
ต้องเร่งจัดการพวกก่อการร้าย
รัฐบาลยังคงประกาศภาวะฉุกเฉิน และการห้ามออกนอกบ้านเวลากลางคืน นับเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันเหตุร้าย หลังจากศาลอาญาได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย อยู่เบื้องหลังการปลุกระดมมวลชนให้ก่อการจลาจล
เผาบ้าน เผาเมือง นับเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ยิ่งมีข่าวว่าขบวนการก่อการร้ายเครือข่ายทักษิณยังลอยนวล หลุดรอดออกไปจากพื้นที่ชุมนุมวันที่ 19 พฤษภาคม และบรรดานายทุนทั้งหลายยังไม่ถูกตรวจสอบครบ ทำให้รัฐบาลต้องระวังมากกว่าผู้ก่อการร้ายจะล้างแค้น ก่อวินาศกรรมหนักกว่าเดิม แต่ไม่ทำโดยเปิดเผย หรือมีการเผชิญหน้ากับกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องไม่ลดละความพยายามในการติดตามแกนนำผู้ชุมนุมและก่อเหตุร้าย เผาสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี นอกจากเป็นการป้องกันเหตุร้ายแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าผู้กระทำความผิดต้องรับโทษรุนแรง โดยเฉพาะการวางเพลิง เพราะรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณประเมินว่า แม้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ได้ประกาศตั้งแต่ต้นว่าจะลงไปต่อสู้ใต้ดินซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง ในข้อหาก่อการร้ายสำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายสุเทพกล่าวว่าไม่สนใจกระแสของมวลชนซึ่งยังชื่นชอบตัวบุคคล เพราะกระแสอาจเป็นอารมณ์วูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว พร้อมกับยืนยันว่าการออกหมายจับ “ทักษิณ” นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะไปกลั่นแกล้ง เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีส่วนราชการต่างๆ มาช่วยกันทำงานทั้ง 12-13 ส่วนราชการ ได้รวบรวมหลักฐานจนเห็นว่าหลักฐานนี้บ่งชี้ชัดเจนว่า “ทักษิณ” เป็นผู้ก่อการร้าย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องเร่งรัดการดำเนินคดีแกนนำ เพื่อไม่ให้ประชาชนแคลงใจว่าจะมีแผนปรองดองหรือสมยอม เพราะการคุมขังครบ 1 สัปดาห์โดยไม่มีข้อหาร้ายแรง นำตัวไปคุมขังในสถานที่กักขังนั้น ได้สร้างความไม่พอใจให้ประชาชน โดยเฉพาะเหยื่อของการก่อการร้าย เผาบ้าน เผาเมือง ซึ่งได้ทำลายอาชีพของประชาชนหลายพันครอบครัว และเพื่อเลี่ยงคำครหาว่าเป็นการปฏิบัติโดยไม่มีมาตรฐานมีหลายมาตรการซึ่งรัฐบาลจะได้แสดงออกให้เห็นความเอาจริงเอาจัง เช่นการยกเลิกเพิกถอนหนังสือเดินทางของแกนนำกบฏก่อการร้าย ซึ่งหลบหนีคดีและการจับกุม เป็นสกัดเส้นทาง หลังจากมีข่าวว่าแกนนำส่วนหนึ่งได้หลบหนีไปอยู่ในประเทศยุโรปแล้ว นอกจากนั้น เครือข่ายก่อการร้ายและภัยต่อรัฐบาลยังทำงานด้วยการใส่ร้ายป้ายสีประเทศ สร้างบรรยากาศความไม่มั่นคง จะทำให้การฟื้นฟูประเทศประสบปัญหาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และนักลงทุนธุรกิจ ดังนั้น ถือเป็นภาระเร่งด่วนในการติดตามจับกุมดำเนินคดีพร้อมมาตรการต่างๆ เพื่อจัดการพวกก่อการร้ายและฟื้นฟูประเทศโดยเร็วที่สุด



