
'ทุนสามานย์-ซ้ายหลงยุค'ล้วนแต่ลวงทั้งนั้น
ย้อนกลับไปวันที่ วีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.เข้ามอบตัวต่อตำรวจเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมช่วงหนึ่ง วีระบอกว่า ที่หายหน้าไปจากเวทีเสื้อแดงนั้นไปทำหน้าที่ทูต ซึ่งการเจรจากันยังมีข้อปลีกย่อยบางประการที่ยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งการตกลงไม่ได้นำมาซึ่งโศกนาฏกรรม
วีระย้ำว่า พี่น้องเสื้อแดง ถ้าหากว่าเป็นเสื้อแดงแท้จริงขอให้ยึดมั่นแนวทางสันติ อหิงสา
ขณะที่ ก่อแก้ว พิกุลทอง อีกหนึ่งแกนนำ นปช.เขียนจดหมายให้คนสนิทนำไปแจกจ่ายในวันเข้ามอบตัวอย่างน่าสนใจ
น่าสนใจและน่าเชื่อว่า ก่อแก้ว และผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมาเพื่ออุดมการณ์อย่างแท้จริง และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันก็พร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบ ทั้งทางแพ่งและอาญา
แต่ไม่ได้หมายความว่าการต่อสู้จะยุติ เพียงแต่ยืนยันว่า แนวทางการก่อเหตุจลาจลนั้น ไม่ใช่แนวทางของการเรียกร้องประชาธิปไตย
ที่สำคัญการเรียกร้องครั้งนี้ ก็ไม่ได้ทำเพื่อทักษิณ ชินวัตร!
ขณะที่ ธิดา โตจิราการ ผู้ที่ว่ากันว่ามีผลทางจิตวิญญาณของแกนนำ นปช.ก็พูดในวันที่สามีไปมอบตัว โดยที่ไม่ลังเลที่จะบอกว่า เมื่อแกนนำมอบตัวแล้ว ต่อไปก็เป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐบาลและกองทัพ ไม่เกี่ยวกับแกนนำแล้ว
ชัดเจนว่า ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นประกอบด้วยความหลากหลาย
มีซ้ายเก่าที่สู้ไม่จบ รบไม่เลิก มุ่งหวังที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเชื่อว่าปี 2475 ไม่อาจมอบการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ให้แก่สังคม
มีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มาเพื่อเรียกร้องอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกันก็มีนักการเมืองที่คร่ำหวอด และมองเห็นว่า เมื่อถึงระดับหนึ่งแล้วหายนะจะเกิดขึ้น เพราะทุกอย่างเริ่มเดินไปในทิศที่ตรงกันข้ามกับสันติ อหิงสา
แต่ในสายตาของ "ฝ่ายความมั่นคง" นอกจากคนเหล่านี้ ยังมีชาวบ้านที่หลงเชื่อนักการเมืองให้มาร่วมชุมนุม
ที่สำคัญยังมีกองกำลังติดอาวุธปะปนอยู่ด้วย !
ทุกภาคส่วนเมื่อรวมกันแล้ว ทำให้การชุมนุมของคนเสื้อแดงทรงพลัง และน่าจะทำให้ "เกมสงคราม" ที่คนกำหนดเกมเชื่อมั่นว่า เมื่อเริ่มทำสงคราม ก็จะต้องได้รับแต่ชัยชนะเท่านั้น
ถามว่าคนกำหนดเกมสงครามนี้คือใคร ?
