
ความคาใจอันคับข้อง
ยามนี้เสียงติฉินนินทาแสดงความไม่พอใจตำรวจมะเขือเทศดังระงมไปทั่วประเทศ กับข้อครหาที่ยากจะปฏิเสธ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างจงใจ !?!
ปล่อยให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสายหน้าตาเฉย
ไม่มีใครห้ามการเลือกข้างของประชาชน ตำรวจก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่จิตสำนึกในหน้าที่ของตำรวจต้องมีมากกว่าคนอื่นๆ
อย่างน้อยก็ต้องดูแลบ้านเมืองให้ปกติสุข ให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ใครใคร่เผาเผา ใครใคร่บุกพังบ้านคนอื่นพัง ไม่ได้
หลายเหตุการณ์เป็นเหตุซึ่งหน้าจับกุมคุมขังได้เลย หรืออย่างน้อยห้ามปราม สกัดกั้นไม่ให้ม็อบเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ
ยิ่งถ้าพูดถึงจิตสำนึกของความเป็นคนไทยด้วยแล้ว ตำรวจหลายคนในหลายจังหวัดสอบตกโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น คงไม่ผิดอะไรเมื่อวันร้ายๆ ผ่านพ้นไปแล้ว "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะขึ้นบัญชีปรับเปลี่ยนตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่อจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รองนายกฯ สุเทพสามารถทำได้ จะอยู่ภายใต้เหตุผลของความเหมาะสมหรือข้อสมอ้างใดๆ ก็ตามแต่ อยากให้คำนึงถึงเรื่องความยุติธรรมให้มาก
หลายครั้งที่เกมการเมืองถูกดึงเข้ามาอยู่ในวังวนการโยกย้ายตำรวจ หลายครั้งเจ้าของพื้นที่ไม่ผิดก็ถือโอกาสปรับเปลี่ยนตามไปด้วย
ยัดเด็กเส้น เด็กนาย เด็กถือตั๋วตัวเองมานั่งเก้าอี้ใหญ่โต อย่างนี้ถือว่าไม่ยุติธรรม !?!
แต่ถ้าพื้นที่ไหนมีพยานหลักฐานปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่า ไม่สนองตอบนโยบายรัฐ เพิกเฉยต่อการละเมิดกฎหมายอำนาจรัฐ นอกจากบทลงโทษทางวินัยแล้ว ควรจะถูกดำเนินคดีอาญาเข้าให้ด้วย
รัฐบาล และ สตช.จะทำอะไรก็ต้องรีบทำ เพราะยังมีงานรออยู่อีกมาก
การปิดเกมหลังวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ยังจะไม่จบลงง่ายๆ การข่าวหลายสายยืนยันตรงกัน รัฐบาล กับ ศอฉ.เลยต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาไว้
นับจากนี้เกมใต้ดินป่วนบ้านป่วนเมืองจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ รัฐจำต้องมีมือไม้ทำงานตอบสนองทันใจ
แต่ไม่ใช่ว่าจะเอาใครก็ได้มาแทนที่ ตำรวจคนนั้นจะต้องผิดจริงจึงสมควรถูกย้าย
ฝากไว้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่เช่นนั้นก็เหมือนผลักปัญหาจากที่หนึ่งไปอยู่อีกที่หนึ่ง !
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



