ข่าว

โฆษกพท.ทวงสัญญา“อภิสิทธิ์”เลือกตั้ง14พ.ย.

โฆษกพท.ทวงสัญญา“อภิสิทธิ์”เลือกตั้ง14พ.ย.

30 พ.ค. 2553

“ โฆษก พท.” ทวงสัญญา “ อภิสิทธิ์” แสดงภาวะผู้นำรักษาคำพูด จัดเลือกตั้ง 14 พ.ย. ตามแผนโรดแมดเดิม พร้อมเตือนดีเอสไอ ระวังเป็นเครื่องมือการเมือง หลังมีข่าวเตรียมออกหมายจับก่อการร้ายชุด 3 มี ส.ส.เพื่อไทย ติดลิสต์ ชี้ รัฐบาลหวังดิสเครดิตช่วงอภิปราย

 (30พ.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 10.20 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจและรักษาคำพูดการจัดเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. 53 ว่า ที่นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่า ตามแผนโรดแม็ป 5 ข้อที่รัฐบาลนำเสนอเพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดในประเทศ ที่เคยเสนอจะให้ยุบสภาในเดือน ก.ย.และจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ไม่สามารถให้มีการเลือกตั้งได้ ภายในปี 2553 นั้น แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้นายอภิสิทธิ์ ที่ต้องการอยู่ในอำนาจต่อไป และเป็นรัฐบาลลากยาวไปถึงปีหน้า ทั้งที่เคยพูดแถลงข่าว พร้อมเสนอโรดแม็ป 5 ข้อ เป็นสัญญาประชาคมว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง แล้วกลับกลืนน้ำลายตัวเอง

 “การนำเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ ที่นายอภิสิทธิ์นำมาเสนอให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีความหวัง เป็นแค่แผนการสร้างภาพซื้อเวลาในสถานการณ์ที่มีการชุมนุมของกลุ่มนปช.รัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจที่จะสร้างความปรองให้เกิดขึ้นในประเทศชาติอย่างแท้จริง ” นายพร้อมพงศ์ กล่าวและว่า

 ขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ว่า การเป็นผู้นำของประเทศชาติต้องเป็นผู้มีวุฒิภาวะ ต้องมีความจริงใจ และต้องรักษาคำพูดไม่ใช่พูดอย่างแล้วทำอีกอย่าง ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ ควรหันมาทบทวนการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์อย่างแท้จริง และดำเนินการให้มีการเลือกตั้ง 14 พ.ย. 53 ตามที่เคยพูดสัญญาไว้ ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งที่ลดลงจะกลับมาเพิ่มรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ซึ่งแม้วันนั้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จะมีอำนาจหรือกองทัพหนุนหลังเพียงใด ก็ไม่สามารถหยุดยั้งให้ประชาชนมาชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องสัจจะของผู้นำให้คืนอำนาจให้กับประชาชน

 ทั้งนี้นายพร้อมพงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมดำเนินการขออนุมัติออกหมายจับแกนนำนปช.รุ่นที่ 3 ผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีก่อการ้ายว่า การออกมาให้ข่าวของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในครั้งนี้ถึงกลุ่มบุคคลที่พนักงานสอบสวนจะขออนุมัติหมายจับจากศาลในสัปดาห์หน้า ที่เบื้องต้นมีรายงานว่า มีจำนวนกว่า 20 คนโดยจะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยด้วยนั้น

 การออกมาให้ข่าวน่าจะมีนัยยะทางการเมือง เป็นการดิสเครดิต และทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน เป็นการข่มขู่ คุกคาม ใช้กฎหมายพิเศษเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวัน ที่ 31 พ.ค.และ 1 มิ.ย.นี้ โดยต้องการโยงว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเพื่อทำลายน้ำหนักในการอภิปรายของฝ่ายค้าน นี่คือการใช้วิชามารของคนในรัฐบาลที่ใช้หน่วยงานของรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมือง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ใช้คดีก่อการร้ายเป็นประโยชน์ทางการเมือง แทนที่จะมองที่ข้อเท็จจริง ความขัดแย้งถึงได้บานปลาย ขยายวงกว้างไปยังต่างจังหวัด เพราะรัฐบาลขาดนิติธรรม และ นิติรัฐ