
รับส่งออกจริง ก.พ.ติดลบ25% หลังหักทองคำ
"พาณิชย์" รับส่งออกไม่รวมทองคำเดือน ก.พ.ติดลบ 25.41% แบงก์ชาติชี้เดือน ก.พ.หดตัวน้อยกว่าที่คาด ด้านศูนย์วิจัยกสิกรฯ ระบุส่งออกแท้จริงหดตัวแรงฟื้นตัวได้ยากในช่วงสั้น
แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า หลังจากวิเคราะห์รายละเอียดตัวเลขส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ติดลบ 11.3% ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกทองคำมูลค่า 1,864 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 1,148% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อนนั้น หากตัดมูลค่าการส่งออกสินค้าทองคำออกไป จะทำให้มูลค่าการส่งออกรวมในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จาก 11,735.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเหลือ 9,871.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือติดลบถึง 25.41% เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ที่มีมูลค่า 13,234.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ การส่งออกทองคำส่วนใหญ่เป็นทองคำแท่ง ซึ่งไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มใดๆ ในประเทศ ขณะที่โครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยประกอบด้วย สินค้าเกษตร 16.4% อุตสาหกรรม 76.4% พลังงานและแร่ธาตุ 6.3% โดยมีการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม 4-4.4 ล้านคน แบ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 5 แสนคน ยานยนต์ จำนวน 1 แสนคน และสิ่งทอ จำนวน 1 ล้านคน ภาคเกษตร จำนวน 20-24 ล้านคน แบ่งเป็นสินค้าข้าว 11.2 ล้านคน ยางพารา 3.6 ล้านคน มันสำปะหลัง 1.4 ล้านคน
ขณะที่ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทยรายงานว่า มูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมทองคำหดตัวสูง โดยสินค้าหลักยังลดลงอย่างหนัก ขณะที่การมองความสามารถในการส่งออกที่แท้จริง ควรแยกการส่งออกทองคำออกไป ซึ่งเฉลี่ย 2 เดือนแรกที่ไม่รวมทองคำ พบว่าหดตัวลง 27.4% โดยในเดือนกุมภาพันธ์ หดตัว 24.6% ทิศทางดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการส่งออก ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะสั้น และปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกยังเปราะบาง
ดร.อมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า การส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ที่ลดลง 11.3% ถือว่าหดตัวน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ขณะที่การนำเข้าที่ลดลงถึง 40.33% ไม่ได้หมายถึงว่าสัญญาณเศรษฐกิจในประเทศจะแย่ลง เพราะไตรมาสแรกปีที่แล้วมีการเร่งการนำเข้ามากทำให้มีสินค้าคงคลังมาก



