
ไทยติดอันดับต้นๆแดนอันตรายของคน
วอลล์สตรีทเจอร์นัลมีรายงานพาดหัวเลยว่า สำหรับนักข่าวแล้วกรุงเทพฯ บัดนี้ได้ติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
สถิติของนักข่าวช่างภาพที่เสียชีวิตในการทำข่าวทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี สูงสุดที่ปากีสถาน ตาย 3 ไนจีเรียตาย 2 โซมาเลีย แคเมอรูน แองโกลา เม็กซิโก อัฟกานิสถาน อิรัก เยเมน ตายประเทศละ 1 คน
สถิติล่าสุดของกรุงเทพฯ ที่ช่างภาพนักข่าวเสียชีวิตระหว่างทำข่าวความวุ่นวายการปะทะกัน 2 เดือนที่ผ่านมา ตาย 2 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 7 คน ที่ตายไปก็คือช่างภาพญี่ปุ่นที่ทำงานให้รอยเตอร์ส ชื่อ ฮิโรยูกิ มูราโมโต และคนที่สองคือช่างภาพอิสระชาวอิตาลีชื่อ ฟาบิโอ โฟเลนกี ทั้งสองคนถูกกระสุนยิง
ที่บาดเจ็บมีช่างภาพของฟรองซ์ 24 ชื่อ นิวสัน แลนด์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการยากยิ่งที่ช่างภาพนักข่าวจะเอาตัวรอด หรือพยายามให้ปลอดภัยได้ เพราะว่าระหว่างที่ทำข่าวกลางถนนกรุงเทพฯ นั้น มีเสียงกระสุน เสียงปืนมาจากทุกทิศทุกทาง ไม่เลือกว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือว่าฝ่ายผู้ชุมนุม หรือฝ่ายมือที่สาม มือที่สี่
บัดนี้เมื่อสถิติออกมาอย่างนี้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยสำหรับสื่อมวลชนนั้นก็ย่ำแย่ลงไปอีก ที่แย่อยู่แล้วก็คือภาพลักษณ์ของไทยต่อนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
ฉะนั้น จึงเป็นภารกิจอันใหญ่หลวงของรัฐบาลที่จะต้องฟื้นฟูภาพลักษณ์นี้ จะต้องเชิญนักข่าวต่างประเทศจากทุกสาขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มาดูว่าประเทศไทยกลับฟื้นคืนสู่สภาพเดิมจริงๆ ให้ไปดูสถานที่ท่องเที่ยว ให้มาเดินดูที่ราชประสงค์เพื่อให้เห็นว่า บัดนี้ความวุ่นวายสับสนได้ผ่านไปแล้ว รัฐบาลทำอะไรบ้างเพื่อที่จะให้ความปกติสุขนี้ต่อเนื่องและยั่งยืนได้
เพราะว่าภาพลักษณ์ของคนข่าวที่เสียชีวิตบาดเจ็บในเมืองไทยไปทั่วโลก และยากที่จะเยียวยาได้ถ้าหากคนข่าวทั่วโลกไม่มาสัมผัสอีกครั้งหนึ่งด้วยตัวเองว่า ประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติได้จริง
สุทธิชัย หยุ่น



