
การ์ดนปช.ลั่น...เรื่องยังไม่จบหมดพ.ร.ก.กลับมาอีก !
บ่าย 19 พฤษภา 53 แกนนำหลักคนเสื้อแดงราชประสงค์เข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ล่วงพ้นวันนั้นเป็นต้นมา มีหลายคนทยอยเข้ามอบตัวเป็นระยะๆ การ์ดเสื้อแดงจำนวนหนึ่งถูกจับกุม นำตัวไปควบคุมไว้ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายแห่ง
แกนนำหลายคนยังให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งข้อกล่าวหา ปัจจุบันยังถูกควบคุมอยู่ในค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ส่วนการ์ดเสื้อแดงและผู้ต้องคดีใช้อาวุธสงครามอาร์พีจีถล่มกระทรวงกลาโหมเกือบ 20 คน อยู่ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จ.ปทุมธานี ส่วนนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการ "ปฏิบัติการจิตวิทยาซักถาม" ค้นหาความจริง !?!
ความจริงที่ว่านี้คือ ใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง กลุ่มก่อการร้ายมีแผนปฏิบัติการอย่างไร ประกอบด้วยใครบ้าง นำอาวุธสงครามมาจากไหน สภาพในที่ชุมนุมเป็นอย่างไร แล้วมีความคิดเห็นอย่างไรกับการชุมนุม ฯลฯ
กระบวนการนี้เพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่วัน หลังจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.แต่งตั้งคณะเจ้าหน้าที่ซักถามและรวบรวมข้อมูลเกือบ 40 นาย โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นหัวหน้า พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นรองหัวหน้า
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันไปทำภารกิจตามสถานที่ควบคุมตัวผู้กระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อซักถามรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่ในรูปแบบของการทำสำนวนการสอบสวนในคดีอาญา แต่จะมุ่งเน้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทางการ นำไปเป็นฐานข้อมูลสำหรับตำรวจ ทหาร และศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นำไปวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ป้องกันประเทศในอนาคต
หนึ่งในคณะเจ้าหน้าที่ซักถามและรวบรวมข้อมูล บอก "คม ชัด ลึก" ว่า เพิ่งเริ่มภารกิจได้ไม่นาน คณะทำงานจะแบ่งแยกกันทำ ในส่วนของกลุ่มแกนนำที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายนเรศวรจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปซักถาม ต้องทำให้แกนนำมีความเชื่อมั่นใจตัวคณะทำงาน จะไม่มุ่งเน้นการสอบปากคำ แต่จะเป็นการชวนพูดคุยซักถาม บรรยากาศจะเน้นความเป็นกันเอง ไม่เร่งรีบ เพื่อให้ได้คำตอบ ชวนพูดชวนคุยไปเรื่อยๆ
ปฏิบัติการช่วงแรกๆ พบว่าบรรดาแกนนำไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไรนัก แต่กระนั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์พอสมควร แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ !?!
เช่นเดียวกับการเข้าไปซักถามผู้ต้องหาคดียิงอาร์พีจีถล่มกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่อีกชุดบอกว่า เมื่อยิงคำถามทั่วๆ ไปกลุ่มนี้จะตอบกลับมาดีทุกเรื่อง แต่เมื่อวกเข้าสู่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีจะไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ
ส่วนกลุ่มการ์ดเสื้อแดงที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่เป็น "การ์ดอาสา" ดังนั้นเมื่อถามอะไรไปก็จะตอบกลับมาทุกเรื่อง และข้อมูลตรงกัน แม้ว่าปฏิบัติการนี้จะแยกคุยเป็นรายตัวก็ตาม ?!!
การ์ดกลุ่มนี้มีทั้งคนขับรถแท็กซี่ ทำงานรับจ้าง ค้าขาย ฯลฯ จากการพูดคุยทราบว่า เข้ามาร่วมชุมนุมเพราะอุดมการณ์ มีความนิยมชมชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นกรณีพิเศษ พวกเขาเชื่อว่าอดีตนายกฯ ทักษิณทำให้เศรษฐกิจดี ทำมาค้าขึ้น ประเทศพัฒนา และไม่เห็นด้วยที่เกิดระบบสองมาตรฐานในสังคมไทย
อย่างไรก็ดี คนกลุ่มนี้ปฏิเสธที่จะพูดถึงการทุจริตเชิงนโยบายในรัฐบาลทักษิณ ที่เป็นเหตุผลหลักให้ทหารยึดอำนาจ และถูกดำเนินคดีตามมาเป็นหางว่าว
"การ์ด นปช.ที่ถูกควบคุมตัวให้ข้อมูลว่า พวกเขาไม่ได้คิดถึงประเด็นขบวนการล้มเจ้าเลย แต่มีความชื่นชอบอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นทุนเดิม การมาเป็นการ์ดไม่มีเงิน แต่มีข้าวให้กินครบทุกมื้อ หลายคนเคยฝันอยากเป็นตำรวจ ทหาร ก็เลยมาเป็นการ์ดอาสา ทำให้ได้สิทธิพิเศษเหนือผู้ชุมนุม เช่น มีสิทธิตรวจค้นผู้คน มีสิทธิจับกุมผู้ต้องสงสัย เป็นต้น" เจ้าหน้าที่คนเดิม กล่าว
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก คือ บรรดาการ์ดอาสาเหล่านี้พบเห็นอาวุธสงครามอยู่ในที่ชุมนุมจริง !!!
"พวกเขาเห็นการ์ด นปช.ที่คิดว่าน่าจะเป็นอดีตทหารพราน นำอาวุธสงครามใส่ถุงดำ หิ้วซ้อนรถจักรยานยนต์ไปมาในพื้นที่ชุมนุม แต่ในส่วนของพวกเขาจะไม่ได้รับสิทธิให้มีอาวุธสงคราม"
ทั้งนี้ การสอบสวนยังทำให้ทราบด้วยว่า การ์ดอาสาหลายคนถูกทักท้วงทั้งจากลูกและเมีย ส่วนใหญ่คนในครอบครัวไม่ค่อยเห็นด้วย ตำหนิและห้ามปราม เกรงว่าจะเกิดอันตราย แต่คนกลุ่มนี้ไม่สนใจ เพราะได้รับการปลูกฝังและถ่ายทอดข้อมูลให้รับทราบเพียงด้านเดียว จากแกนนำที่ปราศรัยบนเวที จนซึมซับว่ารัฐบาลไม่ดี เป็นรัฐบาลที่มาจากทหาร เพราะบรรยากาศภายในจุดชุมนุมผู้ชุมนุมและการ์ดไม่มีสิทธิรับรู้ข่าวสารภายนอก ไม่มีโทรทัศน์ ฟังแต่คำปราศรัยบนเวที ทำให้เกิดช่องว่างและความเข้าใจผิด
"สิ่งสำคัญที่น่าสนใจมาก คือ พวกเขาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไงเรื่องก็ไม่จบง่ายๆ เพราะถูกรังแก ต้องการความยุติธรรมกลับคืนมา เมื่อหมด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะกลับมาทวงคืนความยุติธรรมอีกในทุกรูปแบบ" หนึ่งในทีมซักถามกล่าวทิ้งท้าย



