
เที่ยวบินจากจีน80เที่ยวจ่อเข้าภูเก็ตหลังการเมืองนิ่ง
เที่ยวบินจากจีนกว่า 80 เที่ยวจ่อเข้าภูเก็ต รอเวลาที่เหมาะสม หลังเกิดความไม่สงบทางการเมืองในหลายพื้นที่ พ่อเมืองกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานบันเทิง หลังมีการร้องเรียนเปิดเกินเวลาและเสียงดัง
(30พ.ค.) นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะนี้ ว่า จากที่ได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต มั่นใจต่อการนี้จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะความวุ่นวายทางการเมืองต่างๆ ได้ยุติลงแล้ว รวมถึงการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในภาพรวมด้วย ส่วนของภูเก็ตซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงโลว์ซีซันปกติจำนวนนักท่องเที่ยวจะมีไม่มากนัก
และบางส่วนหายไปจากความไม่สงบทางการเมือง เนื่องจากมีคำเตือนของรัฐบาลหลายประเทศที่ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำได้ยกเลิกการเดินทางไปค่อนข้างมาก เพราะคำเตือนจากรัฐบาลของเขา และความไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย
“ขณะนี้เท่าที่ทราบมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำของจีนประมาณ 86 เที่ยวบิน มีผู้โดยสานเที่ยวบินละประมาณ 300 คน พร้อมที่จะเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตอีกครั้ง หลังจากการชุมนุมและความไม่วงบทางการเมืองได้ยุติลงแล้ว แต่ขอดูสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะภูเก็ตอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร และเที่ยวบินสามารถที่จะบินตรงเข้ามาภูเก็ตได้เลย โดยนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่เดินทางเข้ามาตลอดทั้งปี แต่ในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองกลุ่มนี้ได้หายไป” นายวิชัย กล่าว
ด้านนายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับตลาดจีนเป็นตลาดหนึ่งที่มีความสำคัญของภูเก็ต โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พร้อมที่จะเดินทางเข้ามาภูเก็ตอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมีการชะลอออกไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากกว่านี้ ส่วนตลาดอื่นๆ ในระยะนี้ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันก็จะมีกลุ่มตลาดเอเชียเป็นหลัก นอกจากนั้นก็จะมีเกาหลี ออสเตรเลียและจีนบ้างประปราย แต่เชื่อว่าหากในระยะนี้หากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นอีก ในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนักท่องเที่ยวก็คงจะเริ่มเดินทางเข้ามามากขึ้น
ขณะที่นายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองสงบลงตนพร้อมด้วยนายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต เช่นกันได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ
โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวอันดามัน ภูเก็ต พังงาและกระบี่ แม้ว่าเราจะได้รับผลกระทบทางอ้อม แต่ด้วยศักยภาพที่มีอยู่หากมีการประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องก็จะทำให้นักท่องเที่ยวที่หายไปในช่วงเกิดความวุ่นวายทางการเมืองก็จะได้เดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้ง เพราะแหล่งท่องเที่ยวของอันดามันนั้นเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว และยังมีสนามบินที่สามารถรองรับเที่ยวบินต่างประเทศได้
แต่ที่ผ่านมา อาจจะเกิดความไม่เข้าใจ จากการนำเสนอภาพข่าวความรุนแรงต่างๆ ออกไป รวมถึงการของคำเตือนของรัฐบาลหลายประเทศ เชื่อว่าขณะนี้สถานการณ์ปกติแล้วหากมีการประชาสัมพันธ์ออกไปอย่างกว้างขวางก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวอีกครั้ง
พ่อเมืองกำชับเข้มสถานบันเทิงให้ปิดตามเวลาอย่าเสียงดัง
นายวิชัย กล่าวด้วยว่า จากกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาสถานบันเมิงในพื้นที่ป่าตองบางแห่งเปิดเกินเวลาและส่งเสียงดังรบกวนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนั้น เมื่อคราวประชุมคณะกรรมการรักษาความเรียบร้อยประจำเดือนพฤษภาคมได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบ และหากพบว่ามีการกระทำในลักษณะดังกล่าวจริง เบื้องต้นก็ให้ตักเตือนก่อน แต่หากตักเตือนแล้วยังคงมีการร้องเรียนอยู่อีกก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเมื่อเร็ว ๆนี้ก็ได้มีการจับกุมและดำเนินคดีสถานบันเทิงในเขตอำเภอเมืองภูเก็ตไป 3 แห่ง
จากการตรวจสอบเรื่องการร้องเรียนเกี่ยวกับสถานบันเทิงเปิดเกินเวลาและส่งเสียงดัง นั้นมีทั้งในส่วนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ และการร้องเรียนกันเองระหว่างผู้ประกอบการ ดังนั้นในการเข้าไปตรวจสอบของทางเจ้าหน้าก็ได้เน้นย้ำให้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ รวมทั้งขอให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาตามมา เพราะทั้งในเรื่องของเวลาปิดเปิด และความดังเสียงมีกฎหมายกำหนดชัดเจน
ซึ่งสาเหตุที่ไม่สามารถดำเนินคดีได้ทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่จะรู้กฎหมายและพยายามหลีกเลี่ยง บางครั้งเมื่อมีการลงไปตรวจสอบก็มักจะพบเพียงรายหรือสองราย ส่วนที่เหลือก็จะไม่พบ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบก็จะมีการติดต่อแจ้งให้ร้านอื่นๆ ทราบก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง
นายวิชัย กล่าวด้วยว่า กรณีของพื้นที่ป่าตอง เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ และพฤติกรรมการเที่ยวก็จะต่างจากนักท่องเที่ยวคนไทย ส่วนใหญ่จะออกเที่ยวค่อนข้างดึกช่วงประมาณ 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน ดังนั้นจึงทำให้มีเวลาในการเที่ยวและเวลาประกอบการค่อนข้างน้อย ส่วนหนึ่งเมื่อสถานบันเทิงปิดก็จะซื้อเครื่องดื่มไปนั่งบริเวณชายหาด เสี่ยงต่อการจะเกิดอันตรายหรือปัญหาอาชญากรรม เพราะกำลังของเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง ในขณะที่สถานบันเทิงบางแห่งก็จะใช้วิธีการปิดประตูร้านไว้ครึ่งหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าปิดร้านแล้ว แต่ยังอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งต่อไป
จากปัญหาที่เกิดขึ้นโดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวควรจะมีการแบ่งโซน กำหนดกฎกติกาให้ชัดเจน โดยเฉพาะการปิดเปิด หากเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็อาจจะปิดช้ากว่าสถานบันเทิงในพื้นที่ทั่วไป หรืออาจจะกำหนดเวลาว่าในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเมื่อถึงเวลาเท่าใดจะต้องไม่มีนักเที่ยวคนไทยอีก เพราะเมื่อชาวต่างชาติเขามาเพื่อพักผ่อนและต้องการใช้เงินก็ควรที่จะทำให้ถูกต้อง
"เนื่องจากปัจจุบันก็มีการลักลอบหรือหาวิธีการหลบเลี่ยงกันอยู่แล้ว หากมีกรอบกติกาที่ชัดเจนก็จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องซื้อเครื่องดื่มไปนั่งบริเวณชายหาด หรือมีการลักลอบเปิดบริการ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะเก็บภาษีเข้ารัฐได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ปัญหาเรื่องอาชญากรรมต่างก็ลดน้อยลง ” นายวิชัยกล่าว



