ข่าว

ตร.ยัน2ต่างชาติร่วมม็อบแดงไม่ได้เข้ามาลอบสังหาร

ตร.ยัน2ต่างชาติร่วมม็อบแดงไม่ได้เข้ามาลอบสังหาร

26 พ.ค. 2553

ผบช.ภ.4 เผยตำรวจอีสานไม่ใช่มะเขือเทศ ติวเข้มชุดมวลชนสัมพันธ์ทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งแจกจ่ายรูปภาพคนร้าย ตามจับคดีเผาบ้านเผาเมืองไปที่ด่าน ตม.และทุกพื้นที่ หวั่นหลบหนีออกนอกประเทศ บุรีรัมย์เรียกประชุมวิทยุชุมชนหลังพบหลายสถานียั่วยุ

 เมื่อวันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวถึงกรณีที่ สน.ลุมพินี จับกุมตัวสไนเปอร์ชาวต่างชาติ จำนวน 2 คน ว่า การทำงานของตำรวจจะทำไปตามหลักฐานที่ปรากฎก่อน สำหรับกรณีของนายชาร์เวจ เจฟฟี่ ฮัค อายุ 30 ปี ชาวอังกฤษ และนายเฮอร์เชล คอนแอร์ เดวิด อายุ 30 ปี ชาวออสเตรเลีย ถูก สตม.ดำเนินคดีในข้อหาบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากอยู่นานเกินระยะเวลาที่กำหนด และบุคคลทั้ง 2 ยังมีภาพปรากฏชัดเจนว่า ร่วมอยู่ในการชุมนุมระหว่างที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี จึงแจ้งข้อหาชุมนุมเกินกว่า 5 คน ในพื้นที่ที่ห้ามในสถานการณ์ร้ายแรง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา

 "ขณะนี้ได้มีการฝากขังไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำเป็นผลัดที่ 1 ส่วนข้อหาอื่นๆ นั้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุอื่นหรือไม่ ส่วนกรณีของ นายเพชร แสงมณี ที่ถูก ตำรวจ สน.คลองตัน จับได้นั้น มีหลักฐานปรากฎทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงธนาคารกรุงเทพฯ สาขาคลองตัน จึงแจ้งข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่จะแจ้งข้อหาอื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนว่า พบความผิดอื่นอีกหรือไม่ ส่วนกรณีกระแสข่าวมีชาวต่างชาติจะทำการลอบสังหารบุคคลสำคัญในบ้านเมืองนั้น ตอนนี้จากการข่าวของตำรวจยังไม่พบว่าทั้ง 2 จะลอบสังหารบุคคลใด โดยข้อมูลที่ตำรวจมีอยู่ว่าทั้ง 2 คน เคยมีประวัติอย่างไรก็ได้มาจากสื่อและคลิปวิดีโอทั้งสิ้น ซึ่งตำรวจจะนำตรงนั้นมาสรุปว่าเขาจะลอบสังหารใครไม่ได้ แต่ถ้ามีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมก็ต้องตรวจสอบกัน " โฆษก บช.น. กล่าว

ผบช.ภ.4 เผยตำรวจอีสานไม่ใช่มะเขือเทศ พร้อมจับมือเผาเมือง

 เมื่อเวลา  13.00 น.ที่ห้องประชุมศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สันติ  เพ็ญสูตร  ผบช.ภ.4 เป็นประธานในการประชุม ผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรและหัวหน้าชุดตำรวจมวลชนสัมพันธ์ จากทั้ง   248 สถานีที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน เพื่อรับทราบถึงแนวทางการทำงานเชิงรุก ที่ให้ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ได้เร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมของแต่ละหมู่บ้าน

 พล.ต.ท.สันติ  เพ็ญสูตร  ผบช.ภ.4  กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานทุกนาย ได้ตระหนักถึงการทำงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกับการคำนึงถึงว่าตำรวจนั้นเป็นสีกากี ไม่ได้แบ่งฝ่ายหรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และที่สำคัญด้านการข่าวและการประเมินสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น จะต้องรวดเร็ว แม่นยำและถูกต้อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงในด้านต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในขณะนี้อยู่ในช่วงการเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่าสถานการณ์นั้นได้ดำเนินมาถึงขั้นใดแล้ว ซึ่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้ผ่านพ้นไป เหลือเพียงการทำให้เกิดความปรองดองของพื้นที่ต่างๆให้กับมาโดยเร็วที่สุด

            "ตำรวจอีสานนั้นไม่ใช่มะเขือเทศตามที่หลายฝ่ายระบุ เพราะตำรวจนั้นสีกากี ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทุกสิ่งที่ตำรวจทำคือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเคอร์ฟิว หลังพบว่ายังคงมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีจ้องที่จะก่อความไม่สงบในบางจังหวัด ซึ่งได้สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงที่สำคัญแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นโดยเฉพาะสถานที่ราชการที่สำคัญ ในเขต จ.ขอนแก่น  อุดรธานี  มุกดาหาร มหาสารคาม และสกลนคร ซึ่งขณะที่ได้มีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีกหลายราย และส่วนใหญ่จัดอยู่ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเผาศาลากลาง และเผาสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีขอนแก่น ทั้งนี้ได้มีการแจกจ่ายรูปภาพของผู้ต้องหาไปในจังหวัดต่างๆแล้ว โดยเฉพาะด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ " พล.ต.ท.สันติ กล่าว

บุรีรัมย์เรียกประชุมวิทยุชุมชนหลังพบหลายสถานียั่วยุ

 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พลตรีวิชัย แชจอหอ    ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก ได้เรียกประชุมสื่อท้องถิ่น ทั้งสื่อวิทยุโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์และสถานีวิทยุชุมชนทั้งจังหวัดกว่า 70 แห่งเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง เป็นกลาง   

 โดยเฉพาะในช่วงที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต จากปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายของประชาชนซึ่งที่ผ่านมาจากการออกตรวจพบว่าสถานีวิทยุชุมชนหลายแห่ง ยังมีการออกอากาศบิดเบือนข้อเท็จจริง เข้าข่ายยั่วยุปลุกระดมก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม     ซึ่งเบื้องต้นทางจังหวัดก็ได้ทำการตักเตือนให้หยุดออกอากาศในลักษณะดังกล่าวแล้ว     อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าสถานีวิทยุชุมชนใด   ยังมีการฝ่าฝืนเผยแพร่ออกอากาศในลักษณะล่อแหล่ม  ยั่วยุ  หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง  ก็จะถูกดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

 ผู้ว่าราชการจังหวัด  ยังระบุอีกว่าส่วนมาตรการในการดูแลรักษาปลอดภัยสถานที่ราชการต่างๆ  ก็ได้มีการสั่งกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการ  จัดกำลังเจ้าหน้าที่ หรือเวรยาม เข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ หรือก่อเหตุความรุนแรงได้อย่างเด็ดขาด     ถึงแม้ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดจะยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น   แต่ก็ต้องเฝ้าระมัดระวังป้องกันเป็นพิเศษ