
ก.ท่องเที่ยวพร้อมตั้งกก.ช่วยเหลืออุต-ท่องเที่ยว
ก.ท่องเที่ยว พร้อมตั้ง คกก. ช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หวัง ฟื้นตัวเร็ว ยัน เร่งทำงานเพื่อ ฟื้นฟู
(26พ.ค.) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00 น. นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผย ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาเรื่องของการท่องเที่ยวว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดเตรียมความพร้อมเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว โดยทางนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้ว่าท่องเที่ยว ได้บูรณาการกำลังเพื่อหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากการชุมนุมที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งการทางเราไม่ได้นิ่งอยู่เฉยๆ ได้ทำกันเต็มที่ เพียงแต่ว่าการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นเรื่องใหญ่ มีผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ แต่ยังรวมไปถึงเรื่องการบิน การขนส่ง อีก
นายอรรถชัย กล่าวต่อว่า มีความชัดเจนแล้วว่าทางรัฐบาลมีมาตรการการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในพื้นที่ที่เกิดการชุมนุม ซึ่งรัฐบาลมีเรื่องการเงินช่วยเหลือ ทั้งนี้มติ ครม. ได้ผ่านไปแล้วต่อไปจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวซึ่งทางกระทรวงได้มีการจัดประชุมในวันจันทร์(31 พ.ค.)นี้ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดตั้งคณะกรรมการ เรียกว่าคณะกรรมการเฉพาะกิจช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว โดยมีตนเป็นประธาน รองปลัดฯ ผู้ว่าและรองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีสำนักเศรษฐกิจท่องเที่ยวและกีฬาเป็นฝ่ายเลขา รวมถึงจะประชุมโดยเชิญผู้ประกอบการการท่องเที่ยวภาคเอกชนมาร่วมการประชุมด้วยและการประชุมนั้นจะวางกรอบแนวทางที่จะช่วยเหลือ
นายอรรถชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้เสนอมาตรการการช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่อ ครม.เศรษฐกิจไปแล้ว เช่นการช่วยเหลือด้านการเงิน การเสนอแผนฟื้นฟูกู้วิกฤตผลกระทบการท่องเที่ยว รวมทั้งแผนงานกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นการกระตุ้นตลาดภายในประเทศในช่วงระยะแรกๆ หลังจากที่เหตุการณ์สงบลง เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ชะลอตัวลง โดยเน้นการกระตุ้นตลาดทั้ง ฮาร์ดเซลล์ และ ซอฟเซลล์
ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ทางกระทรวงได้รับฟังเสียงสะท้อนของกลุ่มผู้ประกอบการ และผู้ที่ทำงานในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเสมอ และในขณะเดียวกันสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพิ่งจะจบสิ้น โดยมาตรการที่ทางปลัดกระทรวงฯและทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอเข้า ครม. ถือว่าเป็นมาตรการเร่งด่วนและเบื้องต้น และสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นได้มากกว่านั้นคือ หลังการพูดจาและประชุมร่วมทั้งส่วนของภาครัฐและเอกชน ที่จะทำให้สามารถรับฟังในส่วนของผู้ประกอบการทุกภาคส่วนจริง และมาตรการต่างๆก็จะเริ่มออกมาชัดเจนมากขึ้น
นายวัชระ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เมื่อเดือนเม.ย. ปี 52 ที่ผ่านมา ซึ่งหลายส่วนมองว่าการท่องเที่ยวของไทยน่าจะฟื้นตัวได้ยากแต่สิ่งที่ทางกระทรวงฯ และทางภาคเอกชนรวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างพลิกฟื้นกลับมาได้ ดังนั้นเรายังคงต้องมองในแง่ของความหวังอยู่เหมือนเดิม เราจะไม่สิ้นหวัง ดังนั้นสิ่งที่กระทรวงขอเรียกร้องจากบรรดาผู้ประกอบการและผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้ความร่วมมือ ซึ่งเราเชื่อว่าโดยศักยภาพรวมของประเทศ ทรัพยากรทางท่องเที่ยวมีมากมายและมากพอ
นายวัชระ กล่าวอีกว่า บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ที่ผ่านมา มีผลสะท้อนออกมาที่ชัดเจน ทั้งสื่อต่างประเทศนำเสนอภาพที่เป็นลักษณะที่เป็นบวกขึ้นมาทันที เห็นได้ว่าคนไทยโดยรวมแล้วยังมีความรักใครกลมเกลียวกัน และวันนี้ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและตรงเป้า จะสามารถพลิกฟื้นการท่องเที่ยวกลับมาได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องอยู่บนสมมุติฐานในภาพรวมของประเทศ เนื่องจากวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองไทยไม่ได้เกี่ยวข้องของการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องในภาพรวม รวมถึงเรื่องทางการเมืองและเรื่องอื่นๆด้วยแต่ไม่ได้คิดว่าตรงนั้นเป็นเงื่อนไขที่จะไม่ทำงาน
นายวัชระ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ทางภาครัฐทุกภาคส่วนพยายามที่จะเร่ง และขอเรียกร้องต่ออีกว่าบรรดาผู้ประกอบการที่เดือดร้อนต่างๆให้ประสานมาในส่วนขององค์กรที่ตนเองสังกัด เพื่อรวบรวมข้อมูลและเก็บตัวเลขว่าผลกระทบมีอะไรบ้าง มากน้อยอย่างไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวค่อนข้างล่าช้า ในเรื่องของการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมทั้งยังมีข้อเสนอที่ว่าให้ยุบกระทรวงการท่องเที่ยว นายวัชระ แจงว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันได้ว่าในระหว่างที่เกิดเหตุการณ์อยู่ เราประเมินตัวเลขว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อหลังเหตุการณ์ยุติลง ยังพอมีความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ขณะนี้เมื่อมีตัวเลขที่นิ่งแล้ว เราได้มีการพูดคุยกันอยู่ในส่วนของราชการ ซึ่งมั่นใจได้ว่าต่อจากนี้การทำงานจะเร็วมากขึ้น กระชับและทันตามความต้องการ



