ข่าว

181อปท.อุดรร้องมท.ทบทวนคำสั่งย้ายผู้ว่าฯ

181อปท.อุดรร้องมท.ทบทวนคำสั่งย้ายผู้ว่าฯ

27 พ.ค. 2553

181องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอุดรธานี ผนึกร่วมภาคสังคมทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทบทวนคำสั่งย้ายผู้ว่าฯอุดรธานี "ผู้ว่าฯ - ผู้การ"ลาข้าราชการอุดรธานีเข้ากรุตามคำสั่งเด้งสังเวยเผาศาลากลาง ผู้การอุบลฯยอมรับคำสั่งย้ายเซ่นม็อบเสื้อแดงเผาศาลากลาง

(27พ.ค.) นายอิทธิพล ตรีวัฒน์สุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 181 แห่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี  จะทำบันทึกถึงกระทรวงมหาดไทย ให้ทบทวนคำสั่งย้ายนายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ไปช่วยราชการกระทรวงมหาดไทย  หลังจากถูกตำหนิที่ไม่สามารถระงับเหตุวุ่นวายภายได้   โดยเห็นว่านายอำนาจ  ได้วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ได้ปล่อยปะละเลยจนเกิดเหตุ

 “เป็นการแสดงเจตนาของชาวอุดรธานี ไม่ใช่เพื่อเป็นการกดดันโดยจะไม่ไปล่ารายชื่อประชาชน  หรือส่วนราชการ แต่จะเป็นการขอเสียงสนับสนุนจาก ผู้บริหาร ผู้ประกอบการห้างร้าน ภาคธุรกิจเอกชน มูลนิธิ สมาคม ชมรมต่างๆ  ใน จ.อุดรธานี ขณะนี้ได้รับการตอนรับจากทุกฝ่าย“ นายอิทธิพล  กล่าวและว่า

 นายอำนาจ  มีผลงานชัดเจนเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และตลอดเวลา 20 เดือน ที่มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด  ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ทำงานด้วยความมุ่งมั่น

  นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการให้นายอำนาจ ทำหน้าที่ต่อไป "การที่เปลี่ยนท่านออกไป ก็เหมือนกับการเปลี่ยนม้ากลางศึก เรื่องความบกพร่องจนเสียหายก็ว่ากันไป แต่ผมมองอนาคตว่าท่านอยู่น่าจะดีกว่า ท่านเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง รู้จุดอ่อน จุดแข็งอยู่แล้ว"  นายธีระ กล่าว

 ดร.พล คำปังส์ อดีตอธิการ ม.ราชภัฎอุดรธานี  เปิดเผยว่า จะไปร่วมลงชื่อสนับสนุนให้นายอำนาจ กลับมาทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัด    "ท่านเป็นชาวอุดรธานี เป็นคนตั้งใจในการทำงานสูง มีความเพียรพยายามอย่างมาก น่าจะให้ท่านกลับมาเป็นผู้ว่าอุดรฯต่อ " ดร.คำพล กล่าว


"ผู้ว่าฯ - ผู้การ"ลาข้าราชการอุดรธานีเข้ากรุตามคำสั่งเด้งสังเวยเผาศาลากลาง

  เมื่อเวลา 08.30 น.นายอำนาจ ยังคงปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้าย ด้วยการเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิด “เทสโก้ โลตัส ซูเปอร์มาร์เก็ต” ศูนย์การค้ายูดีทาวน์ จ.อุดรธานี ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อนเดินทางมาร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หัวหน้าสถานีตำรวจ ประจำเดือนพฤษภาคม ในเวลา 09.45 น.ที่ศูนย์เอนกประสงค์ ศาลากลาง จ.อุดรธานี เพื่ออำลาตามคำสั่งไปช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทย  ขณะเดียวกันก็มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ไปช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นกัน
 
 นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ รองผู้ว่าฯ รักษาราชการผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นตัวแทนข้าราชการกล่าวในที่ประชุมว่า ตั้งใจมาเป็นรองผู้ว่าฯที่มีนายอำนาจฯเป็นผู้ว่า แต่ก็ได้มาอยู่ในช่วงเวลาไม่นานนัก เมื่อมาเห็นคำสั่งผู้ว่าฯโยกย้ายถึง “เข่าอ่อน” เราไม่สบายใจนักเมื่อขาดแม่ทัพ ที่ผ่านมาท่านผู้ว่าเหนื่อยมาก พาพวกเราประชุมแก้ไขปัญหาตลอดมา ท่านเน้นการเจรจาไม่เกิดความรุนแรง ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ท่านผู้ว่าฯทำดีที่สุดแล้ว เราจะทำงานหนักกันมากขึ้น รักษาบ้านเมืองแทนไปก่อน รอวันท่านรับคำสั่งเดินทางกลับมา 
 
