ข่าว

ยธ.หนุนก.คลังฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากแดง

ยธ.หนุนก.คลังฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากแดง

27 พ.ค. 2553

ยุติธรรมหนุนก.คลังฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากแกนนำคนเสื้อแดง แนะผู้ประกอบการแยกฟ้องเป็นรายบุคคล ราชทัณฑ์เคลียร์คุกรองรับนักโทษเข้าใหม่ มั่นในผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงไม่สร้างปัญหาในเรือนจำ ย้ำไม่มีสิทธิพิเศษให้กับนักโทษรายใด

(27พ.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอให้ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากแกนนำนปช. ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกระทรวงการคลัง แต่โดยหลักการตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์สามารถกระทำได้ โดยผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้เสียหายสามารถที่จะรวมกลุ่มเพื่อขอให้รัฐฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ โดยตรงหรือฟ้องร้องเป็นรายบุคคลก็ได้

 ทั้งนี้ในระบบปกติจะเริ่มต้นการฟ้องร้องในคดีแพ่งภายหลังกระบวนการพิจารณาคดีอาญาเสร็จสิ้นก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดรายใดได้บ้าง แต่เนื่องจากเหตุการณ์วางเพลิงเผาอาคารเกิดขึ้นหลายแห่งสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก หากรอให้คดีอาญาเสร็จสิ้นคาดว่าจะต้องใช้เวลานาน ดังนั้น กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลังสามารถพิจารณาทำคดีคู่ขนานระหว่างคดีอาญา และคดีแพ่งไปด้วยกันได้ ด้วยการฟ้องคดีแพ่งมูลละเมิดเพื่อเรียกค่าเสียหาย

 “รัฐบาลคงไม่สามารถรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดได้ เพราะมูลค่าความเสียหายมีมากกว่า 1 แสนล้านบาท รัฐจึงไม่สามารถนำเงินที่มาจากภาษีมาจ่ายทดแทนความเสียหาย ดังนั้นคงมีความจำเป็นต้องฟ้องดำเนินคดีเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ” นายธาริตกล่าวและว่า

 การฟ้องคดีข้อหาละเมิดทางเพ่งเป็นคนละส่วนกับการเรียกค่าเสียหายตามระเบียบใหม่ของกองทุนยุติธรรม ซึ่งระบุไว้ว่า รัฐสามารถเป็นตัวแทนฟ้องกลับผู้กระทำละเมิดแทนผู้เสียหายในคดีอาญา โดยรัฐออกเงินชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายไปก่อน จากนั้นรัฐจึงดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิด ซึ่งในปีงบประมาณ 2553 กองทุนยุติธรรมมีงบประมาณทั้งสิ้น 60 ล้านบาท และได้ขอเพิ่มเติมสำหรับปีงบประมาณประจำปี 2554 อีก 30 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาระเบียบกองทุนยุติธรรมใหม่ได้นำร่องในการช่วยเหลือชาวนา 78 ราย ใน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่ถูกโรงสีโกงเงินค่าขายข้าวรวม 2 ล้านบาท

ราชทัณฑ์เคลียร์คุกรองรับรับคนเสื้อแดงหากส่งมา

  นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง ถูกส่งตัวมาคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้วกว่า 300 คน ล่าสุดศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปบางส่วนแล้ว กรมราชทัณฑ์จึงย้ายผู้ต้องขังในคดีเด็ดขาดประมาณ 100 ราย ไปขังไว้ที่เรือนจำกลางคลองเปรม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเรือนจำมีความพร้อมในการรองรับผู้ต้องขังคดีจะทยอยเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ โดยเรือนจำกลางบางขวางยังมีพื้นที่สามารถรองรับผู้ต้องขังได้อีกกว่า 50 คน

 นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ไม่รู้สึกเป็นกังวลที่มีผู้ต้องขังแนวร่วมคนเสื้อแดงเข้ามาอยู่ในเรือนจำเป็นจำนวนมาก โดยยังมั่นใจว่าจะไม่มีการรวมกลุ่มเพื่อก่อเหตุวุ่นวาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวังดูแลผู้ต้องขังทุกรายอย่างใกล้ชิด และหากผู้ต้องขังคนใดมีพฤติกรรมก้าวร้าวก็จะจำเป็นต้องแยกตัวออกไป แต่ที่ผ่านมาพบว่าผู้ต้องขังแนวร่วมเสื้อแดงไม่มีปัญหาในเรือนจำ สำหรับนายโคเนอร์ เดวิด เพอร์เซล ชาวออสเตรเลีย และนายเจฟท์ ซาเวจ ชาวอังกฤษ นั้น ไม่ได้มีการสั่งการให้ดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ต้องขังทุกคนที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำจะได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเหมาะสม ไม่แบ่งแยกว่าเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติ

 ด้านนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการเงินให้กับผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมเสื้อแดงว่า กรมคุ้มครองสิทธิฯ อยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากศูนย์เอราวัณ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีจำนวนที่แน่ชัด ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิฯรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตไว้แล้ว 10 ราย ขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลของคณะกรรมการว่าผู้ที่ร้องเรียนมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์จลาจลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทั้งทางด้านกฎหมายและค่าเสียหายจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ หากเป็นผู้เสียหายที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ สามารถมายื่นโดยตรงได้ที่กรมคุ้มครองสิทธิ ส่วนต่างจังหวัดสามารถยื่นเรื่องได้ที่ยุติธรรมจังหวัดประจำจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

“ถาวร”หนุน "กทม."ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคนเผาบ้านเมือง 

 นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลงานกทม. เดินทางมาประชุมและมอบนโยบายเกี่ยวกับกรณีผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม. ที่ผ่านมา โดยนายถาวร กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตนได้สั่งการให้ กทม. สรุปความเสียหายจากเหตุการณ์การชุมนุม มาตรการเยียวยาฟื้นฟู รวมถึงสรุปความเสียหายที่เป็นตัวเงินว่ามีจำนวนเท่าใด ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการของบกลาง ที่เป็นงบฉุกเฉินจากรัฐบาลให้ พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ กทม.หามาตรการรองรับเหตุการณ์ในอนาคตที่คาดว่าจะมีการก่อเหตุทางใต้ดิน โดยให้ทำการฝึกอบรมอาสาสมัครตามชุมชนต่างๆ ทั่ว กทม. เพื่อทำหน้าที่สอดส่องดูแลสิ่งผิดปรกติภายในชุมชนตนเอง ซึ่งจะต้องทำอย่างเข้มแข็งให้เหมือนกับชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน(ชรบ.) ที่ 3 จว.ภาคใต้

 นายถาวร กล่าวต่อว่า เหตุความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดจากที่มีผู้ก่อการ และผู้ว่าจ้าง ให้เกิดการกระทำเผาบ้านเผาเมืองตนเองจนเกิดความเสียหายแก่ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้รัฐจะต้องนำงบประมาณมาเยียวยาช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งงบประมาณดังกล่าวมาจากภาษีของประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายจึงควรจะต้องรับผิดชอบตามหลักกฎหมาย ใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อ ผู้ใช้ ผู้สั่งการ ผู้จ้างวาน และผู้สนับสนุนจะต้องมาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย กทม.สามารถฟ้องร้องเองโดยตรง หรือรับช่วงสิทธิ์จากประชาชนเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดมาชดเชยงบประมาณที่รัฐต้องเสียไปได้

 “ ฟ้องใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็นแกนนำที่ถูกจับดำเนินคดีทางอาญา หรือ ผู้อยู่เบื้องหลังคอยบงการ หรือคนที่สนับสนุนให้ก่อความผิดก็ได้ ซึ่งเชื่อแน่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางเพลิงทำลายทรัพย์ก็ล้วนเป็นคนมีเงินมีทองด้วยกันทั้งนั้น วิธีการก็ทำได้ด้วยการรวบรวมหลักฐานจากสื่อต่างๆ และข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะรอให้ศาลตัดสินบุคคลเหล่านี้ในคดีอาญาก่อน หรือ อาจจะทำการฟ้องทางแพ่งทันทีที่มีหลักฐานครบก็ได้ ” นายถาวรกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การฟ้องร้องครั้งนี้เป้าหมายหลัก คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า ใครก็ได้ที่เป็นผู้กระทำ ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาหลักฐานมาฟ้องร้อง ขอให้ทำจริงรับรองทำได้แน่นอน