ข่าว

ร้าวลึก

ร้าวลึก

31 พ.ค. 2553

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ส่งผลกระทบต่อวิถียุติธรรมสำหรับชาวบ้านแบบกระหน่ำซ้ำเติมมากขึ้น ผมต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้ยุยงปลุกปั่นอะไร เพราะได้ย้ำกันเสมอถึงความไม่สมบูรณ์ของระบบงานยุติธรรมในบ้านเราโดยเฉพาะวิถียุติธรรมสำหรับชาวบ้าน

 เป็นธรรมชาติที่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมีผลต่อการเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม ถ้าจะอ้างอิงหลักการก็ต้องพูดว่าประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบจะส่งเสริมระบบงานยุติธรรมให้สมบูรณ์ตามไปด้วย เมื่อชาวบ้านไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือใช้ชีวิตทำมาหากินได้อย่างเป็นธรรมก็จะเกิดความศรัทธาและเชื่อมั่นในกฎหมายซึ่งอาจรวมไปถึงเชื่อมั่นในรัฐบาลด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง อย่างน้อยก็พูดได้ว่าสังคมมีความเป็นธรรม

 ย้อนกลับไปที่ขึ้นต้นไว้วันนี้ เราลองเหลียวกลับไปมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเห็นว่าจบลงชั่วคราวพบความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินและชีวิตร่างกายไม่น้อย นี่ขนาดเห็นพ้องกันว่าหยุดลงชั่วคราวความเสียหายยังเป็นเช่นนี้ ที่อยากจะเน้นตรงนี้คือการสูญเสียชีวิตจำนวนที่เปิดเผยรู้กันทั่วไปว่ามากถึง 88 ราย และเป็นความสูญเสียที่ซ่อมไม่ได้เหมือนตึกห้างสรรพสินค้าหรูหรา หรือเยียวยากันด้วยการจัดรายการถนนคนเดินช็อปกระหน่ำ จึงเป็นคำถามว่าจะเยียวยาความไม่เป็นธรรมทางสังคมด้วยอะไรและวิธีใด เพราะผู้ได้รับผลกระทบจากความสูญเสียด้านนี้ตีราคาเป็นเงินไม่ได้ แต่ต้องเดิมพันด้วยศรัทธาและความเชื่อมั่นในระบบงานยุติธรรมเท่านั้น

 กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์แต่เปิดเผยกันไปทั่วโลกว่า มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีพร้อมอาวุธทันสมัยไล่ฆ่าชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาจึงเกิดวาทกรรมทางวาจาและกฎหมายเรียกคนอีกกลุ่มนั้นว่าผู้ก่อการร้าย

 ประเด็นนี้ครับที่ผมมองว่าเหตุการณ์ไปซ้ำเติมความไม่สมบูรณ์ของระบบงานยุติธรรมจนอาจทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาและขาดความเชื่อมั่นเพราะที่เป็นอยู่ปัจจุบันความรุนแรงและความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่ได้ลดราวาศอกลงไป แม้ว่าจะทุ่มเทสรรพกำลังกันอย่างเต็มที่แล้ว การป้องกันการก่อการร้ายทำได้แค่ไหนจึงเป็นคำถามของวันนี้ ซึ่งถ้าจะชี้ชัดลงไปเฉพาะเรื่องการจับกุมคนทำผิดมาลงโทษฐานก่อการร้ายก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการยุติธรรมทางอาญาของเรายังทำได้ไม่ดีนัก ด้วยเหตุผลหลายอย่างแถมยังใช้เครื่องมือด้านกฎหมายเหมือนๆ กันด้วยคือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

 การหยิบยกประเด็นการก่อการร้ายจึงอาจเป็นดาบสองคม ถ้าสังคมเข้าใจและยอมรับว่าการชุมนุมใช้การก่อการร้ายและการปลุกระดมมาเป็นเครื่องมือ ดังนั้นจึงไม่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่คนไม่พอใจรัฐบาลจะกระทำได้บนหลักการของการชุมนุมที่สงบปราศจากอาวุธ แต่หากสังคมมองว่าการชุมนุมเป็นความชอบธรรมที่จะทำได้เพียงแต่มีมือที่สามเข้ามาก่อกวนและทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าผู้ชุมนุมมีส่วนในการใช้ความรุนแรง รัฐบาลคือผู้ใช้อำนาจรัฐที่จะต้องแสดงความจริงเรื่องนี้ให้ปรากฏให้ได้

 เป็นความจริงที่ว่าการทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์เท่ากับว่าการหาวิธีทำให้ชาวบ้านศรัทธาในตัวบทกฎหมายว่าเป็นที่พึ่งได้เมื่อรู้สึกถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกข่มขู่ รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการเยียวยาความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึงหรือใช้กฎหมายได้อย่างคล่องแคล่ว ถ้าเป็นเรื่องการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินก็ต้องนำตัวคนทำผิดมาลงโทษให้ได้ แต่ความร้าวลึกของระบบงานยุติธรรมที่สะสมมานานวันจนเกิดปะทุเป็นความไม่สงบที่มีประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองเข้ามาเป็นประเด็นนำหน้าจะส่งผลเรื่องนี้ต่อชาวบ้านลึกแค่ไหนยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่

 เอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ เพราะชีวิตและร่างกายคือรูปธรรมที่เห็นๆ ของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์