
ธ.ก.ส.ปล่อยกู้อุ้ม"ไร่อ้อย-นาเกลือ"
ธ.ก.ส.พร้อมอุ้มชาวไร่อ้อย ปล่อยสินเชื่อปีละ 1,000 ล้าน เป็นเวลา 3 ปี ให้ซื้อรถตัดอ้อยแก้ปัญหาไฟไหม้ ขาดแคลนแรงงาน พร้อมรับจำนำผลผลิตเกลือให้กู้สร้างยุ้งฉางเก็บรอราคาขึ้น
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการสินเชื่อสำหรับการจัดซื้อรถตัดอ้อยเพื่อแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้และการขาดแคลนแรงงานตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2552 ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาลเพื่อซื้อรถตัดอ้อย โดยจะให้การสนับสนุนสินเชื่อปีละ 1,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2555 รวมเป็นเงิน 3,000 ล้านบาท วงเงินกู้ต่อรายหรือต่อกลุ่มไม่เกิน 15 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ ลบ 2.00% ต่อปี ซึ่งเท่ากับ 4.75% ต่อปี
ทั้งนี้ จะเรียกเก็บจากเกษตรกรผู้กู้ 2% ต่อปี และรัฐบาลรับภาระชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง 2.75% ต่อปี ซึ่งเงื่อนไขการขอกู้จะพิจารณาความสามารถในการบริหารจัดการและจำนวนพื้นที่การปลูกอ้อย โดยให้โรงงานน้ำตาลเป็นผู้ประกันหนี้ตามโครงการของผู้กู้ทุกราย ส่วนกรณีโรงงานน้ำตาลเป็นผู้กู้เองต้องให้คณะกรรมการบริหารของโรงงานหรือบุคคลที่ ธ.ก.ส.เห็นสมควรเป็นผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 2 คน ภายใต้เงื่อนไขว่าหากโรงงานน้ำตาลอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางก่อน
นายลักษณ์ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรนาเกลือ จ.เพชรบุรี ที่ราคาผลผลิตตกต่ำ ว่า คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ให้ ธ.ก.ส.เข้าไปช่วยสนับสนุนสินเชื่อในรูปของการรับจำนำผลผลิตและการลงทุนสร้างยุ้งฉาง เพื่อเก็บผลผลิตและรอราคา ซึ่งมีเกษตรกรแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ 142 ราย วงเงินสินเชื่อ 63.3 ล้านบาท จำแนกเป็นสินเชื่อรอการขายผลิตผล จำนวน 142 ราย จำนวนเงิน 42.6 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณเกลือที่รับจำนำประมาณ 4 หมื่นตัน และสินเชื่อเพื่อลงทุนสร้างและปรับปรุงยุ้งฉาง 69 ราย จำนวนเงิน 20.7 ล้านบาท
ส่วนเงื่อนไขการจ่ายสินเชื่อ ธ.ก.ส.จะให้กู้รายละไม่เกิน 6 แสนบาท แยกเป็นค่ารอการขายผลิตผลไม่เกิน 3 แสนบาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 6 เดือน แต่ไม่เกินวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 และค่าลงทุนสร้างหรือปรับปรุงยุ้งฉางไม่เกิน 3 แสนบาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 5 ปี แต่ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2558 อัตราดอกเบี้ย 6.75% ต่อปี โดย คชก.จะชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่เข้าร่วม 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 8 เดือน



