
สภาฯเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบปี54ตั้งกมธ.63คน
สภาฯเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบปี 54 ตั้งกมธ.63 คน ด้าน "นายกฯ" พ้อกลางที่ประชุมแปลกใจคนสร้างความเสียหายที่เกิดจากเหตุความรุนแรง 19 พ.ค. กลับออกมาเรียกร้องกับแทนที่จะรับผิดชอบ ส่วน "ชพน." ส่งนพดล พลเสนนั่งกมธ.งบประมาณ โดน "พท." ค้าน อ้างขัดรธน. เหตุถูกตัดสิทธ
(27พ.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย อภิปรายสรุปปิดท้าย ว่า ฝ่ายค้านรู้สึกไม่ดีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่ต้องการที่จะร่วมพิจารณางบประมาณปี 54 แต่ด้วยภาระหน้าที่จึงจำต้องเข้าร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้รัฐบาลพิจารณาเพียงฝ่ายเดียว และขอตั้งข้อสังเกตุว่า รัฐบาลเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯเร็วกว่ากำหนดซึ่งไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดอย่างไร แต่ฝ่ายค้านขอบอกว่า รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ได้เลย ที่ผ่านมารัฐบาลมาขออนุมัติเงินกู้ 8 แสนล้านบาท โดยเสนอออกเป็น พ.ร.บ.และพ.ร.ก.ฉบับละ 4 แสนล้านบาท เพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการไทยเข็มแข็ง และพยุงฐานะทางการเงิน แต่ปรากฏว่า รัฐบาลมีการจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้า นอกจากนี้รัฐบาลยังมีรายได้จากการยึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
นายวิทยา กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณ ปี 54 แบบขาดดุล ซึ่งค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงโดยดูจากการปฏิบัติงานของรัฐบาลในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งในเรื่องการตั้งงบผูกพัน รัฐบาลอย่าคิดว่าจะอยู่เป็นรัฐบาลตลอดไปโดยไม่มีใครมาเป็นรัฐบาลต่อ สิ่งที่ตนห่วงคือ เงินที่ได้จากการยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วรัฐบาลนำมาเป็นเงินรายได้ของรัฐบาล หากอะไรเกิดขึ้นภายหลังรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร และการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลในกรณีการสลายการชุมนุม รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ตนอยากให้รัฐบาลจะทำอะไรก็ขอยั้งคิดด้วย
จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รมว.คลัง ชี้แจงสรุปว่า สำหรับเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลยึดมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ความหมายของคำพิพากษาคดีที่นำมาสู่การยึดทรัพย์ได้สะท้อนให้เห็นว่าเงืนนี้ตกเป็นเงินของประชาชนไทยทุกคนไม่ใช่ของพ.ต.ท.ทักษิณ กระทรวงการคลังไม่ได้แยกแยะว่าเป็นเงินยึดมาเพราะเป็นเงินของประชาชน ส่วนประสิทธิภาพการใช้เงินของรัฐบาล เข้าใจดีถึงข้อจำกัดของราชการในภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ขอยืนยันงบประมาณที่รัฐบาลจัดเหมาะสมและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนขอความสนับสนุนจากสมาชิกให้รับร่างพ.ร.บ.งบประมาณนี้ เพื่อที่ให้ของประเทศเรากลับเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตามปกติ ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถหยุดยั้งการใช้อำนาจพิเศษในการกู้เงิน เพื่อนำโครงการต่างๆ อาทิ ด้านการเกษตร คมนาคม สาธารณสุข ให้กลับมาสู่ระบบงบประมาณปกติอีกครั้งหนึ่ง และสามารถควบคุมหนี้สาธารณะได้ และเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างแท้จริง มุ่งสร้างระบบสวัสดิการความมั่นคงการดูแลตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ หากมองด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นคำตอบสำหรับโครงสร้างในอนาคต ส่วนข้อห่วงใยของสมาชิก ไม่ว่าเหตุผลอะไร แนวทางการอภิปรายบางเรื่องน่าคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง อาทิ ปีนี้งบกระทรวงกลาโหมเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งความจริงงบกลาโหมลดลงกว่างบเกษตรเมื่อเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านๆมา ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลได้เสนอแผนปรองดอง ทุกครั้งกลับได้รับการปฏิเสธจากแกนนำและผู้ชุมนุมไม่ยอมนำบ้านเมืองออกจากวิกฤตนำสู่ความสมานฉันท์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ความเสียหายหลายส่วนปรากฏชัดเจนเกิดขึ้นจากคนที่มีอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นการวางเพลิง การก่อวินาศกรรมต่างๆ ตนแปลกใจการกระทำของคนที่ทำผิดกฎหมายกลับมาเรียกร้องความเสียหายจากการกระทำที่เกิดขึ้น ความจริงผู้ทำต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งเราจะได้พูดกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 31 พ.ค.และ1 มิ.ย. ความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไขต่อไป งบประมาณสามารถแก้ไขรองรับกระบวนการปรองดองได้ มั่นใจคณะกรรมาธิการที่จะตั้งสามารถทำให้เกิดความปรองดองได้ ขอความสนับสนุนจากสมาชิกพื่อรับร่างพ.ร.บ.นี้
ภายหลังการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.54 นาน 2 วัน รวมเวลากว่า 26 ชั่วโมง ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณในวาระแรกด้วยคะแนน 250 ต่อ 172 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 21 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาจำนวน 63 คน มีสัดส่วนคือ พรรคเพื่อไทย 19 รัฐบาล 15 พรรคประชาธิปัตย์ 17 พรรคชาติไทยพัฒนา 3 พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 พรรคภูมิใจไทย 3 พรรครวมชาติพัฒนา 1 พรรคประชาราช 1 และพรรคกิจสังคมกับพรรคมาตุภูมิ 1 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการขานชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 54 ทั้ง 63 คน ปรากฏว่ามีชื่อของนายนพดล พลเสน อดีตส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทย ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากคดียุบพรรค ได้เป็นกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. คัดค้านการเสนอชื่อนายนพดล เพราะจะไม่ชอบด้วยข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม กล่าวว่า ไม่สมควรให้มาทำหน้าที่นี้ เพราะมีความผิดฐานทุจริตการเลือกตั้ง ถือเป็นอาชญากรทางการเมือง
ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา แย้งว่า ที่ผ่านมานายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองก็เคยเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ ดังนั้นนายนพดลสามารถเป็นกรรมาธิการได้ ส่วนพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คิดว่านายนพดลสามารถเป็นกรรมาธิการวิสามัญได้ และถ้ามีปัญหาโมฆะในอนาคตคงโมฆะเฉพาะตัวคนนั้น ไม่ใช่โมฆะทั้งคณะกรรมาธิการ
นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้แจงว่า ตนได้ปรึกษากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลายครั้งแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นเดียวว่าตัดสิทธิในการเลือกตั้ง ส่วนตำแหน่งกรรมการหรือที่ปรึกษาในรัฐวิสาหกิจ เช่น นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ตนก็ตั้งมาเป็นทีมงานที่ปรึกษา ซึ่งตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญของสภาจึงไม่มีปัญหา หากจะให้วินิจฉัยจริงๆ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ และพร้อมรับผิดชอบ ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตัดบทว่า หากมีปัญหาก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
จากนั้นได้กำหนดเวลาศึกษาและแปรญัตติ 30 วัน ก่อนปิดประชุมเวลา 22.15 น. นัดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งแรกเวลา 16.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่อาคาร 3 รัฐสภา



