
ทำไมนักข่าวซีเอ็นเอ็นจึงเอียง
กระแสจากนักวิชาการจากนักวิจารณ์สังคมต่อต้านการรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็นมาจากนักข่าวต่างประเทศไม่สามารถอธิบายความสลับซับซ้อนของปัญหาการเมืองไทยได้
ขณะเดียวกันก็มีอคติเดิมของความเป็นนักข่าวตะวันตกที่พอได้ข่าวคราวว่านี่เป็นการต่อต้านเผด็จการ หรือเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนยากคนจน นักข่าวเหล่านั้นก็จะกระโดดเข้าไปฝ่ายผู้ประท้วง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
แต่ในกรณีของไทยครั้งนี้สลับซับซ้อนมากกว่าแค่ประเทศโลกที่สามประเทศหนึ่งส่งทหารเข้าไปยิงประชาชนที่ไม่มีอาวุธ เพราะว่าถ้านักข่าวต่างประเทศทำการเมืองก็จะรู้ว่าทางฝ่ายผู้ประท้วงบางกลุ่มนั้นมีกองกำลังไม่ปรากฏที่มาที่ไปใช้อาวุธสงคราม เอ็ม79 รวมไปถึงระเบิดเพลิง และอาวุธต่างๆ มากมาย ยิงใส่ทั้งทหารและผู้ชุมนุมบางคน เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย
คำว่า "ผู้ก่อการ้ายบางคน" ที่รัฐบาลใช้กับบางคนในกลุ่มผู้ประท้วงนั้น นักข่าวต่างประเทศเองไม่ได้ให้ความสนใจเพียงพอที่จะไปสอบสวนตรวจสอบเช่นกรณีที่วัดปทุมวนาราม ถ้านักข่าวต่างประเทศเข้าไปตรวจค้นก็จะรู้ว่ามีอาวุธสะสมอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียว
ทั้งหมดจะโทษซีเอ็นเอ็นอย่างเดียวคงไม่ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของนักวิชาการ เป็นหน้าที่ของสื่อในประเทศเอง ที่จะต้องสะท้อนถึงข้อเท็จจริงรอบด้านให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ไม่ใช่ขาวกับดำ ไม่ใช่เผด็จการไม่ใช่ทรราชที่ปราบปรามประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย หากแต่เป็นกลุ่มคนมากมายหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน และมีอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร อยู่เบื้องหลัง
เป็นการต่อสู้เพื่ออำนาจของสองกลุ่ม กลุ่มที่มีอำนาจขณะนี้ กับกลุ่มที่สูญเสียอำนาจ
แน่นอนหากทีวีซีเอ็นเอ็น บีบีซี มีเวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อชั่วโมง เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่ร้อนรุ่ม มีทั้งเสียงระเบิด มีทั้งการเผาบ้านเผาเมือง ถ้านักข่าวต่างประเทศคนนั้นไม่ทำการบ้านเพียงพอ ไม่สนใจที่จะเจาะให้ลึกรอบด้าน ก็จะออกมาด้วยภาษาข่าวที่อคติของนักข่าวตะวันตกอย่างที่เห็นกัน
จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องให้ข่าว และวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสำนักข่าวต่างประเทศจะได้รู้ว่า ต่อแต่นี้ไปจะมีคนตรวจสอบการทำงานของเขา ทั้งผ่านสื่อในประเทศไทย ผ่านนักวิชาการ และผ่านโซเซียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก หรือยูทูบ ก็ตาม
สุทธิชัย หยุ่น



