ข่าว

ดูท่าจะเสียเวลาเปล่า

ดูท่าจะเสียเวลาเปล่า

27 พ.ค. 2553

ความจริงสำหรับ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ น่าจะจบแล้ว หลังจากก้าวลงจากเวทีเสื้อแดงอย่างลนลานเพราะเสียงระเบิดเอ็ม 79 แล้วเข้ามอบตัวต่อตำรวจ

 ติดที่เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็เลยมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตำรวจเลยคุมตัวไว้ไม่ได้

 ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า เป็น ส.ส.นี่ก็ดีเหมือนกัน เพื่อนพ้องร่วมคณะมีความผิด ต้องถูกกักขัง แต่เป็น ส.ส.ทำผิด (อย่างน้อยๆ ก็ผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ก็มีเอกสิทธิ์ มีเส้น ไม่ต้องถูกกักขัง (แต่ถ้า จตุพร รู้ว่าพวกพ้องสุขสบายที่มะเขือเทศรีสอร์ทตั้งแต่แรกก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ขอใช้เอกสิทธิ์ก็ได้)

 หลังจากนี้ไป หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้แก้เรื่องเอกสิทธิ์ของ ส.ส.

 ใช้ได้ในกรณีใด ใช้ได้มากน้อย มีขอบเขตหรือไม่...ที่สำคัญที่มีอยู่และเป็นอยู่ในทุกวันนี้ สามารถใช้ได้หรือไม่

 สาเหตุที่รัฐธรรมนูญต้องให้ความคุ้มกัน ส.ส.ระหว่างสมัยประชุม ก็เพื่อป้องรัฐบาลกลั่นแกล้ง ส.ส.โดยเฉพาะฝ่ายค้าน

 เพราะเมื่อมีการลงมติ รัฐบาลกลัวจะแพ้ ก็มักกลั่นแกล้งให้ไปเสียเวลากับการถูกดำเนินคดี ไม่มีเวลามาทำหน้าที่ในสภา

 บทบัญญัตินี้ มีไว้ก็เพื่อคุ้มกัน ส.ส. บัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 131

 แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัว ส.ส.เองว่าจะขอรับความคุ้มครองจากสภาหรือไม่...ถ้าไม่ก็แจ้งต่อประธานสภาได้

 แต่สำหรับ จตุพร คงจะใช้เต็มที่ !

 การแบกยี่ห้อ ส.ส.นำม็อบปลุกระดมขับไล่รัฐบาล สุดท้ายบทจะเลิกก็บอกแค่ว่า ให้ชาวบ้านกลับบ้าน ส่วนตัวไปอยู่ในอ้อมกอดของตำรวจ ปล่อยให้ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด หันซ้าย หันขวา หวาดผวาเสียงลูกปืน ระเบิด อย่างเดียวดาย

 แล้วมาวันนี้ ประธานวิปฝ่ายค้าน วิทยา บุรณศิริ บอกว่า พรรคเพื่อไทยอยากให้ จตุพร ได้มาร่วมเป็นหนึ่งในผู้ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

 ด้วยเหตุผลว่า อยู่ในที่ชุมนุม ได้สัมผัสเหตุการณ์โดยตรง

 จริงอยู่ จตุพร อยู่ในที่ชุมนุมมานาน นับแต่นัดวันที่ 12 มีนาคม ผ่านเหตุการณ์รุนแรง 10 เมษายน และเหตุการณ์คนเสื้อแดงกับชาวสีลมเผชิญหน้ากัน แต่เหตุการณ์ยิง-เผา รบกันในเมืองนั้น มันเกิดขึ้นภายหลัง จตุพร ก้าวลงจากเวที

 ชาวบ้านที่ชุมนุมนั่นต่างหากคือคนที่รับรู้ สัมผัสบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว อกสั่นขวัญแขวน ไม่คิดว่าโชคชะตาจะพาให้เอาตัวมาอยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างกองกำลังติดอาวุธกับทหาร...คนเหล่านั้นต่างหากที่สัมผัส-รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หรือรู้บ้าง ไม่รู้บ้างว่า มีกองกำลังติดอาวุธแฝงอยู่ในที่ชุมนุมนั่นต่างหากที่มีข้อมูล

 ถึงจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าใครยิง หรือยิงมาจากไหน แต่ก็ชัดเจนว่า "สัมผัส" เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า จตุพร และแกนนำคนเสื้อแดง ที่ล้วนแต่เป็นนักรบหน้าไมค์

 แกนนำทั้งหลายถูกนำตัวออกจากพื้นที่ในทันที และถูกนำตัวไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรงไปยังค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี อยู่ในที่ปลอดภัย และแทบจะไม่มีโอกาสรับรู้เสียด้วยซ้ำไปว่า พื้นที่แยกราชประสงค์ที่เพิ่งจะออกมาได้นั้นกลายเป็น "ทุ่งสังหาร" ไปแล้ว

 เช่นเดียวกันกับเปลวเพลิงที่ฮือโหม เพราะถูกวางเพลิง บรรดาแกนนำเสื้อแดงก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสด้วยประสาททั้งห้าเลยแม้แต่น้อย

 ไม่เว้นแม้แต่ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่แม้ไม่ได้ไปอยู่ที่ค่ายนเรศวร เพราะใช้ความเป็น ส.ส.คุ้มครองตัวเองไม่ให้ถูกจับกุมคุมขัง

 จึงเป็นที่น่ากังขาว่า แล้วเหตุใดจะให้ จตุพร ใช้ความเป็น ส.ส.มาอภิปรายในสิ่งที่เกิดขึ้น

 หรือว่าพรรคเพื่อไทยอยากให้การปราศรัยที่สี่แยกราชประสงค์เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้เวทีรัฐสภา

 ทั้งที่รู้ว่า เวทีราชประสงค์นั้น ไม่ได้เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่เป็นการต่อรองเพื่อให้คนคนเดียวหลุดพ้นจากคดีความ ได้ทรัพย์สินเงินทองกลับคืนมา

 น่าจะประเมินออกด้วยซ้ำไปว่า จุดสุดท้ายของการชุมนุมหลังแกนนำพ้นเขตพื้นที่สังหารแล้วเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร และที่เป็นเช่นนั้นเพื่ออะไร

 เพราะบนเวทีเสื้อแดงก็แย้มให้ได้ยินเป็นระยะๆ แล้วว่า จะขอให้ประเทศที่สามมาไกล่เกลี่ย

 แม้กระทั่งส่ง "เหวง" ไปร้องให้ยูเอ็นส่งกำลังเข้ามาเสียด้วยซ้ำไป

 ก็เพื่อให้การชุมนุมที่ขาดความชอบธรรมแต่แรกได้รับการรับรอง และมีที่ยืน เทียบเท่ากับรัฐบาล

 ก็ไม่รู้ว่า ถ้า จตุพร ได้อภิปรายจริงๆ จะพูดให้ข้อมูลในลักษณะนี้ หรือจะพูดเพียงแค่ว่า รัฐบาลมือเปื้อนเลือดที่ฟังมาไม่รู้กี่ร้อยครั้งแล้วจากเวทีราชประสงค์

 แต่ถ้า จตุพร และพรรคเพื่อไทย จะเอาอย่างนั้นจริง ถามว่าเสียหายอะไรหรือไม่ ก็คงไม่เสียหายอะไร นอกจาก "เวลา" !

มาตรา 131

 ในระหว่างสมัยประชุมห้ามมิให้จับคุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือในกรณีที่จับในขณะกระทำความผิด

 ในกรณีที่มีการจับกุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทำความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับได้

 ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นคดีอันเกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่การพิจารณาคดีต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการทำที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา

 การพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลได้กระทำก่อนมีคำอ้างว่าจำเลยเป็นสมาชิกของสภาใดสภาหนึ่ง ย่อมเป็นอันใช้ได้

 ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุมเมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณีต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ

 คำสั่งปล่อยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันสั่งปล่อยจนถึงวันสุดท้ายแห่งสมัยประชุม

สมถวิล เทพสวัสดิ์