ข่าว

ท่องเที่ยวเชียงรายอ่วมหวังดึง"กูเกิล"ช่วยพีอาร์

ท่องเที่ยวเชียงรายอ่วมหวังดึง"กูเกิล"ช่วยพีอาร์

28 พ.ค. 2553

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชียงราย แห่ลงทะเบียนพัฒนาสถานที่การท่องเที่ยวกับ"กูเกิล" มั่นใจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ หลังธุรกิจภาพรวมชะงัก ยอดจองห้องพักลดฮวบ ด้านหอการค้า ชี้ช่วยเป็นช่องทางพีอาร์แหล่งท่องเที่ยวเผยแพร่ไปทั่วโลก

 ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าเมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดทำโครงการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายธุรกิจการท่องเที่ยวเส้นทางเศรษฐกิจสาย R3A และ R9 แก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น บริษัทท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ณ ห้องประชุม เดอะ มันตรินี่ บูติค รีสอร์ท เชียงราย อ.เมืองเชียงราย ซึ่งพบว่ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 เนื่องจากในวันเดียวกันมีการเปิดให้ลงทะเบียน  เพื่อร่วมโครงการพัฒนาสถานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวกับ google earth และ google map เพื่อนำสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย ไปประกอบในเวปไซต์ต่างๆ ดังกล่าวสำหรับเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยมีนายยงยศ พรตปกรณ์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการ IT และ R&D หอการค้าไทย เป็นวิทยาการในการบรรยาย

 นายสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.เชียงราย กล่าวว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น บริษัทท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ร้านนวด สปา สถานบันเทิง ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก ฯลฯ เพราะการลงทะเบียนใน Google ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ขณะที่ จ.เชียงราย ก็จำเป็นที่จะต้องประชาสัมพันธ์ตัวเองเพื่อให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นประตูสู่ถนน R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งกำลังมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมไทย-สปป.ลาว เข้ากับถนนสายดังกล่าวที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ด้วย ส่วนถนน R9 ก็ตัดผ่านสายตะวันออก-ตะวันตกของภูมิภาคนี้และผ่านกว่า 10 จังหวัด ที่สำคัญถนนทั้งสองสายไปตัดกันที่ จ.พิษณุโลก พอดี

 ด้านนายยงยศ พรตปกรณ์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการ IT และ R&D หอการค้าไทย กล่าวว่าปัจจุบันเวปไซต์ Google เป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลกโดยสถิติยอดผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประมาณ 1,700 ล้านคนทั่วโลกพบว่ากว่า 71% ใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ส่วนคนไทยก็พบว่าเป็นผู้ที่นิยมใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลมากที่สุดในโลกโดยจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้อินเตอร์ชาวไทยกว่า 95-97% ใช้ Google ซึ่งแตกต่างจากในต่างประเทศซึ่งมีการใช้หลากหลาย เช่น YAHOO ฯลฯ ดังนั้นจึงเป็นเหตุทำให้ผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะรายได้ของ Google มาจากค่าโฆษณาเป็นหลัก ดังนั้นความร่วมมือกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวที่ จ.เชียงราย ในครั้งนี้จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการเข้าไปเอาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวมาใช้ด้านอื่น

 นายยงยศ กล่าวอีกว่า เมื่อเดือน ก.พ.2552 ทาง Google ได้เปิดตัวโครงการนี้ในประเทศไทยเป็นประเทศที่ 16 ของโลก หลังจากก่อนหน้านี้ได้ดำเนินโครงการ Google ทรานสปอร์ตเป็นประเทศที่ 8 ของโลก ดังนั้นหลังการเก็บข้อมูลในครั้งนี้แล้วคิดว่าอีกไม่กี่ปีเราจะเป็นหนึ่งในโลกเสมือนจริงของ Google หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในทวีปอเมริกามีสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา ส่วนในเอเชียมีเพียงประเทศจีนกับญี่ปุ่นเท่านั้น เราจึงจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนด้วย และข้อมูลต่างๆ ที่ได้จะทำให้ผู้คนสามารถพบข้อมูลที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้ทั้งหมดไม่เฉพาะผ่านทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ฯลฯ ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคตด้วย

 ขณะที่สุพจน์ สิงหอัมพล อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมริมกกรีสอร์ทเชียงราย กล่าวว่า  สถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันซบเซาลงอย่างมากโดยเฉพาะภาคธุรกิจโรงแรมที่ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และในส่วนของโรงแรมริมกกรีสอร์ทเชียงรายซึ่งมีห้องพักประมาณ 250 ห้องพบว่ามียอดเข้าพักในปัจจุบันอยู่เพียง 40% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ขาดทุนอยู่ และโรงแรมต่างๆ ก็พบว่าอยู่ในสภาพเดียวกัน ดังนั้นธุรกิจโรงแรมจึงต้องมีการลดราคาลงถึง 50% ไปจนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศกลับมาเดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง ดังนั้นการมี Google ช่วยเผยแพร่ข้อมูลแแผนที่รวมทั้งโลกเสมือนจริงจึงเป็นสิ่งที่ดีมาก

 รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าในปัจจุบันโรงแรมและห้องพักต่างๆ ใน จ.เชียงราย ต่างมีการประกาศลดราคาค่าห้องพักกว่า 50% โดยมีการลดราคายาวไปจนถึงปลายปี 2553 หรือราวเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากคาดว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวจะทำให้นักท่องเที่ยวกลับไปท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างคึกคักอีกครั้ง รวมทั้งยังคงตั้งความหวังว่าหากสถานการณ์ทางการเมืองยุติโดยเฉพาะมีการเลิกการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่เกิดจากการประสานธุรกิจระหว่างเอกชนในพื้นที่กับเอกชนในภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคกลาง เป็นหลัก