
แดงราชบุรีเลื่อนการเคลื่อนไหวไม่มีกำหนด
กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรีเลื่อนการเคลื่อนไหวออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากประกาศจะจัดสัมมนาและปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจหลังต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ถูกสลายการชุมนุมในกทม.วันที่ 30 พ.ค.นี้ เสื้อหลากสียื่นถอดถอน3ส.ส.พท.ต่อปธ.วุฒิภาพรุ่งนี้
หลังจากที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงได้ออกมาประกาศว่าจะมีการเคลื่อนไหว ในวันที่ 30 พ.ค. 53 เพื่อร่วมสัมมนาและมาปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจซึ่งกันและกันหลังต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ถูกสลายการชุมนุมในกทม. โดยจะมีคนเสื้อแดงในภาคตะวันตก 6 จังหวัดได้แก่ ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี สมุทรสงครามและสมุทรสาครมาร่วมกันที่บริเวณลานหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 เชิงเขาแก่นจันทน์ ในเวลา 15.00 น. ซึ่งการนัดหมายนั้น โดยใช้วิธีโทรศัพท์แจ้ง ประกาศแจ้งตามสื่อต่างๆ รวมทั้งมีการส่ง SMS ไปตามโทรศัพท์มือถือเพื่อเชิญชวนมาเข้าร่วมชุมนุม ทำให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งได้แก่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ถูกควบคุมตัวไปอยู่ในค่ายทหาร จ.สระบุรี ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงต้องเปลี่ยนแผนในการชุมนุมใหม่
วันนี้( 30 พ.ค. 53 ) เวลา 09.45 น. นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล และนายธำรง พุทธิโชติ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี ได้ออกมาแถลงข่าวในเรื่องของการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในวันนี้ว่า ที่ผ่านมาเรามีการนัดหมายชุมนุมกันจริง แต่เมื่อแกนนำที่ประกาศว่าจะมีการชุมนุม และถูกควบคุมตัวไป เราก็มีการเปลี่ยนแผนในการชุมนุม โดยจะเลื่อนการชุมนุมออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากมีกระแสการต่อต้านจากกลุ่มคนบางกลุ่ม รวมทั้งภาครัฐ เพราะเกรงว่าเราจะไปสร้างความวุ่นวายให้
ทั้งที่เราต้องการแค่มาพุดคุยกันมาปลอบใจกัน และแสดงความเห็นอกเห็นใจกันที่เราได้ผ่านเหตุการณ์สลายการชุมนุมมาตั้งแต่ วันที่ 19 พ.ค. 53 ที่ผ่านมา ไม่ได้ต้องการมาเรียกร้องทางการเมือง และเมื่อทางกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่า จะยุติการชุมนุมในวันนี้ ก็ยังมีกระแสในเรื่องของการมาชุมนุมว่า จะยังมีการชุมนุมอยู่ จึงต้องออกมาปฎิเสธว่า กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี และในภาคตะวันตกนั้น ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ และจะเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนจะมีกลุ่มใดออกมาเคลื่อนไหวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงราชบุรีและในภาคตะวันตก และยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงนั้นเลื่อนการชุมนุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ส่วนทางด้านการดูความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสถานที่ราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะที่บริเวณถนนโดยรอบศาลากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.เมืองราชบุรี นำแผงเหล็กมาปิดกั้นทางเข้าออกถนนโดยรอบศาลากลาง พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกจุด และไม่ให้มีการเข้าออกโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันกลุ่มคนที่ไม่หวังดีเข้ามาทำลายสถานที่ราชการ จนกว่าจะมีคำสั่งยกเลิก
เสื้อหลากสียื่นถอดถอน3ส.ส.พท.ต่อปธ.วุฒิภาพรุ่งนี้
ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในเดือนพฤษภาคม โดยนพ.ตุลย์ กล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อหลากสีว่า ในวันที่ 31 พ.ค. เวลา 08.00 น.ตนจะเข้ายื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นถอดถอนส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมก่อความไม่สงบของคนเสื้อแดง
ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายการุณ โหสกุล ซึ่งกลุ่มคนเสื้อหลากสีจะยื่นรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อที่ร่วมเข้าชื่อยื่นถอดถอนส.ส.ทั้ง 3 คน ให้แก่ประธานวุฒิสภาด้วย นอกจากนี้กลุ่มคนเสื้อหลากสีจะติดตามการปรับปรุงองค์กรตำรวจ ตามที่ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อพล.ต.อ.ปทีบ ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. ให้สอบสวนดำเนินการกับตำรวจที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายภายในพื้นที่การชุมนุมของคนเสื้อแดง รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการคุมขังแกนนำนปช.เกินสิทธิของผู้ต้องหาทั่วไป
นพ.ตุลย์ กล่าวอีกว่า หลังจากการชุมนุมเคลื่อนไหวของคนเสื้อหลากสีจะมุ่งเน้นการทำความเข้าใจกับประชาชนที่ฝักใฝ่การเมืองของคนเสื้อแดง ล้มล้างสถาบัน หรือนิยมชมชอบในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากยังมีความคิดแบ่งแยกแตกต่างก็ไม่ควรเผาบ้านเผาเมือง หรือใช้อาวุธก่อความไม่สงบ แต่ขอให้เคลื่อนไหวไปตามวิธีการที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับคนเสื้อหลากสีที่จะเลือกวิธีการชุมนุมและแสดงออกทางความคิดผ่านสื่อสาธารณะ หากพบความไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ฟ้องคดีต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือยื่นถอดถอนจากตำแหน่ง
ภายหลังการประกอบพิธีทางสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต กลุ่มคนเสื้อหลากสีได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม โดยมอบเงินช่วยเหลือทหารและตำรวจที่เสียชีวิตรวม 4 ราย รายละ 200,000 บาท อาสาสมัคร 5 ราย รายละ 100,000 บาท และมอบเงินช่วยเหลือตำรวจและทหารที่บาดเจ็บรวม 12 ราย โดยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัสรายละ 20,000 บาท ผู้ทุพลภาพ รายละ 50,000 บาท และผู้บาดเจ็บทั่วไปรายละ 10,000 บาท



