
รถขนต่างด้าวชนกระบะกลางไฟแดงเจ็บ3
รถขนคนต่างด้าวตม.สวนพลู หวิดเทกระจาด หลังบรรทุกชาวต่างชาติเต็มคันรถ ถูกกระบะซิ่งฝ่าสายฝนพุ่งบวกกันกลางแยกสัญญาณไฟแดง เลี่ยงเมืองแปดริ้ว ทำชาวประเทศกว่า 60 ชีวิต เสียวทั้งคันรถ ส่งผลเจ็บ 3 ราย ขณะตำรวจเชื่อต้นเหตุเพราะฝ่ายรถกระบะฝ่าสายฝน ฝ่าทั้งไฟแดง
เมื่อเวลา 00.10 น.วันที่ 26 พฤษภาคม . ร.ต.อ.สุรพงษ์ รอยเวียงคำ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ขนส่งกลับคนงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ชาวกัมพูชา ของด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู จากในเขต กรุงเทพฯ พุ่งชนเข้ากับรถยนต์กระบะ ที่บริเวณกลางสี่แยกสัญญาณไฟจราจรบางพระ (เลี่ยงเมือง) พื้นที่ ม.3 ต.โสธร อ.เมืองฉะเชิงเทรา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย จึงเดินทางไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ สองแถวขนาดใหญ่ ยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 10-1677 สมุทรสาคร ซึ่งมีป้ายเขียนไว้อย่างชัดเจนโดยรอบคันว่า “ใช้ในราชการ สตม.” (งานส่งกลับ กก.3 ศสส. สตม.) ขนส่งกลับคนต่างด้าว จอดขวางทางในช่องทางแยกเข้าสู่ถนนสายบายพาส 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ส่วนรถคันคู่กรณี เป็นรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน ชถ-7411 กทม. จอดขวางกลางทางแยก อยู่ที่บริเวณช่องทางมุ่งหน้า อ.บางปะกง สภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน
โดยนายสมชาย สุ่มสม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 ม.4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ตนเป็นคนขับรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ สองแถว ซึ่งรับเหมาตามสัญญาจ้างต่อเนื่องกับ ตม. มานานกว่า 7 ปีแล้ว ในวันนี้ได้ขับรถออกมาจาก สตม. สวนพลู ในเขตกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 25 พ.ค.53 เพื่อนำคนต่างด้าวทั้งหมด จำนวนกว่า 60 คน เดินทางไปส่งยังด่าน ตม.ชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อผลักดันคนต่างด้าวเหล่านี้กลับประเทศไป โดยเดินทางมาพร้อมด้วย ดต.ถาวร ไม่ทราบนามสกุล และตำรวจอีกรวม 2 นาย เป็นผู้ควบคุมคนต่างด้าวทั้งหมดมา
ซึ่งขณะขับรถมาตามเส้นทางได้มีฝนตกลงมาบนถนนอย่างหนัก ตลอดการเดินทาง และเมื่อขับรถมาถึงยังบริเวณทางแยก ถนนสาย 314 บางปะกง-ฉะเชิงเทรา ตัดแยกกับถนนสาย 304 เลี่ยงเมือง ซึ่งเป็น 3 แยกสัญญาณไฟ ตนได้หยุดรอสัญญาณไฟแดงเป็นคันแรก และเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียวให้เลี้ยวขวาเข้าไปยังเส้นทาง ถนนสาย 304 เลี่ยงเมือง จึงได้ขับรถออกมา ก่อนที่จะถูกรถยนต์กระบะ ซึ่งอยู่ในเส้นทางตรง ขับมาจากในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าไปยัง อ.บางปะกง พุ่งเข้ามาชนรถของตน ตรงบริเวณด้านซ้ายล้อหลังอย่างแรง จนทำให้คนต่างด้าวในรถ ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย นายสมชาย กล่าว
ด้าน นายพิสิษฐ์ สะทองเทียน อายุ 40 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 155 ม.10 ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร พร้อมญาติซึ่งนั่งมาในรถร่วมกัน รวม 4 คน กล่าวว่า ขณะที่ขับรถออกไปจากทางแยก เป็นสัญญาณไฟเหลือง แต่รถคันคู่กรณี ได้รีบเร่งเครื่องยนต์พุ่งออกมาจากทางแยกก่อนที่จะได้รับสัญญาณไฟเขียว จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งที่ตนได้พยายามที่จะเบรกหยุดรถแล้ว นายพิสิษฐ์ กล่าว
ขณะที่ นายลาดี อายุ 18 ปี ชาวจังหวัด พระตะบอง ประเทศกัมพูชา ที่นั่งมาบนรถขนส่งของ ตม. กล่าวว่า รถคันที่นั่งมาได้ขับออกมาจากบริเวณจุดที่รอสัญญาณไฟเมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียวแล้ว แต่รถกระบะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ได้วิ่งฝ่าตรงเข้ามาจากด้านฝั่งถนนตรงข้าม และพุ่งเข้ามาชนรถคันที่ตนนั่งมาอย่างแรงบริเวณกลางทางแยก จนทำให้รถเสียหลักหมุนไปขวางอยู่กลางถนน นายลาดี กล่าว
ร.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า รถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางสายฝน จึงทำให้เบรกไม่ทัน เมื่อสัญญาณไฟกำลังจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นแดง ซึ่งให้ตัวรถลื่นไถลฝ่าสัญญาณไฟแดงออกไปชนเข้ากับรถ ขนคนต่างด้าวของ สตม. ที่ได้รับสัญญาณไฟเขียว จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาในครั้งนี้ ร.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 รายนั้น เป็น ชาย 2 ราย เป็น หญิง 1 ราย ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด ได้ถูกช่วยเหลือนำส่งไปยัง รพ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทั้ง 3 คน ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า หัวแตก คิ้วแตก มีบาดแผลถลอก และฟกช้ำตามร่างกาย โดยที่มีอาการสาหัส 1 ราย คือ หญิงสาวชาวกัมพูชา ที่กระดูกต้นคอเคล็ด จนไม่สามารถขยับหันใบหน้าได้



