ข่าว

ในวงล้อม

ในวงล้อม

28 พ.ค. 2553

เมื่อตอนที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ผมเคยเขียนในคอลัมน์ “วันเว้นวันฯ” ว่า ผมขอตัวที่จะแสดงความยินดีกับท่าน เพราะสิ่งที่ท่านได้รับนั้นเป็นทุกขลาภโดยแท้

 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราท่านก็คงได้เห็นแล้วว่าคุณอภิสิทธิ์ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนเพียงไรกับการเป็นผู้นำของประเทศในภาวะที่บ้านเมืองไม่เป็นปกติ

 การก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของคุณอภิสิทธิ์นั้น ตามความเป็นจริงแล้วมิได้เป็นไปในลักษณะที่เป็นไปตามขั้นตอน แต่เป็นการก้าวข้ามขั้นบันได อย่างที่มีผู้เรียกกันว่า “แผนบันได 3 ขั้น”

 คือยุบพรรคพลังประชาชนสอย คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้ร่วงลงมา และแยกกลุ่มเพื่อนเนวินออกจากพรรคเพื่อไทยที่ตั้งขึ้นมาแทนที่พรรคพลังประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะต้องได้รับการร่วมด้วยช่วยกันจากหลายๆ ฝ่าย และประกอบด้วยมือที่มองเห็นและมองไม่เห็นอย่างมากมาย

 การเป็นนายกรัฐมนตรีของคุณอภิสิทธิ์จึงถูกล้อมวงตั้งแต่ต้น

 ด้วยกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพรรคภูมิใจไทย ด้วยพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ร่วมรัฐบาลทั้งความสมัครใจหรือจำใจ ด้วยกลุ่มอำนาจในเครื่องแบบที่เป็นเสมือนเสาหลักค้ำยันรัฐบาล และกลุ่มพลังต่างๆ ที่เป็นประดุจรั้วลวดหนาม เพื่อป้องกันคุณอภิสิทธิ์จากกลุ่ม นปช.และคนเสื้อแดงที่รายล้อมอยู่โดยรอบ

 มีสิ่งที่น่าคิดอยู่ข้อหนึ่งว่า การที่เราล้อมรั้วรอบบ้านตัวเองนั้น เป็นการกันคนอื่นจากตัวเรา หรือเป็นการกันตัวเราเองจากคนอื่น เพราะเมื่อใดก็ตามที่เรากันตัวเองออกมา เมื่อนั้นเราก็จะโดดเดี่ยวตัวเอง และเหลือคนที่ใกล้ชิดเพียงไม่กี่คน มีสภาพไม่ต่างจากเจ้าชายที่ถูกขังอยู่บนหอสูงในปราสาทร้าง ไม่รู้จักไม่เข้าใจความเป็นไปของโลกภายนอก และมีความคิดวนเวียนอยู่กับสิ่งเก่าๆ หรือข้อมูลข่าวสารที่ถูกคัดสรรและนำเสนอโดยคนวงใน

 ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาพของคุณอภิสิทธิ์ในระยะหลัง จึงเป็นภาพของคนที่โดดเดี่ยว หวาดระแวง และระมัดระวังตัวอย่างมาก ซึ่งยิ่งทำให้คุณอภิสิทธิ์เหินห่างจากผู้คนออกไปเรื่อยๆ มีคำพูดที่เราคุ้นหูกันอยู่ประโยคหนึ่งว่า “นักการเมืองเหมือนปลา และประชาชนเหมือนน้ำ” ถ้าขาดประชาชนนักการเมืองก็อยู่ไม่ได้ ยิ่งนักการเมืองระดับคุณอภิสิทธิ์ก็ยิ่งเหมือนกับปลาใหญ่ที่ต้องการน้ำลึก ขืนห่างไกลจากประชาชนมากๆ ก็อาจเป็นวาฬที่เกยตื้นได้ง่าย ๆ

 ผมคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วละครับ ที่คุณอภิสิทธิ์จะต้องก้าวออกมาจากวงล้อมที่รึงรัดคุณอภิสิทธิ์อยู่มาสู่แวดวงของประชาชน มาพบปะกับเขา รับฟังความทุกข์ของพวกเขา หาทางแก้ไขปัญหาให้พวกเขา ในเวลาที่ประชาชนเหล่านั้นกำลังต้องการที่พึ่ง ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีและในฐานะตัวแทนของชาวกรุงเทพมหานครหลายสมัย คุณอภิสิทธิ์ต้องไม่ลืมว่าคนกรุงเทพฯ เชื่อมั่นและฝากความหวังไว้กับคุณอภิสิทธิ์เพียงไรในการเลือกตั้งในอดีต คุณอภิสิทธิ์ต้องไม่ลืมว่า ประชาชนในกรุงเทพฯ คือฐานเสียงที่มั่นคงและสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์อย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด ไม่ใช่พรรคการเมืองอื่นหรืออำนาจใดๆ

 เชื่อผมเถอะครับว่า ตอนนี้คนกรุงเทพฯ อยากเห็นหน้า อยากสัมผัส อยากระบายความในใจของพวกเขากับคุณอภิสิทธิ์อย่างที่สุด