แม้ก่อแก้วจะบอกว่า การต่อสู้ครั้งนี้ก้าวผ่านทักษิณ ชินวัตร ไปแล้ว แต่ใครละจะเชื่อ ในเมื่อผู้ชุมนุมก็ยังเพรียกหาทักษิณ แกนนำก็ไปพบถึงดูไบ เสธ.แดง ไปพบกลับมาก็ยืนยันว่า "พี่ทักษิณ เห็นด้วยว่า ตอนนี้มีแก้วสามประการแล้ว"
เมื่อแก้วสามประการครบ นั่นก็หมายความว่า ถึงเวลาลั่นกลองรบกับรัฐบาลได้แล้ว ...ซึ่งตรงนั้นก็คือจุดเริ่มของการชุมนุม
แต่ที่ชุมนุมมีมากกว่านั้นก็คือ มีกองกำลังติดอาวุธหนุนหลัง ซึ่งนับแต่วันที่ 10 เมษายน ก็เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนแล้วว่า ม็อบเสื้อแดงไม่ใช่ม็อบธรรมดา
ส่วนเม็ดเงินสะพัดชนิดที่เรียกว่า "จ่ายไม่อั้น" นั้น ทุกคนต่างก็รู้ว่าต้องมหาศาลจริงๆ จึงจะเนรมิตผู้ชุมนุมได้มากขนาดนั้นได้
ไม่มีใครสงสัยว่า นี่เป็นเกมของทักษิณ
เพราะได้พิสูจน์แล้วและเห็นแล้วว่า ทักษิณ มีเงิน และใช้เงินเป็น
ขณะเดียวกันก็เห็นแล้วว่า สื่อแดงที่หนุนหลังทักษิณ และม็อบนั้น ก็ระดมสรรพกำลังได้ทรงประสิทธิภาพ
แต่ "ร้อยถี่ยังมีห่าง" การชุมนุมที่คิดว่าวางแผนมาดิบดี ก็ยังมีช่องโหว่
ชัยชนะจากเกมสงคราม ให้ดีที่สุดก็คือ รัฐบาลยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งน่าเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยของทักษิณ จะต้องได้รับชัยชนะท่วมท้น สามารถช่วงชิงอำนาจรัฐกลับมาอยู่ในมือ จากนั้นค่อยจัดการกับมลทินที่ติดตัว ทักษิณ และบรรดาผู้ถูกคุมขังในบ้านเลขที่ 111
การรบจึงเป็นไปในลักษณะ "รบไปเจรจาไป" ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยฝ่ายเสื้อแดง หรือให้ชัดก็คือภายใต้เงื่อนไขของทักษิณ
แต่เมื่อมีการยกระดับการชุมนุมจนเกิดความรุนแรง และกองกำลังติดอาวุธโผล่ออกมารบกับทหาร ที่ฝ่ายเสื้อแดงเชื่อว่าจะนำไปสู่การยอมจำนนของรัฐบาล แต่ "10 เมษา" กลับยังแรงไม่พอและเกิดกระแสตีกลับเมื่อนายทหารถูกปลิดชีพอย่างจงใจ การโหมกระแสจากฝ่ายทหารและรัฐบาลสร้างปัญหาให้คนเสื้อแดง และเพิ่มความเกลียดชังเสื้อแดงมากขึ้น เมื่อตัดสินใจย้ายเวทีไปสี่แยกราชประสงค์
ขณะที่แกนนำแดงบางส่วนเริ่มเห็นแล้วว่า นี่คือการจงใจและปลายทางของเกมสงครามก็คือ ความรุนแรง เพียงเพื่อให้เกิดและจบลงคล้ายๆ เหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ 35" ...นั่นคือที่มาของข่าวว่า แกนนำม็อบเริ่มแตกคอ
แต่เกมยังไม่จบ เพราะส่วนที่ยังอยู่เริ่มเดินเข้าสู่โหมดของการดึงอาเซียน และยูเอ็น เข้ามาเกี่ยวข้อง
เพื่อให้เห็นว่านี่คือความขัดแย้งของคนกลุ่มหนึ่งที่มีกำลังคนมากพอกับรัฐบาลที่จ้องจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม
บังเอิญว่า ในม็อบนั้นมีทั้งกองกำลังและอาวุธสงครามและใช้ออกมาอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับกำลังทหาร การบาดเจ็มล้มตายของผู้ชุมนุมและความเสียหายของอาคารหลายแห่งในพื้นที่โดยรอบที่ถูกเพลิงเผา นานาชาติ รวมทั้งยูเอ็นทำได้เพียงมองตาปริบๆ
แผนที่จะให้เกมสงครามจบลงด้วยการมีที่ยืนบนเวทีที่องค์กรระดับโลกให้การรับรอง กลายเป็นฝันหวาน
แต่สำหรับแกนนำบางคนนั้นไม่เพียงแค่ฝันหวาน... ค่ำคืนที่ 19 พฤษภาคม 2553 มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการหลอกลวง
ไม่ว่าทุนสามานย์ หรือซ้ายหลงยุค ก็ล้วนแต่ลวงทั้งนั้น ลวงไม่เว้นกระทั่งตัวเอง !



