
มาร์คแฉสื่อเทศแม้วอุปสรรคปรองดอง
"อภิสิทธิ์"แจงสื่อนอกกว่า 100 คนถึงสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศที่ผ่านมา ยันทักษิณอุปสรรคใหญ่ในการปรองดอง เพราะอยู่เหนือกฎหมาย
(29พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนต่างประเทศ100คน เข้ารับฟังการชี้เเจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบเเละตอบคำถามต่างๆหลังจากก่อนหน้านี้นายกฯเปิดโอกาสให้คณะทูตเเละผู้เเทนองค์การระหว่างประเทศเข้าพบ โดยเเบ่งเป็นตัวเเทนเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆที่ประจำประเทศไทย 76ประเทศ องค์การระหว่างประเทศ 30 เเห่ง หอการค้า 18 เเห่ง รวมทั้งเอ็นจีโอด้วย
จากนั้นเวลา16.00น.สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เเจ้งรายละเอียดข้อมูลข้างต้นว่า นายกฯเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดว่ารัฐบาลอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเเละให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.มีความเกี่ยวข้องกับการเจรจาโดยตรงเเละยื่นข้อเสนอต่างๆ เช่น เเผนปรองดองห้าข้อ เเต่การดำเนินการต่างๆยังเกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะบางบริเวณที่ทหารเข้าไปขอพื้นที่คืน เช่น ผ่านฟ้า เพราะมีผู้ใช้อาวุธในพื้นที่นั้น ส่วนทหารจึงตัดสินใจไม่เข้าขอคืนพื้นที่ย่านราชประสงค์เพราะคิดว่าไม่เกิดประโยชน์ ความสูญเสียต่างๆที่เกิดขึ้นจะเป็นนอกพื้นที่ชุมนุมเป็นส่วนใหญ่
นายกฯยังกล่าวถึงข้อเสนอของส.ว.บางส่วนที่อาสามาไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลกับนปช.ว่า คงไม่เป็นผล เหตุการณ์ต่างๆถูกวางเเผนไว้ล่วงหน้าเช่นการเผาเมือง ที่ได้วางเเผนเเละประสานงานล่วงหน้าไว้เเล้ว ปฏิบัติการของทหารยุติเมื่อผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม การดำเนินการทางทหารไม่ได้ดำเนินไปสู่ความรุนเเรง เเละมีหลายมาตรการออกมา เช่นมาตรการระยะสั้นคือเคอร์ฟิวนั้นที่ตอนนี้ไม่ได้ต่ออายุเเล้ว เเต่ต้องพิจารณาต่อไปด้วย รวมทั้งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเเละจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เช่น การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะธุรกิจย่านราชประสงค์
นายกฯกล่าวว่า ความสำคัญที่สุดของรัฐบาลในตอนนี้คือดำเนินการตามเเผนปรองดองต่อไป โดยต้องเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อที่จะให้กลไกสำคัญทำงานได้เต็มที่ พร้อมกับการดำเนินคดีของผู้ที่กระทำผิด เชื่อว่าคนเสื้อเเดงทุกคนไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายเต่มีคนกลุ่มเล็กๆในนั้น เพราะคนเสื้อเเดงมีข้อเรียกร้องทางการเมืองที่รับฟังได้ เเละทุกคดีที่ได้รับการดำเนินการนั้น รัฐบาลจะยื่นมือไปยังทุกฝ่าย รวมทั้งการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้าด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นสื่อต่างประเทศตั้งคำถามว่ารัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าด้านการปรองดอง นายกฯกล่าวว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลเสนอเรื่องต่างๆขึ้นมามักถูกปฏิเสธทุกครั้ง ฉะนั้นจึงไม่ใช่รัฐบาลที่ไม่ทำให้เรื่องนี้คืบหน้าเพราะควรเป็นอีกฝ่ายมากกว่า ตนเชื่อว่ามีกลุ่มเล็กๆเท่านั้นนั้นที่ต้องการใช้ความรุนเเรง เเละรัฐบาลจำเป็นที่ต้องรักษาความสงบ จึงต้องเเยกคนที่ใช้ความรุนเเรงออกมา
สื่อต่างประเทศคนหนึ่งที่โดนยิงในเหตุการณ์ที่ถนนราชปรารภเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ถามว่า ตอนนั้นคนเสื้อเเดงไม่มีอาวุธ เเละทหารยิงประชาชน 15 นาที ผู้ที่สั่งการในเรื่องนี้ต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นการดำเนินการของทหารที่ใช้กฎการปะทะที่ชัดเจน โดยจะยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่เเละป้องกันตัว เเละจะยิงเมื่อเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน เเละตั้งเเต่วันที่14พ.ค.รัฐบาลได้ประกาศเตือนเเล้ว เเละกลุ่มที่ใช้ความรุนเเรงนั้นจะใช้ความรุนเเรงกับประชาชนเป็นที่ตั้ง เช่น บางกลุ่มขึ้นไปบนตึกเพื่อซุ่มยิงประชาชน
