ข่าว

ตะลุยข่าว : ขุมทรัพย์"คลองเตย"เค้กก้อนโตที่จัดแบ่งไม่ลงตัว

ตะลุยข่าว : ขุมทรัพย์"คลองเตย"เค้กก้อนโตที่จัดแบ่งไม่ลงตัว

20 มี.ค. 2552

ผลประโยชน์ภายในตลาดคลองเตยที่มากมายมหาศาล ส่งให้ความขัดแย้งด้านการเข้าไปบริหารจัดการตลาดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะหาบทสรุป !?!

ปฐมบทแห่งความขัดแย้งนี้ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 เมื่อการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เปิดประมูลผู้บริหารตลาดคลองเตยรายใหม่ ประกอบด้วย โครงการพื้นที่ตลาดคลองหลังที่ 1 พื้นที่จอดรถริมคลองหัวลำโพง ถนนพระราม 4 ตลาดคลองเตยหลังที่ 2 ตลาดคลองเตยหลังที่ 3 และตลาดลาดพื้นที่คอนกรีต รวม 10.18 ไร่ มีกำหนดเวลา 10 ปี เนื่องจากผู้บริหารรายเดิมหมดสัญญา

 19 สิงหาคม-1 กันยายน ปีเดียวกัน มีบริษัทเข้ายื่นขอจัดแผนการตลาดทั้งสิ้น 6 บริษัท โดย 2 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์สุดท้าย คือ บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด ของอดีตนายทหารคนดัง และบริษัทของวุฒิสมาชิกคนหนึ่ง สุดท้ายบริษัทลีเกิ้ลฯ ชนะการประมูลและเซ็นสัญญากับ กทท.ไปเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2551

 ภายหลังการประมูลผู้ดูแลตลาดคลองเตยเดิม ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลให้คุ้มครองชั่วคราว โดยยกเหตุผลว่า กทท.เปิดประมูลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลยกคำร้องในเวลาต่อมา

 บริษัทลีเกิ้ลฯ ในฐานะผู้บริหารรายใหม่จึงเข้าไปจัดการบริหารเต็มตัว โดยว่าจ้างให้ "สมควร กิตติโชติ" หรือที่พ่อค้าแม่ขายรู้จักกันดีในชื่อ "แก่" ผู้กว้างขวางในตลาดคลองเตยเข้าไปดูแล มีสัญญาเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างรอทีมงานมืออาชีพที่จะเข้ามาดูแล

 ความขัดแย้งเริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อญาติคนหนึ่งของแก่ ซึ่งก็มีความกว้างขวางอยู่มากพอควร ยังคงเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากตลาดคลองเตยอยู่อย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตัวเขารู้ดีว่าแบ็กที่คอยหนุนหลังอยู่มียศเป็นถึง "พล.ต.ท." จนเกิดความขัดแย้งกับแก่ที่ก็พยายามกันไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

 กลุ่มบริษัทลีเกิ้ลฯ พยายามบันทึกภาพกลุ่มบุคคลที่เข้าไปรีดนาทาเร้นพ่อค้าแม่ขาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์ กระทั่งมีข่าวปล่อยออกมาว่า กลุ่มผู้บริหารใหม่จะเข้าไปยึดพื้นที่อยู่อาศัยบางส่วน กลายเป็นชนวนปัญหาให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ารวมตัวชุมนุมประท้วงขึ้น

 น่าสนใจว่าทั้ง 2 กลุ่มที่มีความขัดแย้งกันอยู่นี้ ต่างก็มีคนที่เคารพและยำเกรงคนเดียวกัน เป็นนายทหารคนดังระดับบิ๊ก ทรงอำนาจและอิทธิพล แต่ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว ปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายหาทางยุติปัญหากันเอง

 ทว่าความรุนแรงกลับเริ่มขยายตัว เมื่อมีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 30 คน สวมชุดซาฟารีและเสื้อคลุมดูทะมัดทะแมงชวนเกรงขาม บุกรุกเข้าไปในตลาดคลองเตย รื้อค้นแผงค้าจนระเนระนาด เมื่อตำรวจเข้าไประงับเหตุควบคุมตัวเอาไว้ได้ 19 คน ตรวจพบว่าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ระดมมาจากย่านบางแค

 เหตุการณ์ครั้งนั้นนำมาสู่การประท้วงของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าคลองเตยอย่างรุนแรง บริเวรสี่แยกรัชดา-พระราม 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ เพื่อคัดค้านการเข้ามาบริหารตลาดของบริษัทใหม่ ตั้งแต่วันที่ 11-12 พฤศจิกายน
 แต่แล้วโดยไม่มีใครคาดคิด เมื่อล่วงเข้าสู่วันที่ 13 พฤศจิกายน จู่ๆ ก็มีคนร้ายปาระเบิดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 13 คน !?!

