ข่าว

"ส่งออก"ตัวช่วยศก.ยอดเม.ย.พุ่ง35%คลังชี้ผลม็อบ ฉุดจีดีพี 1.1%-รอประเมินใหม่29มิ.ย.

"ส่งออก"ตัวช่วยศก.ยอดเม.ย.พุ่ง35%คลังชี้ผลม็อบ ฉุดจีดีพี 1.1%-รอประเมินใหม่29มิ.ย.

26 พ.ค. 2553

คลังชี้ผลพวงม็อบกระทบจีดีพีปีนี้ 1.1% รอประเมินปรับประมาณการใหม่อีกรอบ 29 มิ.ย.นี้ มองยังมีปัจจัยหนุนทั้งปี พาณิชย์โชว์ส่งออกเดือน เม.ย.พุ่ง 35% แต่ขาดดุลการค้าครั้งแรกรอบ 16 เดือน เหตุนำเข้าสูงกว่าหลังมองเศรษฐกิจฟื้นตัว เชื่อทั้งปีส่งออกโตได้ 14%

 นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองว่า จากการประเมินเบื้องต้นมีผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 1.45 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1.45% ของจีดีพี และมีผลกระทบต่อจีดีพีทั้งปี 1.1% ซึ่งเกือบเข้าขั้นผลกระทบรุนแรง โดยความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาจากการบริโภคภาคครัวเรือนหายไป 3.3 หมื่นล้านบาททั้งในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด และมาจากการลงทุนที่น่าจะชะลอตัวลงในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เป็นมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นการสูญเสียจากภาคการท่องเที่ยว

 สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 และทั้งปีนั้น สศค.จะประเมินและปรับประมาณการอีกครั้งวันที่ 29 มิถุนายนนี้ โดยขณะนี้ยังยึดที่ตัวเลข 4-5% เพราะมองว่ายังมีปัจจัยบวกอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ระดับ 12% นั้น สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 8-9% และการส่งออกเดือนเมษายนที่ขยายตัวสูงถึง 35.2%

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายนยังขยายตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบเดือนมีนาคม ยอมรับว่ามีสัญญาณชะลอตัวลงเกือบทุกด้าน ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต โดยเป็นผลกระทบมาจากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง โดย สศค.ต้องวิเคราะห์ปัจจัยด้านบวกและปัจจัยลบอีกครั้ง

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยในเดือนเมษายน 2553 มีมูลค่า 14,091 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 14,357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 46.04% ส่งผลให้เดือนเมษายนมีการขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน เป็นมูลค่า 266 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 58,471.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32.45% การนำเข้ามีมูลค่า 56,627.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 54.88% ส่งผลให้มีการเกินดุลการค้ามูลค่า 1,844.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 "การส่งออกเดือนเมษายนเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า และเพิ่มขึ้นทั้งตลาดหลักและตลาดใหม่ ส่วนการนำเข้าก็เพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้าเช่นกัน โดยเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 67.6% สินค้าทุน 45.2% เพราะนักลงทุนมั่นใจภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ทำให้มีการขยายการลงทุน โดยขณะนี้ปัญหาการเมืองยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ขณะที่ในเดือนพฤษภาคมคาดจะขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และมีมูลค่ามากกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งปียังยืนยันขยายตัวตามเป้าหมายที่ 14% มูลค่า 1.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ” นางพรทิวากล่าว