
นิรโทษกรรมสากลซัดสงครามเอเชียต้นเหตุพลเรือนเสียชีวิต-ไร้ที่อยู่
ลอนดอน-องค์การนิรโทษกรรมสากลแฉสงคราม ความขัดแย้งเอเชีย ทำให้พลเรือนต้องสูญเสียชีวิตและไร้ที่อยู่อาศัย
องค์การนิรโทษกรรมสากล ที่มีสำนักงานอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้นำเสนอรายงานประจำปีเมื่อวันพุธ (26 พ.ค.) ระบุว่า ความขัดแย้งในทวีปเอเชียที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความโหดร้ายแสนสาหัส โดยมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน อีกหลายล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันรัฐบาลมักจะทำเมินเฉยไม่ใส่ใจกับปัญหาความยากจนแร้นแค้น ทั้งๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง
ตั้งแต่อัฟกานิสถาน ปากีสถาน จนถึงศรีลังกา และฟิลิปปินส์ ประชาชนต่างตกอยู่ท่ามกลางการสู้รบระหว่างกองทัพกับฝ่ายต่อต้าน และต้องหลบหนีเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ขณะที่ผู้สังเกตการณ์นานาชาติถูกปฏิเสธให้เข้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
รายงานประจำปีขององค์การนิรโทษกรรมสากลยังประณามทหารรัฐบาลศรีลังกาและกบฏพยัคฆ์ทมิฬว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยกันทั้งสองฝ่ายในช่วงสุดท้ายของสงครามกลางเมืองเมื่อต้นปีที่แล้ว เป็นเหตุให้มีประชาขน 3 แสนคน ติดอยู่ระหว่างการสู้รบ ไม่นับรวมผู้ที่ล้มตายไปถึง 7,000 คน
อย่างไรก็ดี รายงานชิ้นนี้ได้กล่าวชมว่า เมื่อปีที่ผ่านมามีความคืบหน้ามากขึ้นของกระบวนการแสวงหาความยุติธรรมให้แก่เหยื่อเคราะห์ร้ายและการรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน เห็นได้จากการดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรสงครามและก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
แต่ก็มีรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจบางประเทศทำตัวอยู่เหนือกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน คอยปกป้องประเทศพันธมิตรไม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และจะดำเนินการอย่างจริงจังกับปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ต่อเมื่อการเมืองเอื้ออำนวยให้เท่านั้น
รายงานฉบับนี้ได้กล่าวหาสหรัฐ รัสเซีย และจีน ว่าเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศพันธมิตร อีกทั้งไม่ยอมเปิดเผยการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศตัวเองให้ตรวจสอบได้ พร้อมกับเรียกร้องให้นานาประเทศให้สัตยาบันรับรองสนธิสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่มุ่งดำเนินคดีกับอาชญากรสงคราม ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3 ประเทศยังไม่ได้ลงนามรับรอง
พร้อมกันนั้น รายงานชิ้นนี้ได้ยกย่องกรณีศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับประธานาธิบดีซูดานในคดีก่ออาชญากรรมสงครามในแคว้นดาร์ฟูร์เมื่อปีที่แล้วว่า เป็นความก้าวหน้าสำคัญที่สะท้อนว่าผู้นำประเทศไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย



