ข่าว

กรณ์เล็งใช้เงิน 4.6 หมื่นล้านแม้วเยียวยาผู้เสียหาย

กรณ์เล็งใช้เงิน 4.6 หมื่นล้านแม้วเยียวยาผู้เสียหาย

26 พ.ค. 2553

รมว.คลังลั่นพร้อมยื่นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายแกนนำ นปช. แต่ขอรอขั้นตอนของ ยธ.ก่อน เผยเตรียมใช้เงิน 4.6 หมื่นล้านของ “แม้ว”เยียวยาผู้เสียหาย เหตุยึดเข้าเป็นเงินคงคลังแล้ว มั่นใช้คงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิวไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

 (26 พ.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอที่ให้กระทรวงการคลังฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายกับแกนนำ นปช. ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ปรึกษาหารือกัน คงต้องรอปรึกษากับกระทรวงยุติธรรมก่อนถึงขั้นตอนหลังจากที่ศาลออกหมายจับในฐานะผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังเองก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงการคลังถือเป็น 1 ในผู้เสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ผู้เสียหายที่แท้จริงคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาชดเชยแล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมมีมูลค่าเป็นแสนล้าน ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด ดังนั้นหากมีช่องทางที่เราจะเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อการร้ายเราก็ต้องทำ

 เมื่อถามว่าจะมีการนำเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทที่ยึดได้จากพ.ต.ท.ทักษิณมาชดเชยความเสียหายหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเงินคงคลังของรัฐมีจำนวนค่อนข้างมาก เนื่องจากรายได้ของรัฐบาลที่สูงขึ้น ทั้งรายได้จากภาษีเพราะก่อนหน้าการชุมนุมเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งเงินที่ยึดทรัพย์ได้ 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าถึงสิ้นปีงบประมาณเงินคงคลังจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นภาครัฐจึงสามารถนำเงินส่วนนี้มาช่วยหลือเยียวยาประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ได้คำนึงว่าเป็นเงินที่ยึดได้จาก พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

 เมื่อถามว่าประเทศไทยต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการฟื้นเศรษฐกิจ นายกรณ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชนโดยรวม ถ้าประชาชนไม่ว่าฝ่ายไหนเห็นว่าวิธีการต่อสู้แบบนี้ทำให้ประเทศชาติบอบช้ำก็น่าจะพิจารณากันใหม่ และเอาปัญหาทางการเมืองกลับมาสู่สภาฯ ตามกลไกปกติ ถ้าเราส่งสัญญาณเช่นนี้ว่าจะไม่ใช้พื้นที่นอกกรอบกฎหมายในการแสดงจุดยืนของเราอีกในอนาคต เราก็จะสามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นทั้งในส่วนของนักลงทุน นักท่องเที่ยวกลับคืนมาได้ และตนก็มั่นใจว่าเศรษฐกิจเราจะไปได้ดี เพราะฐานเศรษฐกิจของเรามีความมั่นคงสูงมากอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราสะดุดครั้งใหญ่ ซึ่งต้องรอดูในไตรมาสที่ 2 ว่าผลจากการชุมนุมจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร แต่ทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างแน่นอน

 ส่วนดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ที่ร่วงลงทุกวันนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ของไทย มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในโลก แต่การขายในลักษณะการทำกำไรและสะท้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตนไม่กังวลอะไร ตราบใดที่เรากลับมาส่งสัญญาณที่ชัดเจนได้ว่าเราไม่เอาวิธีการต่อสู้แบบนี้แล้ว ตนก็มั่นใจว่าทุกอย่างจะกลับมาดีและเป็นปกติได้อย่างแน่นอน

 เมื่อถามว่าการคงพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่มีผลเลย การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทุกครั้ง รัฐบาลได้ประเมินแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคง ซึ่งประเด็นนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนด้วยซ้ำไปว่าเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนั้น จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง ซึ่งรวมไปถึงการยืนยันการประกาศเคอร์ฟิวด้วย