ข่าว

กทม.เปลี่ยนความเสียหายเซ็นเตอร์วันเป็นระดับ2

กทม.เปลี่ยนความเสียหายเซ็นเตอร์วันเป็นระดับ2

27 พ.ค. 2553

"กทม."เปลี่ยนระดับความเสียหายห้างเซ็นเตอร์วันเป็นระดับ 2 หลังพบโครงสร้างไม่มีปัญหา ซ่อมได้ไม่ต้องรื้อ ด้านผู้บริหารห้างคาดใช้เวลาซ่อมประมาณครึ่งปีเปิดบริการได้

 (27พ.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักการโยธา นำโดยนายจุมพล สำเภาพล ผอ.สำนักการโยธา พร้อมด้วยนายธเนศ วีระศิริ รองเลขาธิการสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้าตรวจสอบความเสียหายของอาคารเซ็นเตอร์วัน และอาคารดอกหญ้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากที่ถูกเพลิงไหม้ในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง โดยภายหลังการตรวจสอบ นายธเนศ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างอาคาร พบว่าอยู่ในระดับ 2 คือ เสียหายปานกลาง จากเดิมที่เคยประเมินเป็นระดับ 1

เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการตรวจสอบภายนอกเบื้องต้นเท่านั้น และป้องกันไม่ให้คนเข้าพื้นที่ ทั้งนี้จากการพิจารณาในส่วนของโครงสร้างอาคาร ได้แก่ เสา คาน และพื้น ยังอยู่ในสภาพที่ทรงตัวได้ไม่มีปัญหา แต่ส่วนผนังนั้นพบว่ามีสภาพแอ่นและล้มตัวลงมาในบางส่วน ซึ่งตนแนะนำให้ทางผู้ประกอบการเร่งเคลียร์พื้นที่ เช่น ท่อแอร์ แท่งเหล็กที่ห้อยย้อยออกจากผนัง ขยะที่ตกอยู่บนพื้น ผนังที่แอ่นตัว ก่อนที่จะให้ผู้ค้าเข้าไปขนสินค้าที่ไม่ได้รับความเสียหายออกจากตัวอาคารและให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบโครงสร้างเชิงลึกอีกครั้ง สำหรับการซ่อมแซมอาคารสามารถใช้โครงสร้างอาคารเดิมได้

 นายธเนศ กล่าวว่า สำหรับผู้ค้าที่ต้องการเข้าไปขนสินค้าออกจากพื้นที่ตนขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะพื้นยังไม่ได้สรุปแน่ชัดว่ามีความแข็งแรง หรือมีรอยร้าวตรงจุดไหนบ้าง เพราะสภาพอาคารมีความมืด และบางแห่งมีขยะตกอยู่จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และตนขอแนะนำว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พาเข้าไปเก็บขน , ห้ามผู้ค้าเข้าไปขนสินค้าทีละมากๆ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ส่วนรถเข็นหรืออุปกรณ์ขนย้าย หากเป็นขนาดเล็กก็สามารถนำเข้าไปได้ แต่ต้องระวังเรื่องของการสร้างแรงสั่นสะเทือน นอกจากนั้นก่อนเข้าไปในพื้นที่เจ้าของอาคารต้องทำให้ภายในอาคารมีแสงสว่างด้วย ส่วนอาคารเซ็นเตอร์วันที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนและมีแรงสะเทือนจากการเคลื่อนตัวของยานพาหนะนั้น เบื้องต้นสภาพอาคารยังมีความแข็งแรงและไม่ยุบตัวลงมาอย่างแน่นอน

 สำหรับอาคารร้านหนังสือดอกหญ้านั้น นายธเนศ กล่าวว่าสภาพอาคารมีความเสียหายรุนแรง คือ ระดับ 1 จำเป็นต้องรื้อถอนอาคารทั้งหมด เพราะโครงสร้างหลัก คาน เสา พื้น มีความแอ่นตัวสูงและมีสภาพเป็นแอ่งกะทะหลายจุด ซึ่งหากช่วงนี้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักพื้นอาคาร อาจจะมีการทรุดตัวได้ ทั้งนี้ตนได้ให้คำแนะนำกับเจ้าพนักงานว่า จำเป็นต้องกั้นพื้นที่อาคารดังกล่าวอย่าให้ประชาชนผ่านเข้า-ออก รวมถึงซอยข้างอาคารดังกล่าวด้วยอย่าให้ประชาชนเดินผ่านในระยะใกล้ เพราะเศษวัสดุของอาคารอาจจะตกลงมาสร้างความเดือดร้อนหรือ อันตรายให้กับประชาชนได้ ส่วนการป้องกันเหตุในอาคารตนได้แจ้งให้เจ้าของอาคารปิดระบบน้ำในตัวอาคารทั้งหมด เพื่อลดน้ำหนักที่กดทับพื้นอาคาร

 ด้านนายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา(สนย.) เปิดเผยว่า หลังจากสนย. ได้ออกคำสั่งเป็นเขตห้ามเข้าแล้ว และเข้าตรวจสอบอาคารเบื้องต้น พบว่าความเสียหายของอาคารนั้น มีทั้งส่วนที่เสียหายมากและเสียหายเล็กน้อย แต่จะประเมินอาคารโดยรวม หลังจากนี้จะประกาศห้ามใช้พื้นที่หรือห้ามใช้เป็นส่วน ๆ ทั้งนี้เจ้าของอาคารจะต้องดำเนินการหาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบในเชิงลึกอีกครั้ง โดยเฉพาะการรับน้ำหนักของโครงการสร้างอาคารนั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วให้เจ้าของอาคารเสนอแผนรื้อถอนหรือซ่อมแซมมาที่ สนย.เพื่ออนุญาตดำเนินการ ทั้งนี้การจะเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการใด ๆ นั้นเจ้าของอาคารจะต้องแจ้ง กทม.ทุกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบ ส่วนแผนการซ่อมแซมนั้นหากเจ้าของอาคารจะทำการซ่อมแซมก็ให้เสนอกลับมาที่ กทม.เพื่อขออนุมัติต่อไป

 นายธานี รุจินาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ห้างเซ็นเตอร์วัน กล่าวว่า หลังจากนี้ทางห้างฯ จะเร่งเคลียร์พื้นที่ และจัดทำแผนการซ่อมแซมอาคาร ซึ่งหลังจากทางผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และ กทม. ประเมินว่าโครงสร้างอาคารยังมีความแข็งแรงจึงคาดว่าน่าจะสามารถใช้โครงสร้างเดิมได้ ส่วนการปรับปรุงซ่อมแซมอาจจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หรือประมาณสิ้นปีนี้ห้างฯ อาจจะเปิดบริการได้ อย่างไรก็ตาม คงจะต้องตรวจสอบรายละเอียดอย่างชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งหากจะต้องเปลี่ยนโฉมใหม่ก็อาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ส่วนการเยียวยาผู้ค้าในเบื้องต้นทางห้างฯ จะคืนเงินค่าเช่าล่วงหน้าให้กับผู้เช่า 3 เดือน และคืนเงินค่าประกันให้ด้วย ขณะที่การทำประกันของทางห้างฯ นั้นได้ทำประกันเสี่ยงภัยไว้ แต่ต้องตรวจสอบในรายละเอียดว่าจะครอบคลุมถึงเหตุจลาจลด้วยหรือไม่