
ไขทีละเปลาะ6ศพถูกยิงหน้าอก-หลัง..ยันไม่ได้ยิงจากมุมสูง
การตาย 6 ศพที่วัดปทุมวนารามยังคงเป็นปริศนารอการคลี่คลาย ?!!
แม้จะผ่านมานานเกินกว่าสัปดาห์แล้ว ทว่าการตายของ มงคล เข็มทอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, วิชัย มั่นแพ, อัธชัย ขุมจันทร์, อัครเดช ขำแก้ว, อุษา ขาวปิ่น พยาบาลอาสา และชายไทยไม่ทราบชื่อยังคงรอคำอธิบายจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่าคนร้ายซุ่มยิงจากจุดไหนกันแน่ เพื่อบีบวงสมมติฐานให้แคบลง
"ข้อเท็จจริงจะปรากฏออกมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นคิดว่าผลการชันสูตรและผลนิติเวชน่าจะเป็นตัวบ่งบอกอะไรได้พอสมควร" ถ้อยแถลงของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเช้าวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เหมือนจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างออกมา
"คม ชัด ลึก" พยายามหาคำตอบจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จนได้ข้อสรุปในระดับหนึ่ง แม้ว่าในวันเกิดเหตุกระชับวงล้อม 19 พฤษภาคม 2553 จะไม่มีตำรวจ แพทย์ชันสูตร หรือเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าไปในวัดปทุมฯ ได้ ประกอบกับการเคลื่อนย้ายศพออกจากจุดเกิดเหตุ จะทำให้การตรวจสอบในข้อเท็จจริงหลายอย่างไม่สามารถทำได้
แต่ผลการชันสูตรศพออกมาก็ช่วยไขข้อข้องใจอะไรบางอย่างได้ !?!
การผ่าชันสูตรพลิกศพทั้ง 6 ศพ แพทย์ตรวจแล้วพบว่าทุกรายถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่มีความเร็วสูง ไม่มีรายใดถูกยิงที่ศีรษะ ส่วนใหญ่ถูกยิงเข้าหน้าอก แขน หัวไหล่ บางคนกระสุนแฉลบขึ้นไปทะลุศีรษะ บางรายถูกยิงจากด้านหลังและขา
สำหรับทิศทางการยิงนั้น แม้จะไม่ได้เข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ แต่มีการตั้งข้อสังเกตกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืนและวิถีกระสุนว่าทั้งหมดไม่น่าจะถูกยิงมาจากมุมสูง
"เราไม่เห็นว่าการเสียชีวิตเป็นไปในลักษณะไหน แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วบอกได้ว่า ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกลอบสังหาร ไม่ว่าจะอยู่ในท่านั่งหรือนอนก็ตาม หากถูกลอบยิงจากมุมสูง ผู้ก่อเหตุจะเห็นแค่ศีรษะด้านบน หัวไหล่ทั้งสองข้าง และก้นเท่านั้น แต่นี่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกยิงจากด้านหน้าและด้านหลัง แขน หัวไหล่และขา จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าไม่ได้ยิงมาจากมุมสูง ส่วนจะเป็นฝ่ายไหนไม่ขอออกความคิดเห็น" นายตำรวจท่านหนึ่งอธิบาย
เมื่อได้ผลชันสูตรเช่นนี้ "คม ชัด ลึก" ได้รับการเปิดเผยจากอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและยุทธวิธีหน่วยงานแห่งหนึ่ง บอกว่า ในวันกระชับพื้นที่ชุมนุมได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์บริเวณวัดปทุมวนารามด้วย และมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดพอจะสรุปได้ว่า
ในวันนั้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงทยอยเข้าไปอยู่ในวัด รอบๆ พื้นที่ถูกตรึงด้วยกำลังทหาร บนรางรถไฟฟ้าเองก็มีเช่นกัน ต่อมาเวลาประมาณห้าโมงเย็น มีเสียงอาวุธสงครามดังลั่นมาจากด้านบน ระหว่างนี้ก็มีกองกำลังบางกลุ่มแต่งกายคล้ายทหารใช้อาวุธสงครามยิงในแนวราบ หันหน้าเข้าไปในวัดปทุมฯ
"ไม่อยากคาดเดาว่าเป็นกองกำลังของกลุ่มไหน แต่ก็ดูกลมกลืนกันไปหมด"
หลังจากสิ้นเสียงปืนมีการลากผู้เสียชีวิตไปรวมกันในเต็นท์กาชาดสากล อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและยุทธวิถีคนนี้เข้าไปตรวจสอบดูจากตรงจุดนั้น ประกอบกับภาพถ่ายมุมสูงจากบนรางรถไฟฟ้า บอกได้คำเดียวว่ากลุ่มคนที่อยู่ในมุมสูงเหนือวัดปทุมวนารามขึ้นไปไม่สามารถเล็งเป้าได้อย่างแม่นยำเช่นนี้ เพราะบริเวณรอบๆ วัดและใกล้จุดเกิดเหตุมีต้นไม้ใหญ่บังอยู่หลายต้น โดยเฉพาะช่วงเย็นต่อเนื่องกลางคืนทัศนวิสัยไม่ชัดเจน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงมาจากมุมสูง
"สอดคล้องกับสภาพบาดแผลของผู้เสียชีวิตที่ส่วนใหญ่ถูกยิงหน้าอกและด้านหลัง แสดงให้เห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่มือปืนจะอยู่สูงกว่าพวกเขา"
ดังนั้นเมื่อไม่ได้ยิงมาจากมุมสูง จุดที่มีกองกำลังทหารตรึงกำลังเอาไว้ ประเด็นนี้จึงต้องข้ามไป หันกลับไปหาปริศนาข้อต่อไปว่า แล้วกองกำลังพื้นราบที่แต่งกายกลมกลืนกับทหารนั้น แท้ที่จริงเป็นคนกลุ่มไหนกันแน่



