
มาร์คยันศก.ไทยยังไปได้สวยแม้ไม่สงบ
"นายกฯ"ขอบคุณสภาฯผ่านงบปี 54 มั่นใจรบ.จัดงบแบบขาดดุลย์จะไม่กระทบกับหนี้สาธารณะ คาดเหตุการณ์ความไม่สงบจะส่งผลกระทบตัวเลขทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 แน่ ขอบคุณปชช.ที่อุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบเหตุชุมนุม ลั่นรบ.พร้อมช่วยเหลือทุกกลุ่ม เผยสั่งการให้ มท.-ท่
(30พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงการพิจารณางบประมาณประจำปี 2554 ของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ตนขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่ให้ความเห็นชอบในการผ่านงบประมาณปี 2554 ไปแล้วนั้น หลังจากนี้ไปก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการในสัปดาห์หน้าเป็นต้น
อย่างไรก็ตามตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ปรากฎว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 12 ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงมากที่สุดในโลก ซึ่งอาจจะรองจากประเทศสิงคโปร์ และอีกบางประเทศในภูมิภาคเดียวกันนี้ อย่างไรก็ตามการขยายตัวดังกล่าวถือว่าเป็นการขยายที่มีความเข้มแข็งอย่างมาก การส่งออกของประเทศมีความเข้มแข็งอย่างมาก มีการขยายตัวมากกว่าร้อยละ 30 การท่องเที่ยวได้ขยายตัวเกือบร้อยละ 30 รวมทั้งการบริโภคภายประเทศมีความเข้มแข็ง และการขยายตัวทางด้านการลงมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สงบ และมีความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคาดการณ์ในไตรมาสที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนพ.ค. และในมิ.ย. ธุรกิจการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมทั้งจะกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของประชาชน ดังนั้นแม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 3 เดือนแรกจะขยายตัวในร้อยละ 12 แต่การประมาณตัวเลขทั้งปี ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รัฐบาลคาดว่าประเทศตัวจะมีตัวเลขทางเศรษฐกิจสูงถึง 6 -7 % แต่รัฐบาลยังมีความมั่นใจว่าตัวเลขทางเศรษบกิจของประเทศจะขยายตัวประมาณ 3.5 - 4.5 % ในปีนี้ ดังนั้ในช่วงนี้รัฐบาลจะพยายามเร่งฟื้นฟูทางเศรษฐกิจต่อไป
นายอภิสิทธิ์ ยังกกล่าวถึงการจัดงบประมาณ 54 ของรัฐบาล ว่า การจัดงบประมาณในปี 54 นี้ รัฐบาลได้จัดไว้ที่ 2 ล้าน 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณแบบขาดดุลย์ประมาณ 4 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้เป็นการเอางบประมาณทางการเงินการคลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งเหตุผลที่รัฐบาลจัดงบประมาณเช่นนี้ คือ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลคิดว่าอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องมีการกู้เงินเป็นกรณีพิเศษประมาณ 8 แสนล้านบาท เพื่อนำเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่หลังจากการบริหารราชการมา 1 ปี ปรากฎว่าเศรษฐกิจของประเทศได้ติบโตขยายตัวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินที่เหลืออีกจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป อย่างไรก็ตามโครงการที่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องใช้เงินกู้ดังกล่าว โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการ ทำถนน แหล่งน้ำ โรงเรียน โรงพยาบาล เหล่านี้นั้น รัฐบาลยังคงมีความตั้งใจที่จะดำเนินการต่อไป
ขอบคุณปชช.ที่อุดหนุนผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบเหตุชุมนุม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในการชุมนุมทางการเมือง ว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ รัฐบาลยืนยันว่าพร้อมที่จะให้การดูแลทุกคน ทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน และเป็นพระมหากรุณาธิคุณของรัฐบาลและประชาชนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้พระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลก็จัดการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้บาดเจ็บ และเสียชีวิตตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งการฟื้นฟูชุมนุมต่างๆ นั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และกทม. ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือผลกระทบทางธุรกิจในกลุ่มต่างๆ นั้น ในขณะนี้ครม.ได้มอบหมายคณะกรรมการเข้าไปดูแล และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการว่างงาน ปัญหาเรื่องค่าเช่าพื้นที่ค้าขาย ซึ่งเรื่องนี้ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว คือ การจ้างงาน หากสถานประกอบการใดไม่สามารถประกอบกิจการได้ แต่ไม่เลิกจ้าง ทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะเข้าดูแลช่วยเหลือในเรื่องค่าจ้าง รวมทั้งเรื่องค่าเช่าพื้นที่ ทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะเข้าไปเป็นตัวกลางในการเจรจากับผู้ประกอบการ และเจ้าของพื้นที่ต่อไป ส่วนการจัดหาสถานที่รองรับเจ้าของร้านค้าที่ได้รับกระทบนั้น ได้มีการจัดสถานรองรับไว้หลายแห่ง รวมทั้งรัฐบาลจะจัดหาพื้นที่ที่เป็นของทางราชการ และพื้นที่ที่เป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้
"ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่เข้าไปช่วยอุดหนุนร้านค้าที่เข้าร่วมงานปิดถนนสีลมที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าหลายคนมีความตั้งใจที่ต้องการไปอุดหนุนช่วยเหลือร้านค้า และผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการความไม่สงบ ดังนั้นกิจกรรมเช่นนี้ รัฐบาลจะพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรับบาลจะประสานงานกระทรวงพาณิชย์ , กระทรวงท่องเที่ยว เพื่อประสานงานไปยังกทม. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อย " นายกฯ กล่าว
"ผมขอให้ความมั่นใจไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน ว่าโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการในโครงการไทยเข้มแข็ง รัฐบาลจะดำเนินการต่อไป ซึ่งในขณะนี้อาจจะไม่มีการปรากฎในงบประมาณของปี 54 แต่โครงการต่างๆเหล่านี้รัฐบาลได้มีการจัดลำดับความสำคัญไว้สูงสุดในการลงทุนในปี 55 และ 56 อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 54 นั้น รัฐบาลยังให้ความสำคัญในการจัดงบประมาณในส่วนการให้ทุนเรียนฟรี และเบี้ยยังชีพคนชรา คนพิการ การรักษาพยาบาลฟรี การประกันรายได้เกษตรกรด้วย ดังนั้นงบประมาณที่รัฐบาลดำเนินการ ผมมีความมั่นใจว่างบประมาณทั้งหมดนี้จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ ในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นำโครงการสร้างการเงินการคลังกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รวมทั้งมีการเดินหน้าในเรื่องการดูแลสวัสดิการของประชาชนเป็นสำคัญ และดำเนินการในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็น รวมทั้งการจัดงบประมาณแบบขาดดุลย์ของรัฐบาลไป 4 แสนล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศรัฐบาลยังสามารถควบคุมได้ " นายกฯ กล่าว
ประชาชนหนุนรบ.ใช้งบชดเชยความเสียหายจากเหตุจลาจล
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำรวจความเห็นประชาชน 1,137 ครัวเรือน ใน 17 จังหวัด ในประเด็น "ประชาชนคิดอย่างไรต่อการใช้จ่ายงบประมาณเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการ ชุมนุมทางการเมือง" พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 73.9 คิดว่ารัฐบาลมีงบประมาณจำกัด ขณะที่ร้อยละ 87.6 ยังเห็นว่ารัฐบาลควรใช้งบประมาณเข้าไปช่วยเหลือเมื่อเกิดการเผาทำลาย
และเมื่อถามถึงผลเสียจากการช่วยเหลือ ร้อยละ 71.8 ทำให้งบประมาณการบริหารประเทศลดลง ร้อยละ 89.2 คิดว่ารัฐบาลควรใช้งบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และร้อยละ 51.7 พร้อมช่วยรณรงค์และชักชวนคนอื่นให้รักกัน แต่ร้อยละ 57.3 ไม่เชื่อมั่นหน่วยงานของรัฐในการรับแจ้งเหตุร้าย จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามร้อยละ 73.1 คิดว่าคนไทยยังรักกันและอยากอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ส่วนความสุขมวลรวมของคนไทยลดลงจาก
7.15 ในเดือนมีนาคมมาอยู่ที่ 6.46 ในเดือนพฤษภาคม



