
อภิสิทธิ์พร้อมเลิกเคอร์ฟิวรอประเมินพรุ่งนี้
"สุเทพ" จะหารือ "ปทิป" ว่าจะต่อเคอร์ฟิวใน 24 จังหวัดหรือไม่ กำลังให้จังหวัดต่างๆทำรายงานการประเมินมา ขณะที่ ศอฉ.เห็นควรหยุดต่อเคอร์ฟิว แต่คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ "นายกฯ"พร้อมยกเลิกเคอร์ฟิวรอคำยืนยันจากตำรวจท้องที่
(28พ.ค.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. กล่าวว่า วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ.จะหารือกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับทราบข้อมูลและพิจารณาว่าจะประกาศมาตรการเคอร์ฟิวในพื้นที่ 24 จังหวัด ต่อหรือไม่ หากได้ข้อสรุปจะส่งให้รัฐบาลประกาศต่อไป
โฆษก ศอฉ. กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ที่ประชุม ศอฉ.เห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้นเป็นลำดับ และเห็นควรให้หยุดการต่อเคอร์ฟิว เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ แต่ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะยังคงอยู่ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนวันนี้ และพรุ่งนี้ จะไม่มีการประชุม ศอฉ. โดยจะประชุมอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคมนี้
นายสุเทพ กล่าวว่า ศอฉ.อยากเลิกประกาศเคอร์ฟิวโดยเร็วที่สุด เพราะเห็นใจประชาชนที่เป็นสุจริตชนที่ได้รับผลกระทบ แต่การรายงานผลการประเมินจากจังหวัดต่าง ๆ ขณะนี้ก็เริ่มทยอยมาถึงแล้ว โดยในกทม. ให้น้ำหนักในการตัดสินใจอยู่ตำรวจ เพราะดูแลความสงบในพื้นที่กทม. ซึ่งวันนี้คงมีรายงานมาครบถ้วนทุกจังหวัด และตนจะได้แจ้งให้นายกฯทราบ เนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิว เป็นอำนาจนายกฯ
“ผมคิดว่า อาจจะเป็นคืนนี้หรือพรุ่งนี้ ที่จะสามารถบอกให้ประชาชนทราบได้ว่าจะมีการยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ อย่างไร” นายสุเทพ กล่าวและว่า การยกเลิกหรือไม่นั้น ไม่ได้เลือกว่าจะให้ความสำคัญพื้นที่กทม.หรือพื้นที่ไหนก่อน แต่จะให้ความสำคัญกับสถานการณ์เป็นหลัก
"นายกฯ"พร้อมยกเลิกเคอร์ฟิวรอคำยืนยันจากตำรวจท้องที่
เมื่อเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาขยายประกาศเคอร์ฟิวว่า ตามประกาศเดิมนั้นจะหมดในเวลา 04.00 น.วันที่ 29 พ.ค.เป็นคืนสุดท้ายและในวันที่ 29 พ.ค.ทางเจ้าหน้าที่ ศอฉ.ประเมินมาเป็น ครั้งสุดท้าย วันที่ 29 พ.ค.คงจะตอบได้ ส่วนที่ทางฝ่ายตำรวจระบุว่าสามารถรับพื้นที่คืนจากทหารได้แล้วนั้นถ้ายืนยัน มาว่าดูแลได้เราก็พร้อมที่จะยกเลิกเคอร์ฟิวได้อยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่คงต้องประเมินจากการข่าวและการเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่าน และสรุปมาว่าพื้นที่ไหนบ้างที่ยังมีความจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าขณะนี้ทุกคนยังต้องเฝ้าระวังอยู่เพราะเงื่อนไขเวลาที่มีการยกเลิก ข้อกำหนดใดๆก็ตามมันอาจจะมีผลหรือมีการเปลี่ยนแปลงได้ ก็ไม่ประมาทและทราบดีว่าประชาชนจำนวนต้องการกลับไปใช้ชีวิตปกติให้มากที่สุด เราจะพยายามทำให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางตำรวจสันติบาลยังมีความเป็นห่วงกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมีการติดตามอยู่ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ยืนยันว่าดูแลได้ทางศอฉ.คงจะตัดสินใจตามที่ พื้นที่ประเมินมา เมื่อถามว่า การชั่งน้ำหนักระหว่างการเสี่ยงต่อสถานการณ์กับการใช้ชีวิตปกติของประชาชนจะชั่งอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลักเพราะจริงๆแล้วเวลาเที่ยงคืนถึงตีสี่สำหรับประชาชนจำนวนมากอาจจะไม่มีผลแต่มีคนจำนวนหนึ่งโดย เฉพาะที่ประกอบอาชีพและได้รับผลกระทบเราต้องนึกถึงเขาด้วย แต่ถ้าภาพรวมเจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยก็เลิกได้
เมื่อถามว่า ในต่างจังหวัดนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดบางคนเสนอให้คงพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นอีกส่วนแต่ขณะนี้เราจะพิจารณาเฉพาะมาตราการเคอร์ฟิวเท่านั้น เมื่อถามต่อว่า การคพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีการประเมินว่าอาจจะต้องประกาศยาวไปอีก 1-2 เดือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะมี 2 ส่วนคือยังมีข้อกำหนดบางอย่างในเรื่องของพ.ร.ก.ฉุกเฉินกับอีกส่วนหนึ่งจะ เห็นว่าเริ่มมีการพูดจากันถึงการเคลื่อนไหวขึ้นอีกหากมียกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้วย ขณะนี้ในหลายพื้นที่ตนคิดว่าถ้ามีการเคลื่อนไหวอีกจะทำให้สถานการณ์ยุ่งยาก มากขึ้น
เมื่อถามว่า มีการอ้างเหตุผลคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินส่วนหนึ่งจะทำให้เกิดความรุนแรงกลับมาอีกและ กระทบภาพลักษณ์กับต่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดอย่างนั้น แต่คิดว่าในส่วนของคนที่ติดตามสถานการณืจะทราบดีว่าความจำเป็นที่ต้องใช้ กฎหมายพิเศษก็เพื่อที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อย ส่วนการจะไปเป็นเงื่อนไขความรุนแรงมันไม่น่าจะมีเพราะขณะนี้ทุกอย่างเข้า สู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อถามอีกว่า มีการอ้างว่าทำให้กระทบด้าเศรษฐกิจนักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาในไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวเขาดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมากกว่า เพราะการใช้กฎหมายพิเศษทราบดีอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินอาจจะคงไปถึงสิ้นปี 2553 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ไปคิดยาวถึงขนาดนั้นจะดูตามความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงหัวเลี่ยวต่อของบ้านเมืองขณะนี้อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความสงบเรียบร้อยจำเป็นต้องมีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจะมีผลกระทบอย่างมากในภาพรวมของประเทศ ส่วนกลไกการสร้างความปรองดองที่ควบคู่ไปกับการบัคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องทำ อย่างจริงจังทั้ง 2 ด้านพร้อมกันไป ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายตนก็หวังจะเห็นความร่วมมือและยังมีความ กังวลว่าความพยายามที่จะสร้างควมแตกแยกในบางกลุ่มยังมีอยู่