 นายอำนาจ กล่าวว่า มีความผูกพันกับศาลากลางที่ถูกไฟไหม้ มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น เพราะเคยมารับจ้างเทกระโถน และถูพื้นไม้สัก ในช่วงเสาร์อาทิตย์ ที่สำนักงานสรรพากรจังหวัด ปัจจุบันน่าจะเป็น สนง.ท้องถิ่นจังหวัด ตอนมารับตำแหน่งผู้ว่าเมื่อ 20 เดือนก่อน ก็เดินทางไปดูบริเวณนั้น วันนี้ถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว ตนไม่โทษหรือตำหนิใคร เพราะมันเป็นสถานการณ์ร้ายแรง ที่เราเชื่อว่าประชาชนจะไม่ทำเช่นนั้น วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเราคิดผิด  

  “วันนั้นไม่ใช่ม็อบที่แท้จริง แต่มันมีแผน มีคำสั่งปฏิบัติการณ์ แล้วถูกกดปุ่มให้เริ่ม เพื่อให้มองว่า รัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แล้วเอาเรื่องนี้ไปต่อรอง สถานการณ์บ้านเมืองเพียงเริ่มต้น ยังไม่สิ้นสุด เพราะทางเดียวคือประชาชนต้องตระหนัก ถึงความสมัครสมานสามัคคี ถ้ายิงชิงชังกันอยู่ เติมเชื้อกันอยู่ตลอดเวลา ก็รอเวลาที่จะกลับมาอีก ตอนนี้เริ่มกันแล้วที่หมู่บ้าน ตำบล ขอฝากให้ทุกคนดูแลบ้านเมือง ทำอย่างไรประชาชนจะมาร่วมกับเรา“

  พล.ต.ต.เดชา กล่าวต่อที่ประชุมว่า จะต้องเดินทางไปรายงานตัวช่วยราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับท่านผู้ว่าฯวันนี้เช่นกัน เหตุวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัด และเทศบาลนครอุดรธานี ในการปฏิบัติหน้าที่ใครไม่อยู่ในเหตุการณ์ ก็คงจะคาดเดาไปต่างๆนานา วันนั้นทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน เราได้ร่วมกันอย่างเต็มที่ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆประการ  เริ่มแรกเราไม่อาจใช้อาวุธ เราเห็นฟ้องต้องกันว่า อส. และตำรวจ เราจะไม่มีอาวุธยกเว้นโล่ เราจะไม่ทำร้ายหรือเข่นฆ่าประชาชน
 
 พล.ต.ต.เดชา กล่าวต่อว่า เราถือว่าประชาชนที่มาชุมนุมมาจากหลายส่วน ทั้งจัดตั้ง อุดมการณ์ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อมีการบุกเข้ามาในศาลากลาง หากเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กำลังอาวุธผลักดันให้ผู้ชุมนุมออกไปจากศาลากลาง ก็จะเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ สิ่งที่ทำคือการทำได้เพียงเจรจา และโล่ผลักดัน ทุกส่วนก็ทำกันอย่างเต็มที่ ตำรวจก็จะเดินหน้าทำหน้าที่ตำรวจต่อไป ในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานผู้กระทำผิด ตนเองได้วางระบบไว้แล้ว รวมไปถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย 20 อำเภอ ตนเองไปก็ไปแต่ตัวตำแหน่งยังอยู่ เหมือนผู้ว่าราชการจังหวัด

