
วิถีประมงพื้นบ้านบนเรือกอนโดลา ของบ้านสลักคอก เกาะช้าง จ.ตราด
ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ฝั่ง อ.แหลมงอบ ของ จ.ตราด มักมีผู้โดยสารและรถนานาชนิดรอใช้บริการเรือข้ามฟากไปเกาะช้างซึ่งเป็นเกาะใหญ่อันดับ 2 ของประเทศฝั่งอ่าวไทยอย่างเนืองแน่นทุกเที่ยว
นักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ทำให้หน่วยงานเอกชนมีการสร้างและพัฒนาที่พักเพื่อความสะดวกสบาย
วิถีชีวิตชาวบ้าน "สลักคอก" ไม่ได้วิ่งตามการพัฒนาเหล่านั้น ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ไม่ได้ปิดกั้นความเจริญที่แทรกเข้ามาในชุมชน พร้อมรับกระแสนักท่องเที่ยวด้วยความแตกต่าง
ชื่อของบ้านสลักคอก บ่งบอกถึงลักษณะภูมิประเทศของท้องที่นี้ได้เป็นอย่างดี โดยมีอ่าวที่ได้รูปเกือบจะเป็นวงกลมคล้ายคอกสัตว์ที่เกือบจะบรรจบชนกัน เหลือทางออกทางทะเลเพียงช่องแคบๆ มีเกาะสลักและเกาะลิ่มอยู่ด้านหน้า
ทำให้อ่าวนี้ปลอดคลื่นลมตลอดทั้งปี พื้นที่แบบนี้จึงเหมาะที่จะเป็นที่อนุบาลของตัวอ่อนสัตว์น้ำไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา และเหมาะที่จะเป็นที่หลบลมของชาวประมงพื้นบ้านด้วยเช่นกัน
หมู่บ้านชาวประมงสลักคอก หมู่ 4 ต.เกาะช้างใต้ จ.ตราด ตั้งอยู่บริเวณทะเลทางด้านตะวันออกของเกาะช้าง เป็นป่าโกงกางและหาดโคลนซึ่งไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ แต่กิจกรรมการท่องเที่ยวของชาวบ้าน รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มเรือแจวให้บริการนักท่องเที่ยวในรูปแบบกึ่งสหกรณ์ พานักท่องเที่ยวลัดเลาะไปตามลำคลองที่โอบล้อมไปด้วยป่าโกงกาง
เรือมาดหลักแจวคู่ถูกนำมาดัดแปลงใส่โต๊ะที่นั่งไม้ขนาดย่อมๆ และมีร่มผ้าฝ้ายสีขาวครีมที่มักใช้ตั้งตามสนามหญ้า เพื่อใช้กางกั้นยามแสงแดดแรง เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ได้พบเห็น และน่านับถือแนวความคิดในการนำเสนออย่างมาก
จนนักท่องเที่ยวพร้อมใจกันให้สมญานามว่า เรือกอนโดลาแห่งบ้านสลักคอก เรือแต่ละลำสามารถรองรับผู้โดยสารที่สนใจได้ 4 คน ถึงแม้เรือจะรับน้ำหนักมากแต่ก็ไม่น่าหวั่นใจว่าเรือจะโคลงจากคลื่นที่เกิดจากเรือติดเครื่องยนต์
ส่วนเรือคายัคเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจโลกใหม่ด้วยตัวเอง มีแผนที่ชี้ทางสว่างว่า ปลายอุโมงค์ของเส้นทางนี้อยู่ที่ไหน ไม่เช่นนั้นอาจใช้เวลามากเกินพอดีจนต้องกินข้าวลิงอยู่กลางป่าโกงกางก็เป็นได้
สามารถศึกษาและสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านสลักคอก เกาะช้าง จ.ตราด
"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]



