
ขอดเกล็ด : "จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน"
วันที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ถูกลอบสังหารต้องหามส่ง รพ.หัวเฉียว จนเหตุจลาจลเกือบจะย้ายไปที่โรงพยาบาลแทน เพราะมีทั้งสื่อไทยและเทศ ไหนจะกำลังทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตามมาดูอาการอีกจำนวนมาก
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. รับแจ้งแล้วก็เตรียมเดินทางไปโรงพยาบาล แต่สถานการณ์คับขัน พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. ลูกน้องคนสนิทที่หอบหิ้วกันมาจากภาคใต้ เลยอาสาไปดูลาดเลาก่อน กำลังตำรวจ ปจ.กว่า 20 นาย ตรงไป รพ.หัวเฉียว ที่ใกล้จะเกิดจลาจลเข้าทุกขณะ เสียงตะโกนด่าทอลั่นไปหมด แทรกด้วยเสียงปืนเป็นระยะๆ
พล.ต.ต.ภัคพงศ์เลยโทรหา พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 ให้มาร่วมชะตากรรม เอ๊ย! มาช่วยในฐานะเจ้าของพื้นที่ กว่าสถานการณ์จะคลี่คลายก็เล่นเอาเหนื่อย แต่เรื่องยังไม่จบเมื่อต้องมาเจอกับ 3 ด่านบุปผาอรหันต์ ?!!
หญิงสาวอนงค์นางหนึ่งวัย 40 เศษ เล่นจิตวิทยากับสองนายพลเข้าให้ "ต้องการบริจาคเลือดให้เสธ.แดงกับผู้บาดเจ็บ" ผู้การภัคพงศ์เลยตอบกลับนิ่มนวล เลือดพอ เพราะมีคนป่วยแค่เสธ.แดงคนเดียวเท่านั้น
เธอผละไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ไม่นานอนงค์นางสองวัยไล่เลี่ยกันก็ตามมา "ปวดท้องมากขอเข้าไปพบแพทย์" ผู้การภัคพงศ์กระซิบถาม พล.ต.ต.วิทยา "พี่เป็นเจ้าของพื้นที่ รพ.กลาง อยู่ห่างกันมากไหมพี่" เท่านั้นแหละผู้การ 6 เลยแนะนำให้ไปที่ รพ.กลาง แทน ถ้าไม่ไหวจะให้ลูกน้องขับรถไปส่ง หญิงสาวกระแทกส้นกระฟัดกระเฟียดเดินหนีไป
รายสุดท้ายบอกเป็นแพทย์อาสา สองนายพลตอบพร้อมเพรียง แพทย์พอแล้ว !
คล้อยหลังอนงค์นางทั้งสามก็จับกลุ่มเม้าท์แหลก ผู้การวิทยาปลีกตัวไปอัดบุหรี่เห็นรถตู้จอดมีพิรุธเลยไปชวนผู้การภัคพงศ์มาช่วยดู...รูปร่างสูงใหญ่ในชุดฝึกน่าเกรงขามเข้าไปถามเป็นใครมาทำอะไร คู่สนทนาอึกอักก่อนจะตอบเป็นปลัด กทม.มากับทีมแพทย์วชิรพยาบาลและญาติเสธ.แดง จะย้ายโรงพยาบาล เล่นเอาสองนายพลงง เพราะไม่คุ้นหน้าไม่รู้เป็นปลัดจริงไหม เลยควงแขนกันขึ้นไปถาม ผอ.รพ.หัวเฉียว สุดท้ายก็โล่งอก
ไม่รู้ตอนนี้สองนายพลจะรู้จักปลัด กทม.แล้วหรือยังว่าชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร แต่ที่แน่ๆ ภาษิตไทย "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย" ยังใช้ได้ (ฮา) ?!!