เมื่อถามถึงเหตุผลการปิดเว็บไซต์ประชาไท นายกฯกล่าวว่า เว็บไซต์ไม่ควรโดนปิดทั้งหมด เเต่มีบางบอร์ดเท่านั้นที่เขียนข้อความเเละควรเป็นเรื่องบริหารจัดการของเว็บไซต์ โดยข้อความบางอย่างในนั้นทุกคนอาจไม่เน้นเรื่องอินเตอร์เน็ตเเละอาจเขียนไปมั่วๆ แต่เราจะเน้นเว็บไซต์ใหญ่ๆให้เป็นระบบ
เมื่อถามถึงหลักฐานที่เกี่ยวกับชายชุดดำ นายกฯกล่าวว่า จริงๆเเล้วจับกุมชายชุดดำบางคนได้เเล้วเเละมีหลักฐานว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นความหมายตามกฎหมายอาญาเเละองค์การสหประชาชาติ
เมื่อถามว่าช่วงที่มีการเผาเมืองนั้น รัฐบาลไม่มีเเผนรองรับที่ดีพอ นายกฯกล่าวว่า หน่วยดับเพลิงเเละเจ้าหน้าที่มีความยากลำบากในการเข้าพื้นที่เเละพยายามเต็มที่เเล้ว รัฐบาลไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น หากปล่อยให้ทหารเข้าพื้นที่นั้นอาจมีความสูญเสียกับผู้ชุมนุมมากกว่านี้
เมื่อถามว่าการเชื่อมโยงระหว่างอาวุธต่างๆกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนั้นจริงหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อาจเป็นข่าวลือ
เมื่อถามต่อว่าความคืบหน้าการร่วมมือกับตำรวจสากลในการจับกุมเเละส่งพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้นเป็นเช่นใด นายกฯกล่าวว่า ความจริงเเล้วต้องจับกุมก่อน ระหว่างนี้อยู่ระหว่างส่งข้อมูลพ.ต.ท.ทักษิณไปให้ตำรวจสากล
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอุปสรรคกับเเผนปรองดองใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าเป็นอุปสรรคที่ใหญ่เหมือนกัน เพราะพ.ต.ท.ทักษิณอยู่เหนือกฎหมาย
เมื่อถามว่า กรณีการจับกุมนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเเละเเกนปช.ที่โดนจับกุมตัวไว้ที่ค่ายนเรศวร ซึ่งนายสุทธาชัยประท้วงไม่รับประทานอาหารเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้นำหนังสือไปอ่าน นายกฯกล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปทบทวนเเละเรื่องนี้ควรให้โอกาสนายสุธาชัยได้รับความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า การปรับครม.ครั้งนี้นั้น ครม.บางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯนายกฯกล่าวว่าไม่ว่าเสื้อเเดงหรือเสื้อเหลืองทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เเละตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูล
เมื่อถามว่า รัฐบาลตำหนิสื่อต่างประเทศในการเสนอข่าวมากกว่าตำหนิสื่อไทย นายกฯกล่าวว่าความจริงไม่อยากให้สื่อต่างประเทศเป็นเป้า เเต่พอดีมีการเเจกเอกสารในการบรรยายเเละทำให้สื่อต่างประเทศเข้าใจผิด
เมื่อถามว่าความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว นายกฯกล่าวว่าความจริงคนไทยเป็นคนรักความสงบเเละพอเพียง โดยส่วนใหญ่ยังเป็นเเบบนั้น เเต่หลังเกิดเหตุการณ์จะเห็นว่ามีการทำความสะอาดเมืองร่วมกันส่วนใหญ่อยากมีความสุขเเละสันติภาพ จากนี้ไปอาจมีนักท่องเที่ยวกลับมาบ้าง
เมื่อถามว่านายกฯจะลาออกเพื่อรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนพยายามทำทุกอย่างที่เน้นความไม่รุนเเรง เเละคงไม่มีนายกฯคนใดไปรับฟังข้อเรียกร้องจากผู้ประท้วงต่อหน้ากัน เเละตนเสนอว่าจะลดอายุรัฐบาลลงหนึ่งปี คงไม่มีนายกฯคนใดในโลกที่ทำเเบบนี้ ความจริงหากมีการสืบสวนเเละมีสิ่งบ่งชี้ว่าตนผิดนั้น ตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะทั้งหมดที่ทำไปนั้นไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ตนเข้ามาทำงานการเมืองตั้งเเต่อายุ27ปีเเละอยากเห็นประชาธิปไตยก้าวหน้าเเละมุ่งหวังที่จะพัฒนาประเทศ เเละพยายามต่อต้านผู้ที่ใช้ความรุนเเรง
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งตามที่นายกฯประกาศไว้ นายกฯกล่าวว่าคงจะมีการเลือกตั้งที่ไม่มีความรุนเเรง เเละทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนร่วมในการจัดการ