ผู้การอุบลฯยอมรับคำสั่งย้ายเซ่นม็อบเสื้อแดงเผาศาลากลาง

 พล.ต.ต.สมพงษ์  ทองวีระประเสริฐ  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการถูกสั่งย้ายให้ไปช่วยราชว่าการเป็นข้าราชการก็ไม่เป็นปัญหาในเมื่อมีการสั่งการโดยชอบด้วยกฎหมายไปตรงไหนเราก็ต้องปฏิบัติ แต่ขอยืนยันว่า ในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ปฏิบัติอย่างเต็มที่แล้ว พยายามไม่ให้มีการสูญเสียชีวิต การที่ตำรวจต้องปะทะกับมวลชนจำนวนมากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตำรวจส่วนหนึ่งก็เป็นคนพื้นเพในพื้นที่ มวลชนหรือชาวบ้านก็เป็นคนในพื้นที่  มีความรู้จัก  บางคนเป็นเพื่อน  พี่เป็นน้อง  เป็นญาติ

 ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ใช่ว่าตำรวจเกียร์ว่าง แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายแรง และที่ผ่านมา ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในกรอบสามารถเจรจากันได้  แต่ครั้งนี้มีคนนอกพื้นที่ด้วย ในการปะทะกันวันนั้น ตำรวจก็มีเพียงโล่ห์ กระบอง ถูกยิงด้วยหนังสติ๊กก็ต้องหลบต้องถอยบ้าง ในภาวะพอเกิดเหตุชุลมุนคนมาก ก็ต้องยอมรับว่า ในเรื่องที่จะบังคับบัญชาหรือสั่งการ  ลักษณะไม่เป็นแถวเป็นกรอบแล้ว เพราะว่ามันแตกตื่นผสมทั้งฝ่ายตำรวจ  ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ชุมนุมทะลักเข้ามาได้ เราก็ยอมรับในความบกพร่องตรงนี้

รักษาการผู้การขอนแก่นเก็บของเข้ากรุงหลังถูกเด้ง

 เมื่อเวลา 15.00 น.พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า  หลังมีคำสั่งจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) มีคำสั่ง ตร.ที่ 272/2553 ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน โดยให้ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รรท.ผู้บังคับการจังหวัดขอนแก่น(ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น) ไปปฏิบัติราชการที่ สำนักงานผบ.ตร.  พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง

 "วันนี้ผมจะเตรียมเก็บของเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ส่วนจะไปนานแค่ไหนนั้นก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ทั้งหมดเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ผมมีหน้าที่เพียงปฏิบัติตามเท่านั้น " พล.ต.ต.ศักดา   กล่าว

 พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภาค 4 กล่าวว่า การที่จะสรรหาผู้มารักษาราชการแทนตำแหน่ง ผบก.ขอนแก่น  เบื้องต้นคงจะให้รองผบก.ระดับอาวุโส  คือ พ.ต.อ.ธวัชชัย นิลานุช ซึ่งอาวุโสที่สุดมารักษาการก่อน ส่วนตำแหน่งรองผบช.ภาค 4 ที่ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร เคยดำรงตำแหน่งอยู่นั้น มีรองผบช.คนอื่นดูแลช่วยอยู่แล้วจึงไม่น่าเป็นห่วงอะไร

 "ส่วนคดีการเผาทำลายทรัพย์สินราชการนั้นแม้จะมีการย้ายนายตำรวจระดับสูง คือ ระดับพล.ต.ต. ไปแล้วถึง 2 นาย  ก็ไม่ทำลายขวัญกำลังใจของตำรวจแต่อย่างใด เพราะได้มีการประชุมและพูดคุยกันตลอด และตำรวจทุกคนพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ "พล.ต.ท.สันติ กล่าว

“มท.1”ห่วงแดงผุดเคลื่อนไหวเตือนจนท.คุมเข้มคลังแสง   

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวกรณีที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งให้จับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เป็นหน้าที่ของบช.น.ที่จะดำเนินการตรวจสอบอยู่ โดยขณะนี้ในส่วนของกทม.ยังไม่มีการรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง พร้อมยอมรับยังมีความเป็นห่วงเรื่องการเคลื่อนไหวใต้ดินของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ก็ต้องตื่นตัวในการดูแลรักษาความปลอดภัยคลังแสง อย่างเข้มงวดหรือALERTในทุกพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ เพราะเหตุการณ์ยังไม่ค่อยปกติในขณะนี้

 อย่างไรก็ตามจากการติดตามสถานการณ์ก็ยังมีความเป็นห่วงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ และอุดรธานี เนื่องจากยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่อยู่มากพอสมควร จากที่ได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย พบว่าวิทยุชุมชนที่มีลักษณะการปลุกระดมนั้น ขณะนี้ไม่มีแล้ว