 จนถึงวันนี้ตำรวจก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ และยังไม่สามารถระบุลงไปได้ว่า เป็นฝีมือกลุ่มใด ?

 ถัดมาอีกเดือนพ่อค้าแม่ค้า 19 คน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ขอเพิกถอนสัญญาประมูล (เช่า) ตลาดคลองเตยของการท่าเรือแห่งประเทศไทย กับบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด และศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามขนย้ายแผงลอยและทรัพย์สิน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปีเดียวกัน ขณะที่อีกฝ่ายก็พยายามยื่นคำร้องคัดค้าน จนมีเรื่องฟ้องร้องในชั้นศาลอีนุงตุงนัง

 อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา การท่าเรือจะออกมายืนยันเสมอว่าบรัษัทลีเกิ้ลฯ ชนะการประมูลเช่าลงทุนพัฒนาตลาดคลองเตย ไม่ใช่การให้สัมปทาน แต่ก็ไม่สามารถยุติปัญหานี้ได้

 "ราคาค่าเช่าแผงไม่ต่างจากบริษัทเก่าที่เคยดูแลตลาด ส่วนสิทธิการดูแลบริหารตลาด บริษัทที่ชนะประมูลจะได้รับสิทธิไป เหตุการณ์พ่อค้าแม่ค้าออกมาประท้วงการท่าเรือแห่งประเทศไทยและบริษัทลีเกิ้ลฯ โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์" พิเชฐ มั่นคง ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้เช่นนี้
 
  ความขัดแย้งรุนแรงเงียบหายไปนานกว่า 3 เดือน แต่ระหว่างนี้ก็มีความพยายามของฝ่ายพ่อค้าแม่ขาย ที่รวมตัวกันไปร้องเรียนตามสถานที่ต่างๆ ทั้งกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการท่าเรือฯ รวมถึงการร้องเรียนตามสื่อมวลชนแขนงต่างๆ กระทั่งหัวค่ำ 18 มีนาคม 2552 ก็เกิดการกระทบกระทั่งกันอีกคำรบ รุนแรงถึงขนาดมีผู้เสียชีวิต 2 คน คือ สุขสันต์ สีหาเลิศ วัย 36 ปี และ กนก สุขแก้ว วัย 43 ปี รปภ.กลุ่มผู้ดูแลตลาดเก่า ถูกหัวหน้า รปภ.บริษัทลีเกิ้ลฯ ยิง เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกด่าลับหลัง จึงตามมาก่อเหตุที่ตลาดไก่

 เรื่องนี้ยังพัวพันไปถึงเหตุการณ์ที่สอง เมื่อ ส.ต.ท.จตุรงค์ ถาวรทรัพย์ ตำรวจควบคุมฝูงชน (ปจ.) ที่รับจ๊อบพิเศษเป็น รปภ.ให้กลุ่มผู้ดูแลตลาดเก่าออกมาสังเกตการณ์แล้วถูก ศราวุธ สายประสม รปภ.บริษัทลีเกิ้ลฯ วัย 36 ปี ยิงจนบาดเจ็บสาหัส

 ทั้งสองฝ่ายต่างก็มี รปภ.เป็นของตัวเอง โดยฝ่ายกลุ่มผู้ดูแลตลาดเก่าว่าจ้างตำรวจ ปจ.และตำรวจ ปส.มาดูแลงาน ส่วน รปภ.บริษัทลีเกิ้ลฯ ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการทหาร

 ระหว่างรอคำสั่งของศาลว่าใครจะได้รับสิทธิดูแลบริหารตลาดคลองเตยอยู่นี้ ตำรวจจึงได้ตั้งมาตรการดูแลความปลอดภัยนับจากนี้ ด้วยการตั้งด่านตรวจบริเวณทางเข้า-ออกตลาด โดยจะตรวจค้นผู้ต้องสงสัยและรถต้องสงสัยทุกคัน รวมถึงจัดสายตรวจเดินเท้าเดินรอบตลาด ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก