ข่าว

คลังชี้ผลพวงม็อบฉุดจีดีพี 1.1%ปรับเป้าปีนี้ใหม่29มิ.ย.นี้-หวังส่งออกยังหนุน

คลังชี้ผลพวงม็อบฉุดจีดีพี 1.1%ปรับเป้าปีนี้ใหม่29มิ.ย.นี้-หวังส่งออกยังหนุน

26 พ.ค. 2553

คลังประเมินผลกระทบม็อบ ทำลายเศรษฐกิจสูญไปแล้ว 1.45 แสนล้าน ฉุดการขยายตัวของจีดีพี 1.1% เตรียมปรับประมาณการใหม่ 29 มิถุนายนนี้ เชื่อทั้งปีได้ปัจจัยจากส่งออก การบริโภค และการลงทุน แม้ท่องเที่ยวจะหมดหวังในระยะ 5 เดือนนี้

 นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วง 74 วันที่ผ่านมาว่า จากการประเมินเบื้องต้นมีผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจแล้ว 1.45 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1.45% ของจีดีพี และมีผลกระทบต่อจีดีพีทั้งปีแล้ว 1.1% ซึ่งเกือบเข้าขั้นผลกระทบรุนแรง

 สำหรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาจากการบริโภคภาคครัวเรือนหายไป 3.3 หมื่นล้านบาททั้งในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด และมาจากการลงทุนที่น่าจะชะลอตัวลงในไตรมาส 2 ที่ระดับ 10% และไตรมาส 3 ที่ 5% หรือคิดเป็นมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้น ยังเป็นการสูญเสียจากภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นชัดเดือนเมษายนลดลง 4.2% ต่อเนื่องเดือนพฤษภาคมที่หายไปแล้ว 14.5% หรือ 9 แสนคนน่าจะเหลือ 6.5 เสนคน โดยไตรมาส 2 น่าจะลดลง 20% ไตรมาส 3 ลดลง 20% รวมทั้งปีนักท่องเที่ยวน่าจะหายไปจาก 15.5 ล้านคน เหลือ 14 ล้านคน หรือลดลง 0.2% หรือสูญเสียรายได้ 5.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมองว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือนกว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว

 “จากที่เคยเกิดปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง เช่น โรคซาร์ระบาดและพฤษภาทมิฬ กว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาก็ใช้เวลานานสุด 5 เดือนครั้งนี้ก็น่าจะใกล้เคียงกัน” นายสาธิตกล่าวและว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 และทั้งปีนั้น สศค.จะประเมินและปรับประมาณการอีกครั้งวันที่ 29 มิถุนายนนี้ โดยขณะนี้ยังยึดที่ตัวเลข 4-5% เพราะมองว่ายังมีปัจจัยบวกอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ระดับ 12% นั้น สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 8-9% และการส่งออกเดือนเมษายนที่ขยายตัวสูงถึง 35.2%

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายนว่า ยังขยายตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบเดือนก่อนหน้ายอมรับว่ามีสัญญาณชะลอตัวลงเกือบทุกด้าน เช่น การลงทุนลดลง 4% การบริโภคหดตัว 3.2% และการส่งออกลดลง 2.5% ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต โดยเป็นผลกระทบมาจากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง

 ทั้งนี้ สศค.ต้องวิเคราะห์ปัจจัยด้านบวกและปัจจัยลบอีกครั้ง โดยปัจจัยลบทางการเมืองที่มีผลต่อเนื่องไปถึงภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ค้าส่ง ค้าปลีก การว่างงานและความเชื่อมั่นของนักลงทุนรวมไปถึงผลกระทบจากปัญหาของกรีซและยุโรป อาจทำให้จีดีพีไตรมาส 2 ชะลอตัวลงต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 แต่ยังขยายตัวเป็นบวก ส่วนไตรมาส 4 อาจติดลบได้ หากการบริโภค การลงทุนและท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ช้า แต่ทั้งปียังน่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ไม่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มากนัก