ข่าว

ไตรรงค์ถกสภาอุตฯเร่งแก้ปัญหาธุรกิจเอสเอ็มอี

ไตรรงค์ถกสภาอุตฯเร่งแก้ปัญหาธุรกิจเอสเอ็มอี

27 พ.ค. 2553

“ไตรรงค์”หารือปธ.สภาอุตสาหกรรมเร่งแก้ปัญหาธุรกิจเอสเอ็มอี เน้นสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เตรียมยกร่างพ.ร.บ.ยางพารา

 เมื่อเวลา 12.15 น.วันที่ 27 พ.ค.นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ แถลงภายหลังการหารือร่วมกับนายพยุง?ศักดิ์? ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า ได้มีการหารือกันใน 4 เรื่องคือ 1. ประธานสภาอุตสาหกรรมยืนยันว่าสภาพการลงทุนในภาคอุตสหากรรมหลังเกิดเหตุความไม่สงบของประเทศช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้นักลงทุนช็อคในระยะสั้นแต่ไม่มีสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนใจไปลงทุนที่อื่น และสภาอุตสาหกรรมในฐานะภาคเอกชนจะประสานกับภาคเอกชนต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่าสภาพในประเทศไทยเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ซึ่งการให้ภาคเอกชนไปพูดกับภาคเอกชนเอง จะได้รับความน่าเชื่อถือ

 นายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ปัญหาอุตสาหกรรมขนาดย่อมทางสภาอุตสาหกรรมได้เตรียมแผนการแก้ปัญหาธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งขณะนี้มี 2.8 ล้านยูนิต มีแรงงานที่ทำงาน 10 ล้านคน อีกทั้งการที่ให้มีการเปิดเสรีอาเซียนจะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีขยายตลาดได้มาก รัฐบาลจึงจะใช้นโยบายที่สนับสนุนให้เอ็สเอ็มอีได้ประโยชน์มากสุด โดยตนเองในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะร่วมกับสภาอุตสาหกรรมใน 4 เรื่อง คือ 1. การรวมกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อให้มีตัวแทนที่ชอบด้วยกฎหมายในการเข้าไปคุยกับประเทศอาเซียน 9 ประเทศเพื่อร่วมลงทุน 2. เพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอี โดยอาจมีการเชิญเอสเอ็มอีมาสัมมนาทั้งประเทศซึ่งจะใช้งบ 20-30 ล้านบาท 3. การตลาดกระทรวงพาณิชย์?และผู้แทนการค้าจะร่วมกันแสวงหาตลาดโดยต้องพากลุ่มนักธุรกิจไปดูตลาด 9 ประเทศด้วยตัวเองว่า แต่ละตลาดนิยมบริโภคสินค้าแบบใด 4. มาตรฐานสินค้า ?ทั้งหมดนี้จะต้องทำอย่างรวดเร็ว

 นายไตรรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าประเทศมีความปรองดองโดยนายกฯ?ได้มีแผนโรดแม็ป และล่าสุดตนได้หารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ว่าจะต้องร่วมกันเดินหน้าแก้ปัญหาความยากจน เพราะต้องยอมรับว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้มีการสะท้อนถึงปัญหาความยากจน ซึ่งหากเราเดินหน้าตามแผนโรดแม็ปและมีแนวทางแก้ปัญหาลดอุณหภูมิความไม่พอใจเพื่อสะท้อนให้ต่างประเทศเห็นว่าเรามีความพร้อม คาดว่าภายในครึ่งปีนักลงทุนจะกลับมาลงทุน

 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตนคาดว่าการปัญหาความขัดแย้งส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเสียหาย 1-1.5 แสนล้านบาท เป็นการมองในแง่ลบเอาไว้ก่อน แต่เชื่อว่าถ้าเราช่วยกันแก้ปัญหาจะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ไม่ติดลบความเสียหายก็จะไม่ถึงกับที่ประมาณการไว้รตอนแรก

 นายไตรงรงค์ กล่าวด้วยว่า แนวทางการแก้ปัญหาต้องใช้การใช้จ่ายของภาครัฐช่วยด้วย ซึ่งจากตัวเลขการใช้จ่ายของภาครัฐ ตั้งแต่ต้นปีถึงเมื่อวันที่ 23 พ.ค.พบว่ามีการใช้จ่ายเร็วขึ้นจากปีที่แล้วเป็น 64 % จากปีที่แล้ว? 60 % ?แต่ก็ยังต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้นอีก ?

 นายไตรรงค์ ยังกล่าวอีกว่า คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ได้เสนอให้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ยางพารา? ซึ่งเป็นการกำหนดให้สามารถใช้ยางพารามาเแปรรูปได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เพราะเดิมไม้ยางพาราถูกควบคุมไม่ให้มีการนำมาแปรรูปเหมือนกับไม้สัก ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484