
พพ.หนุนกทม.สร้างโรงไฟฟ้าขยะเล็งเปิดกว้างเอกชนลงทุนท้องถิ่น
พพ.หนุน กทม.สร้างโรงไฟฟ้าขยะ หลังพบมีปริมาณขยะมากพอผลิตไฟฟ้าได้ 300-400 เมกะวัตต์ หลัง อบต.จับมือเอกชนนำร่องผลิตขายให้ กฟภ.ได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว
นายทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมการผลิตโรงไฟฟ้าขยะขนาดใหญ่ของ กทม. เนื่องจาก กทม.มีปริมาณขยะจำนวนมาก คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของปริมาณขยะทั้งประเทศหรือประมาณวันละ 9,000 ตัน จากปริมาณขยะทั้งหมด 40,000 ตันต่อวัน ซึ่งมีศักยภาพที่จะนำไปผลิตไฟฟ้าได้ถึง 300-400 เมกะวัตต์ โดยแนวทางดังกล่าวอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด ซึ่งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ กทม.อาจลงทุนเองทั้งหมด หรือร่วมลงทุนกับภาคเอกชนและบริหารงานร่วมกัน
ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้เองภายในโรงไฟฟ้าขยะ ที่เหลือสามารถขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อช่วยสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โดยขณะนี้มีการส่งเสริมการจัดการขยะในระดับโรงเรียนแล้ว 40 แห่งและขยายไปอีก 435 โรงเรียนทั้งหมดใน กทม.
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าขยะได้รับความสนใจจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต.) อย่างมาก ปัจจุบันภาคเอกชนและ อบต. ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะและเสนอขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้ว 12 เมกะวัตต์ จากปีที่ผ่านมามียอดเสนอขายเพียง 5 เมกะวัตต์ ซึ่งกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากขยะให้ได้ 160 เมกะวัตต์ภายใน 15 ปี หรือภายในปี 2565 โดยที่ผ่านมา พพ.ได้สนับสนุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะต้นแบบ 5 แห่ง แต่ดำเนินการได้เพียง 1 แห่งคือ โรงไฟฟ้าขยะที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากการบริหารจัดการขยะของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันทำให้ยากต่อการดำเนินการ จึงมีแนวคิดให้เอกชนออกแบบพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะได้เอง เพื่อให้เกิดการลงทุนผลิตโรงไฟฟ้าขยะได้มากขึ้น ล่าสุดองค์การบริหารส่วนจังหวัด นนทบุรี อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ โดย กฟผ.อาจเข้าไปร่วมลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกัน



