

รากหญ้าวิกฤติยอดบะหมี่ซองวูบ
       "มาม่า"ลดเป้าโตแค่5%-สศช.รับศก.หนักเกินคาด

รากหญ้าวิกฤติยอดบะหมี่ซองวูบ "มาม่า"ลดเป้าโตแค่5%-สศช.รับศก.หนักเกินคาด

20 มี.ค. 2552

ยอดขายบะหมี่ซองตกวูบ เดือนกุมภาพันธ์ลดจากเดือนมกราคมถึง 15% สะท้อนกำลังซื้อรากหญ้าลดลงมากกว่าทุกปี ผู้บริหาร "มาม่า" ชี้วิกฤติหนักกว่าปี 40 หั่นงบโฆษณา ปรับเป้าเติบโตปีนี้เหลือ 5% ออกซองละ 5 บาทช่วยผู้บริโภค สศช.รับเศรษฐกิจ 2 เดือนแรกหนักกว่าที่คาดไว้

 นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา "มาม่า" กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจครั้งนี้สาหัสกว่าเมื่อปี 2540 โดยเฉพาะในส่วนของรากหญ้าได้รับผลกระทบหนัก ทำให้กำลังซื้อลดลงอย่างมากหนักกว่าทุกปี นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่มาม่าดำเนินธุรกิจมาตลอดระยะเวลา 38 ปี ไม่เคยพบว่าตลาดทรุดฮวบลงขนาดนี้
 ทั้งนี้ ตัวเลขจากบริษัทวิจัยพบว่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ตกลงมากถึง 15% เทียบกับเดือนมกราคม 2552 ขณะที่ในรอบ 12 เดือน เทียบตัวเลขระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2551-กุมภาพันธ์ 2552 พบว่าตลาดรวมติดลบถึง 4.5% ของตลาดบะหมี่รวมมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท
 นายพิพัฒกล่าวว่า ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนธุรกิจอีกครั้ง โดยปรับลดเป้าการเติบโตในปีนี้เหลือ 5% จากเมื่อต้นปีที่ตั้งเป้าอัตราการเติบโตไว้ 9% คาดว่าตลาดรวมในปีนี้จะเติบโตในระดับ 2% หรืออาจจะไม่มีการเติบโตเลย และในปีนี้ "มาม่า" มีการปรับลดงบโฆษณาสูงสุดเกือบ 50% จากที่เคยใช้ปีละ 300-400 ล้านบาท ลดเหลือเพียง 120 ล้านบาท รวมทั้งปรับแผนไปใช้การทำกิจกรรมและแคมเปญส่งเสริมการตลาด ในแบบบีโลว์เดอะไลน์มากเป็นพิเศษ พร้อมกันนี้ ยังเตรียมเปิดแคมเปญนำซองมาม่า 8 ซองแลกมาม่าราคา 6 บาท เริ่มแคมเปญ 26 เมษายน-26 มิถุนายน 2552
 "เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในปีนี้ ประกอบกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ตามหลักการดำเนินธุรกิจสังคมอยู่ได้มาม่าก็อยู่ได้ จึงได้วางตลาดมาม่าราคา 5 บาท เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภคอีกทาง โดยได้นำรสชาติดั้งเดิมของมาม่ามาจำหน่าย" นายพิพัฒกล่าวและว่า การเปิดตัวมาม่าซองละ 5 บาทถือเป็นการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทางหนึ่ง แต่จะไม่ขอร่วมรายการธงฟ้า
 ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ทรุดตัวลงหนักกว่าที่คาดไว้ ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจไทยช่วง 1-2 เดือนแรกของปี พบว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทรุดตัวลงแรงกว่าที่ สศช.คาดไว้ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้เอกชนไม่มีการลงทุนเพิ่ม รัฐบาลจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเพิ่มการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างน้อยปีละ 5 แสนล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงอีกในระหว่างที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น