ข่าว

ปทีปรับลูกมหาดไทยเด้ง4ผบก.จว.ตามพ่อเมือง

ปทีปรับลูกมหาดไทยเด้ง4ผบก.จว.ตามพ่อเมือง

27 พ.ค. 2553

“ปทีป” ว่องไว รับลูก มท. เด้ง 4 ผบก.จว.ตามพ่อเมือง เหตุศาลากลางโดนเผา รองผบช.ภ.4 รรท.ผบก.ขอนแก่น โดนด้วยหลัง "ผบก.ขอนแก่น"เด้งไปแล้วก่อนหน้านี้ "ไถง"สั่งกองปราบฯไล่ล่าแกนนำคนเสื้อแดง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม รายงานแจ้งว่าหลังจากกระทวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ 1.นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี 2.นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผู้ว่าฯขอนแก่น 3.นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าฯอุบลราชธานี 4.นายบุญส่ง เตชะมณีสถิต ผู้ว่าฯมุกดาหาร ซึ่งเกิดเหตุเผาศาลากลางจังหวัดในช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กลุ่มคนเสื้อแดง มาช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) มีคำสั่ง ตร.ที่ 272/2553 ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน โดยให้ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รรท.ผู้บังคับการจังหวัดขอนแก่น(ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น) พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ปราโมทย์ เอี่ยมทัศน์ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ไปปฏิบัติราชการที่ สำนักงานผบ.ตร. อย่างไรก็ตาสำหรับการรักษาราชการแทนให้เป็นไปตามมาตรา 72 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ซึ่งกำหนดว่าหากไม่ตั้ง รรท.ให้การ รรท.เป็นไปตามลำดับอาวุโส ทั้งนี้เป็นไปตามลำดับอาวุโส

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกรณีของบก.ภ.จว.ขอนแก่นนั้น ในช่วงที่การชุมนุมของนปช. ซึ่งเกิดเหตุความไม่สงบใน จ.ขอนแก่นหลายครั้งโดยเฉพาะเหตุการณ์ยึดขบวนรถไฟขนทหารและการปิดล้อมสนามบินไม่ให้ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงษ์ แกนนำเสื้อหลากสี ไม่ให้เข้าไปพบมวลชนในพื้นที่ ทำให้ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ปทีป มีคำสั่งตร.ที่ 233/2553 ให้ พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น มาช่วยราชการที่ สำนักงาน ผบ.ตร.โดยให้ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รักษาราชการแทน และครั้งนี้ พล.ต.ต.ศักดาก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้ พล.ต.อ.ปทีป จึงมีคำสั่งให้มาช่วยราชการอีกพร้อมกับ ผบก.ภ.จว.ที่เกิดเหตุไฟไหม้ศาลากลางอีก 3 คน

"ไถง"สั่งกองปราบฯไล่ล่าแกนนำคนเสื้อแดง

 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 13.30 น.พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป.กล่าวภายหลัง พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.เรียกประชุมคณะทำงานในส่วนของ บก.ป.เพื่อเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ทาง ผบช.ก.ได้เรียกประชุม ผกก.1-6 ผกก.ปพ.บก.ป.และชุดสืบสวนทั้งหมด เพื่อติดตามผลการติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมกับให้นโยบายในการทำงาน การสืบสวนและการเข้าตรวจค้นสถานที่ต่าง ๆ ที่คาดว่าเป็นที่พักและใช้หลบซ่อนตัวของกลุ่มผู้ต้องหา

 พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไถง ได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวจากบุคคลแวดล้อมกลุ่มผู้ต้องหา ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งต่าง ๆ เนื่องจากขณะนี้มีการปล่อยข่าวลวงมากมาย เช่น ผู้ต้องหารายนั้นรายนี้เสียชีวิตแล้วบ้าง หลบซ่อนอยู่กับบุคคลสำคัญคนนั้นคนนี้ หรือว่าหลบซ่อนอยู่ที่จังหวัดต่าง ๆ แต่การตรวจสอบเบื้องต้นก็ไม่พบตัวหรือความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาแต่อย่างใด รวมทั้งผู้ต้องหาบางรายที่ทำหนังสือแสดงความประสงค์ว่าจะเข้ามอบตัวที่ บก.ป.แต่มีเงื่อนไขว่ารัฐบาลจะต้องยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเสียก่อน เป็นต้น

 พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการของ บก.ป.นั้น เป็นไปตามภาระหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ศอฉ.อยู่แล้ว เมื่อผู้ต้องหามีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราก็มีหน้าที่ติดตามจับกุมโดยไม่รอว่ามีความประสงค์จะมาเข้ามอบตัวหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำที่เหลืออีก 9 ราย บางรายก็ยังหลบหนีโดยไม่มีการติดต่อประสานมายังพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีแกนนำ นปช.กลุ่มฮาร์ดคอร์ ว่า ขณะนี้ทางชุดสืบสวนมีข้อมูลความเคลื่อนไหวมากแค่ไหน รักษาการ ผบก.ป.กล่าวว่า เราก็ยังติดตามอยู่ มีการเข้าตรวจค้นบ้านพักของกลุ่มผู้ต้องหาเหล่านี้แล้วแต่ก็ไม่พบตัวหรือสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ มีเพียงบางรายที่ได้ตรวจยึดเอกสาร หลักฐานต่างๆ ซึ่งได้นำส่งพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เมื่อถามถึงกรณีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า ถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบตัว มีเพียงกระแสข่าวที่ปล่อยออกมาว่าเสียชีวิตแล้วบ้าง หลบหนีอยู่ที่นั้นที่นี่ซึ่งก็เป็นเพียงข่าวลวง

 ต่อข้อถามถึงกรณีแกนนำ นปช.บางราย อาจหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วนั้น พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวว่า ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่มีความแน่ชัดแต่ทางคณะทำงานฝ่ายต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหน้าที่จาก ศอฉ.ต่างติดตามดำเนินการอยู่ การเดินทางออกนอกประเทศเป็นเรื่องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดูแลอยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าบางรายหลบหนีไปอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ยังต้องรอการตรวจสอบความชัดเจนว่าเท็จจริงประการใด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะนี้ได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว 12 ราย จับกุมได้ 15 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย คือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30 ราย ทางชุดสืบสวน บก.ป.และชุดสืบสวนของ บช.น.อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป